วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถอดรหัสความจริง อะไรคือวิชาชีวิตของเด็กยุคนี้!

 

ราคาที่ต้องจ่าย

“ซี” (นามสมมติ) สาวน้อยวัย 17 ปี  ที่ชีวิตต้องพลิกผัน เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เผลอมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และโดยไม่ได้ป้องกัน จนต้อเจอปัญหาท้องไม่พร้อม

มรสุมลูกต่อมาคือคำครหาจากรอบข้าง และการปฏิบัติจากโรงเรียนที่เหมือนเป็นการกระหน่ำซ้ำเติมให้ยิ่งแย่ ซีไม่ปล่อยตัวเองให้จมอยู่กับความทุกข์และปัญหา โดยช่วงที่ท้องอยู่ได้ปรึกษากับมูลนิธิแพธทูเฮลท์  ได้รับคำปรึกษาที่ดีว่า ขอเพียงเข้มแข็งรับมือกับสังคมในโรงเรียนให้ได้ แม้จะตั้งท้องก็สามารถไปเรียนตามปกติ เธอจึงยืนหยัดอย่างเข้มแข็ง ควบคู่กับการใช้ชีวิตร่วมกับแฟนและช่วยกันทำงานเลี้ยงลูก

“ตอนแรกที่เจอปัญหานี้ก็ท้อนะ คิดกังวลเครียดเพราะคิดถึงสายตาคนอื่นที่มอง รู้สึกเหมือนโดนสังคมตีตรา แต่พอมาคิดวันนี้ เรามองย้อนกลับไป ก็ เออเนอะ เราผ่านมันมาได้นี่ ก็ต้องสู้ต่อ”

ท้ายสุดเธอฝากโรงเรียนหรือคนรอบข้างว่าเวลาเด็กมีปัญหาไม่ควรซ้ำเติมในวันที่ผิดพลาด แต่อยากให้ร่วมกันหาทางออกมากกว่าพยายามปกปิดหรือขจัดคนที่ก้าวพลาดออกไปจากโรงเรียนหรือพื้นที่

ด้าน “ฟรอยด์” อดีตวัยรุ่นที่เล่นเกมส์หนัก เข้าขั้นเล่นข้ามวันข้ามคืน เขาเคยทำสถิติสูงสุดของคือเล่น 3 วันติด! ฟรอยด์ย้อนถึงประสบการณ์อดีตช่วงนั้นว่า

“ตอนที่ติดหนักมาก เริ่มไม่อยากเข้าสังคม เพราะพอออกไป สังคมก็ตีตรา มองเราว่าเป็นเด็กติดเกมส์ ก็เลยไม่อยากเจอใคร ไม่อยากไปโรงเรียน”

ประกอบกับแอนตี้รระบบโรงเรียน ก็เลยโดดเรียนมาเล่นเกมส์ หนักขึ้นจนถึงขั้นเลิกเรียน ความฝันของฟรอยด์ก่อนหน้าคืออยากเป็นนักเล่นเกมส์อาชีพ (Caster) ซึ่งต่อมาความฝันและความสุขกับเกมส์ชีวิตของฟรอยด์เริ่มเปลี่ยนไป

“มีช่วงหนึ่งรู้สึกเบื่อๆ ไม่มีอะไรทำ เพื่อนคนหนึ่งก็ชวนให้เราไปดูคนทำศิลปะบนกำแพง ผมค้นพบว่ามันจุดประกายอะไรในตัวเราสักอย่าง เลยลองทำดูบ้าง ค้นพบว่าเราอยากทำตรงนี้จริงๆ ยิ่งได้ผลตอบรับดี คนรอบข้างมองเราเปลี่ยนไปว่ากลายเป็นเด็กสร้างสรรค์ ทำสิ่งประโยชน์ก็เลยยิ่งชอบ”

ส่วน “บี” (นามสมมติ) อีกหนึ่งหนุมอายุ 19 ปี เขามีอดีตที่เคยก้าวพลาดจนทำให้ต้องมาอยู่ในสถานพินิจ ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก เหตุเพราะติดการพนันจนลามไปถึงต้องปล้น!

เขาเล่าว่า ตั้งแต่โตมาใช้ชีวิตอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการพนัน เพราะพ่อเปิดบ่อน ส่วนตนเริ่มเล่นพนันตั้งแต่อายุ 10 ขวบ รวมทั้งติดสารเสพติดตามมา

“ตอนนั้นคิดว่าการพนันไม่ใช่เรื่องผิดสำหรับผม แต่พอเล่นไปแล้วติดหนี้เยอะมาก ไม่มีเงินจ่าย  เงินเริ่มขาดมือ เลยชวนกันกับพี่ชายไปปล้นร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ตอนหลังเริ่มไปปล้นเอง จนกระทั่งมาถูกตำรวจจับ”

เขานิ่งไปอึดใจ ก่อนเล่าต่อถึงวันที่อยู่ในคุกแล้วมีพ่อแม่เดินถือกล่องข้าวมาเยี่ยมด้วยสีหน้าเป็นทุกข์

“ผมน้ำตาคลอเบ้า มานึกว่า ทำไมเราเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่เคยแคร์พวกเขาเลย จนเรามาถึงจุดนี้”

สำหรับ “บี” การได้เข้ามาใช้ชีวิตที่บ้านกาญฯ ยิ่งทำให้รู้จักคำว่าวิชาชีวิต ได้สติคิดบวกมากขึ้น มองสังคมมองปัญหาต่างๆอย่างเข้าใจ  หากพ้นโทษก็อยากขอโอกาสจากสังคมให้คนที่ก้าวพลาดที่พร้อมจะปรับตัวเปลี่ยนเป็นคนใหม่ ให้ได้ให้มีพื้นที่ยืนอย่างภาคภูมิใจในสังคม

“เราได้คิด ยิ่งพอเห็นพ่อกับแม่ ก็เลยรู้สึกว่าวันนี้ต้องเปลี่ยนแปลงจุดบกพร่องตัวเอง เพื่อคนข้างหลัง”

วิชาชีวิต ทางรอดเด็กและเยาวชน

3 เรื่องราวด้านบนดังกล่าวเป็นเพียง 3 ประสบการณ์ที่ถูกถ่ายทอดโดย 3 วัยรุ่นที่เคยหลุดกรอบจนเกือบเอาตัวไม่รอด โดยพวกเขามาร่วมเล่าเป็นอุทาหรณ์แก่เพื่อนเยาวชนวัยเดียวกัน ในกิจกรรม "วิชาชีวิต...ทางรอดเด็กและเยาวชน" เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2561  ซึ่งจัดขึ้นสองวันก่อนหน้าวันเยาวชนแห่งชาติที่ผ่านมา โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย อาทิ เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก นักศึกษาคณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา โดยหวังจะเป็นกิจกรรมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชน ทั้งในระบบการศึกษา นอกระบบการศึกษา รวมถึงเด็กเยาวชนที่เคยก้าวพลาดในชีวิต เพื่อให้สังคมได้เข้าใจและให้โอกาส รวมถึงเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนที่เคยก้าวพลาด มาร่วมเปิดประสบการณ์วิชาชีวิต ณ ลานกิจกรรมเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ที่สำคัญทุกฝ่ายหวังกระตุ้นทุกภาคส่วนให้หันมามองปัญหาเด็กอย่างเข้าใจและให้โอกาส ทั้งเห็นเป็นเรื่องสำคัญ

“ เราไม่ต้องการวาทกรรมหรูหราจากผู้ใหญ่ แต่เราต้องการนโยบายที่ชัดเจน และปักหมุดเป้าหมาย การมี วิชาการใช้ชีวิตสำหรับเด็กและวัยรุ่น เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องติดคุก หรือไม่ต้องเสี่ยงตกไปอยู่ไปอยู่ในเส้นทางชีวิตซึ่งมีราคาแพงที่ต้องจ่าย” ทิชา ณ นคร  ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก หรือ “ป้ามล” ของเด็กๆ บ้านกาญจนาฯ เผยความในใจจากประสบการณ์ที่เธอทำงานกับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ต้องประสบปัญหาที่ยากรับมือ เพราะขาดภูมิคุ้มกันชีวิต

“รู้ไหม ว่าการติดคุก 1 ปี เท่ากับคนติดคุกทั้งครอบครัว เพราะทุกคนต้องเจ็บปวด ดังนั้นปัญหานี้มันต้องแก้ไข แต่จะให้เด็กลุกมาทำเองหมดก็คงไม่ได้ ผู้ใหญ่ต้องฟังเสียงเขา เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบาย สร้างพื้นที่ กำหนดพื้นที่ให้เขาได้มีพื้นที่ของตัวเองบ้าง”

ล่าสุดมีข้อมูลที่น่ากังวลโดยพบว่า เด็กและเยาวชนไทยเล่นพนันมากถึง 3.6 ล้านคน มีนักดื่มหน้าใหม่ 250,000 คนต่อปี ขณะเดียวกัน เด็กไทยอายุ 15-24 ปี ติดบุหรี่แล้วกว่า 1,500,000 คน โดยมีเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ก่อคดีเข้าสู่สถานพินิจฯ 30,000 คนต่อปี เกือบครึ่งเป็นคดียาเสพติด

ป้ามลเล่าว่าความตั้งใจวันนี้คือนำประสบการณ์ของเด็กที่เคยอยู่ “ปลายน้ำ” มาก่อน พยายามนำมาถอดรหัสเพื่อนำสิ่งที่ได้ย้อนกลับไปยัง “ต้นน้ำ” เพื่อป้องกันไม่ให้ใครหลุดมาอยู่ปลายน้ำต่อไปอีก

“คำบอกเล่าของเด็กๆ เหล่านี้ คือการถอดรหัสที่เราจะพยายามนำเสนอให้เกิดขึ้นในหลักสูตรของโรงเรียน ...มีเด็กบ้านกาญจนาฯ คนหนึ่ง เคยเขียนบทความให้เราอ่าน จากอดีตเด็กเรียนเก่งเรียนดีชีวิตเขาพลิกผันเคยกลายเป็นปล้นฆ่า เขาบอกเราว่าเขาไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขามาถึงจุดนี้ ที่สำคัญเขาบอกว่า การเรียนวิชาอย่างเรื่อง พายอาร์กำลังสอง มันกลับใช้ไม่ได้ในชีวิตจริงนอกห้องเรียน”

 

ทางรอดของพ่อแม่

ด้าน ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์  ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เอ่ยว่า การเปิดพื้นที่ในวันนี้ โดยนำเด็กและเยาวชนที่อยู่ปลาย Curve เคยผ่านประสบการณ์ต่างๆ มาถอดรหัสเป็นวิชาชีวิต เพื่อนำมาดูกัน ถกอภิปรายอย่างเปิดกว้าง มีการนำศิลปะและกิจกรรมต่างๆ มาใช้ในเวที และนำไปสู่บทวิเคราะห์ ข้อสรุปที่ว่าทำอย่างไรถึงจะ สังเคราะห์วิชาชีวิตสำหรับเด็กวัยรุ่นคนอื่นๆ ในสังคมได้

“สำหรับผู้ใหญ่ ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า ปัจจุบันโลกเราแต่ละเจนเนอเรชันหดสั้นลงและแต่ละเจนเนอเรชันก็มีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันสิ้นเชิงและเปลี่ยนไปเร็วมาก ดังนั้นผู้ใหญ่ควรพยายามเรียนรู้เข้าใจสิ่งแวดล้อมใหม่ของเด็ก

ที่สำคัญเมื่อเข้าใจแล้วต้องเท่าทันในวิธีการช่วยเหลือหรือดูแลเขา เช่น การเสริมทักษะที่เด็กรุ่นนี้ต้องมี เพื่อที่จะช่วยให้เขาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเข้มแข็ง มาตรการเก่า อย่างเช่น การสั่ง การห้าม อย่าทำโน่นนี่ ซึ่งจริงๆ แล้ว เด็กทุกรุ่นมีความเป็นกบฎทั้งนั้น แต่รุ่นนี้อาจรุนแรงขึ้น เขามีวิธีหนีไปอยู่ในโลกที่พ้นหูพ้นตาพ่อแม่มากขึ้น เช่นโลกเสมือน โลกออนไลน์ มีการเชื่อมโยงกับโลกนอกสายตาพ่อแม่มากมาย ดังนั้นถึงเราจะห้ามหรือควบคุมเขาก็ไม่อยู่ ทางรอดเดียวของพ่อแม่คือเข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้ของเขามากขึ้น สอนให้เขาเท่าทันสื่อ และขณะเดียวกันตัวพ่อแม่เองก็ต้องเรียนรู้เท่าทันสื่อเหล่านี้เช่นกัน” ผู้จัดการ สสส.กล่าว

สำหรับการนำเสนอแนวคิดเรื่อง "วิชาชีวิต หรือ ทักษะชีวิต" ครั้งนี้ หวังอย่างยิ่งที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะด้านการศึกษา จะได้ตระหนักถึงปัญหานำไปสู่การพัฒนาต่อยอดให้เกิดการเรียนรู้ที่ยั่งยืนต่อไป

ถอดรหัสความจริง อะไรคือวิชาชีวิตของเด็กยุคนี้!

ถอดรหัสความจริง อะไรคือวิชาชีวิตของเด็กยุคนี้!

ถอดรหัสความจริง อะไรคือวิชาชีวิตของเด็กยุคนี้!

ถอดรหัสความจริง อะไรคือวิชาชีวิตของเด็กยุคนี้!

ถอดรหัสความจริง อะไรคือวิชาชีวิตของเด็กยุคนี้!

ถอดรหัสความจริง อะไรคือวิชาชีวิตของเด็กยุคนี้!