วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท. รวมพลราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า สืบสานงานพิทักษ์ผืนป่า

 

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เข้าร่วมโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 ตั้งแต่ปี 2537 โดยดำเนินการปลูกป่า 1 ล้านไร่ทั่วประเทศ จำนวน 413 แปลงปลูก ครอบคลุมพื้นที่ 48 จังหวัด 

ตลอด 24 ปีที่ผ่านมา ปตท. ดำเนินการปลูก ฟื้นฟู รักษ์ป่าอย่างต่อเนื่อง และได้จัดตั้งสถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. ขึ้นเพื่อขยายผลองค์ความรู้ด้านการปลูกและฟื้นฟูป่า เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง กระทั่งขยายอาณาบริเวณรวม 1,160,018  ไร่แล้ว คิดเป็น  545  แปลงปลูก

ขณะเดียวกันได้ปลูกจิตสำนึกประชาชนที่อยู่รอบป่าไปพร้อมกัน เพื่อช่วยรักษาป่าให้คงอยู่ โดยร่วมมือกับกองทัพภาค กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช น้อมนำโครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อฝึกอบรมประชาชนรอบพื้นที่แปลงปลูกป่า ตั้งแต่ปี 2540 ถึงปัจจุบัน รวม 169 รุ่น จำนวน 19,752 คน ใน 135 ตำบล 44 จังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ป่า 736,669 ไร่ จาก 1,012,401 ไร่ และมีการจัดตั้งเครือข่ายองค์กร รสทป. ระดับภาค ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ ปตท. ยังได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากฐานมวลชนรอบพื้นที่แปลงปลูกป่า ทั้งกลุ่มเยาวชน ปตท. รักษาป่า อาสาสมัครป้องกันไฟป่า หมู่บ้าน ปตท. รักษาป่า รวมกว่า 30,000 คน ที่ช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจ และสร้างเครือข่ายให้เกิดความเข้มแข็งผ่านการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ที่ถูกทำลายให้ฟื้นคืนสู่สภาพความอุดมสมบูรณ์

จากการวิจัยผลสัมฤทธิ์ของโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ 1 ล้านไร่ และพื้นที่ปลูกป่าใหม่ของ ปตท. จำนวน 102,784 ไร่ ที่ดำเนินการวิจัยโดยศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประเมินผลทุก 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันนับเป็นครั้งที่ 4 แล้ว พบว่าป่าที่มวลชนร่วมสานพลังปลูกนั้นมีอัตราการรอดตายกว่าร้อยละ 82.66 คิดเป็น 921,862 ไร่ หรือเทียบเท่าพื้นที่กรุงเทพฯ ขนาด 980,460 ไร่ หรือ 1,568 ตร.กม.

นอกจากนี้ยังสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สะสม 37.27 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ หรือชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของรถยนต์ส่วนบุคคลได้ 1,128,572 คันต่อปี รวมทั้งปลดปล่อยก๊าซออกซิเจนสู่ชั้นบรรยากาศ 29.81 ล้านตันออกซิเจน หรือสร้างลมหายใจให้มนุษย์ได้ถึง 5.7 ล้านคนต่อปี 

ขณะเดียวกันประชาชนรอบพื้นที่แปลงปลูกป่ากว่า 1 ล้านไร่ยังได้รับประโยชน์จากป่า ทั้งการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้จากผลผลิตที่ได้จากป่า คิดเป็นมูลค่ากว่า 280 ล้านบาทต่อปี  บางพื้นที่สามารถจัดตั้ง หมู่บ้าน ปตท. พัฒนา ที่มีกองทุนนับล้านบาท อาทิ ต.ภูซาง อ.ภูซาง จ.พะเยา เป็นต้น และที่สำคัญชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถดูแลผืนป่ามีคลังอาหาร รวมทั้งสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอีกด้วย

สิ่งสำคัญที่เป็นศูนย์รวมจิตใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้านหรือชุมชนที่เข้าร่วมโครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่าชุมชนนั้น คือ การได้รับธง “พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต” ซึ่งเป็นธงพระราชทานในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมอบให้กับหมู่บ้านหรือชุมชนที่ให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในชุมชนของตนเองให้มีสภาพอุดมสมบูรณ์ ไม่มีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า หรือบุกรุกพื้นที่ป่า และเข็มบุคคลดีเด่น มอบให้กับบุคคลที่มีผลงานดีเด่นในการดูแลรักษาป่า โดยมีพระราชประสงค์ให้ “คน” กับ “ป่า” อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข โดยพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน รวมทั้งต้องจัดตั้งองค์กรในการร่วมกันดูแลรักษาป่า สภาพแวดล้อม แหล่งต้นน้ำลำธารให้เป็นรูปธรรม โดยที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2540 – 2560 มีองค์กร รสทป. รอบพื้นที่แปลงปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ 1 ล้านไร่ จำนวน 43 พื้นที่ที่ได้รับธงพระราชทาน จำนวน 48 ธง และเข็มบุคคลดีเด่น “พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต” จำนวน 11 บุคคล

และเพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 รวมทั้งให้การดำเนินงานอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของ รสทป. เป็นไปอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเกิดประโยชน์สูงสุด ปตท. นำโดย นายกฤษณ์ อิ่มแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กำกับดูแลองค์กรและกิจการสัมพันธ์ จึงระดมพล เครือข่ายองค์กรราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า รอบพื้นที่แปลงปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 1 ล้านไร่ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านทรัพยากรป่าไม้ตามหลักวิชาการและหลักภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชนในการอนุรักษ์ป่าไม้อย่างยั่งยืน โดยมีหน่วยงานภาครัฐจากกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 กองทัพภาคที่ 3 กองทัพภาคที่ 4  กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เครือข่ายองค์กร รสทป. และผู้นำชุมชนท้องถิ่น เข้าร่วมงานในครั้งนี้รวมกว่า 400 คน

“การที่ทุกหน่วยงาน ทุกฝ่าย ได้ร่วมกันปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยน้อมนำโครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่ามาฝึกอบรมให้กับราษฎรที่อยู่รอบผืนป่า โดยเฉพาะผืนป่าที่ถูกทำลาย นับเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยกันดูแลรักษาจนฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ทำให้ป่าที่เคยมีสภาพเสื่อมโทรมกลับมาเป็นป่าที่ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยก๊าซออกซิเจน นอกจากนั้นยังทำให้ประชาชนรอบผืนป่าได้ใช้ประโยชน์จากป่า นับเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมาก” ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าว

การสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรืออนุรักษ์เรื่องใดเรื่องหนึ่งจะเกิดขึ้นจริงไม่ได้หากขาดการได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกภาคส่วน เพราะการสานพลังทำให้เกิดความเข้มแข็ง เกิดแนวคิดและกระบวนการทำงานใหม่ๆ ที่ทำให้เรื่องเหล่านั้นเกิดความสำเร็จได้อย่างไม่ยากเกินไปนัก