วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธนาคารเอชเอสบีซีได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล

ธนาคารเอชเอสบีซีได้ลงนามความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์อีก 7 แห่ง (ธนาคารพาณิชย์ไทย และธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในไทย)

ธนาคารเอชเอสบีซีประเทศไทย(“ธนาคารเอชเอสบีซี”)ได้เข้าร่วมทดสอบการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้เพื่อพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพของการชำระเงินระหว่างธนาคารพาณิชย์รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานของการชำระเงินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศกับธนาคารกลางต่างๆทั่วโลก

ล่าสุด ธนาคารเอชเอสบีซีได้ลงนามความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์อีก 7 แห่ง (ธนาคารพาณิชย์ไทย และธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในไทย) เพื่อร่วมกันให้การสนับสนุนธนาคารแห่งประเทศไทย (“ธปท.”) ในการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลในการใช้โอนเงินระหว่างสถาบันการเงินในประเทศ ภายใต้ชื่อโครงการอินทนนท์

ธนาคารแห่งประเทศไทยและบริษัท R3 เป็นผู้ริเริ่มในการดำเนินโครงการอินทนท์ โดยมีวัตถุประสงค์ในการทดสอบการนำเทคโนโลยีการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology: DLT) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างตลาดการเงินของประเทศไทยโดยธนาคารกลางในหลายๆ ประเทศ อาทิ ธนาคารกลางสิงคโปร์ (โครงการเออร์บิน) ธนาคารกลางฮ่องกง (โครงการไลออนร็อค) และธนาคารกลางแคนาดา (โครงการแจสเปอร์) ก็ได้มีการศึกษา และดำเนินการในโครงการในลักษณะเดียวกัน

มรเคลวินแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารเอชอสบีซีกล่าวว่า“ในปีนี้ธนาคารเอชเอสบีซีจะมีการฉลองการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบรอบ 130ปีโดยธนาคาร เอชเอสบีซีรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการอินทนนท์อันเป็นโอกาสให้ธนาคารเอชเอสบีซีสามารถใช้ประสบการณ์ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ       ในลักษณะเดียวกันกับธนาคารกลางในต่างประเทศอาทิเช่นแคนาดาสิงคโปร์ฮ่องกงมาช่วยในการพัฒนาโครงสร้างตลาดการเงินของประเทศไทยซึ่งธนาคารเอชเอสบีซีมีความเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าผลการทดสอบที่ได้จากโครงการอินทนนท์จะส่งผลดีเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาโครงสร้างตลาดการเงินของประเทศไทยในอนาคต

นางสาวไอเชนลิมผู้อำนวยการบริหารฝ่ายจัดการด้านการเงินและบริหารสภาพคล่องธนาคารเอชเอสบีซีในฐานะคณะกรรมการโครงการอินทนนท์กล่าวว่าการร่วมมือกันในโครงการดังกล่าวนับเป็นการยกระดับศักยภาพการทำงานด้านต่างๆและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ในเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ร่วมกันโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบการนำเทคโนโลยีการประมวลผลแบบกระจายศูนย์มาใช้ในการทำงานของธนาคารเอชเอสบีซีได้มีความร่วมมือร่วมกับทีมงานของธนาคารเอชเอสบีซีในต่างประเทศอาทิเช่น Global Innovation and Client Solutionจากอินโนเวชั่นแล็บในประเทศสิงคโปร์ซึ่งเคยได้ทำงานร่วมกับธนาคารกลางสิงคโปร์ในปีพ.ศ.2558ในการพัฒนาระบบการชำระเงินและระบบการบริหารเงินรวมทั้งทีมApplied Innovationในประเทศฮ่องกง

ธนาคารเอชเอสบีซียังคงมุ่งเน้นที่จะลงทุนในการพัฒนาตนเองให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีดิจิทัลอาทิเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อให้แน่ใจว่าธนาคารเอชเอสบีซีสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจของลูกค้าโดยการมอบแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีคุณภาพและช่วยลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของลูกค้าโดยล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมพ.ศ. 2561ธนาคารเอชเอสบีซีเป็นธนาคารแห่งแรกในโลกที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการให้บริการสินเชื่อเพื่อการค้าบนแพลตฟอร์มCorda ของบริษัท R3โดยออกเลตเตอร์ออฟเครดิตให้แก่บริษัทคาร์กิลล์ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและเกษตรกรรมระดับโลก