สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติหรือดึงดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ดังร่วมช่างฝีมือท้องถิ่นพัฒนาเครื่องประดับไข่มุกจังหวัดสตูล
นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบัน GIT เปิดเผยว่า สถาบันฯ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพและสร้างรายได้สู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน (สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ) เพื่อพัฒนาเครื่องประดับอัตลักษณ์ในจังหวัดเป้าหมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ จังหวัดสตูล แหล่งไข่มุกคุณภาพดีแห่งหนึ่งของประเทศไทย
ทั้งนี้ สถาบันฯ ได้เชิญ ดีไซเนอร์สาวคนเก่ง ฝน-วไลพรรณ ชูพันธ์เจ้าของแบรนด์ Flow ลงพื้นที่พบปะกับผู้ประกอบการและช่างฝีมือท้องถิ่นในจ.สตูล เพื่อร่วมกันค้นหาจุดเด่นของจังหวัด โดยคุณฝนโปรดปรานไข่มุกเป็นการส่วนตัวเพราะภายใต้เหลือบสีขาวนวลชวนมองนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความสง่างาม ขณะเดียวกันก็มีความอบอุ่นและถ่อมตนอยู่ในทีด้วย ซึ่งไม่ต่างอะไรจากความรู้สึกที่เธอมีต่อจังหวัดสตูล เมื่อสบโอกาสได้ไปเยือนเป็นครั้งแรกในโครงการ Gems Treasure ของ GIT
“ฝนตัดสินใจเร็วมากในการเลือกจังหวัดสตูล ความจริงน่าสนใจทุกจังหวัดที่อยู่ในโครงการนี้เลยค่ะ แต่ฝนอยากรู้จักจังหวัดสตูลให้มากกว่าแค่เกาะหลีเป๊ะ ทั้งที่เราเป็นคนไทยแต่ยังไม่เคยไปเที่ยว ไม่รู้ว่าจังหวัดนี้มีอะไรดีอีกบ้าง เช่นเดียวกับทั้ง 5 จังหวัดในโครงการนี้ที่มีศักยภาพในการทำเครื่องประดับมาก แต่ยังไม่ได้เป็นกระแสหลักเท่าไหร่ ฝนจึงอยากช่วยนำจุดแข็งมาพัฒนา ถ้าเพิ่มเรื่องดีไซน์เข้าไปก็น่าจะทำการตลาดได้กว้างขึ้นค่ะ เราได้เห็นสไตล์การออกแบบเครื่องประดับและได้รู้เกี่ยวกับคุณภาพของไข่มุกที่พวกเขาใช้ เมื่อก่อนจังหวัดสตูลเคยมีฟาร์มเลี้ยงหอยมุกแต่ก็ต้องยอมรับว่าผลผลิตยังไม่อยู่ในเกณฑ์ดีมากถึงขั้นเป็นจุดขายได้ ถึงอย่างนั้นเขาก็มีช่างฝีมือดีที่ทำงานเครื่องประดับจากมุกอยู่ไม่น้อยเลย ทุกวันนี้สตูลใช้ไข่มุกจากหลายแหล่ง ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ทั้งในและต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะใช้เงินผสมกับมุกน้ำจืด และเพชรสังเคราะห์ ส่วนมุกน้ำเค็มที่ราคาค่อนข้างสูง จะผสมผสานกับงานทองคำขาว เพชร และพลอยแท้”
ตลาดของเครื่องประดับไข่มุกสตูลคือกลางไปถึงบน ลูกค้ามีกำลังซื้อ แต่ละเจ้ามีความน่าเชื่อถือจนมีลูกค้าประจำ แต่ปัญหาก็คือถ้าผู้ประกอบการร้อยไข่มุกเหมือนเดิม ผลิตงานด้วยดีไซน์เดิม ลูกค้าก็จะบอกว่าแบบนี้เขามีหมดแล้ว ไม่มีอะไรใหม่ให้เลือกซื้อ พอจะเริ่มทำการตลาดก็ไม่รู้ว่าจะไปแนวไหนยังไง ฝนจึงมองว่าเราน่าจะเข้าไปช่วยในเรื่องแนวคิดการออกแบบที่เขาจะสามารถนำไปปรับใช้ได้ง่าย
ผลงานออกแบบเครื่องประดับจากจังหวัดสตูลแบ่งเป็น 2 ส่วน นั่นคืองานของผู้ประกอบการที่เกิดขึ้นจากการเวิร์กช้อป แต่สำหรับงานชิ้นสำคัญของดีไซเนอร์เองนั้นเริ่มต้นทันทีที่วไลพรรณ ชูพันธ์ได้รับแรงบันดาลใจจากการก้าวเข้าไปในถ้ำภูผาเพชรซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานธรณีสตูลที่ ยูเนสโกประกาศให้เป็นอุทยานธรณีโลกอันดับที่ 36
วไลพรรณได้สร้างสรรค์คอลเล็กชั่นขึ้นถึง 2 สไตล์ แบบแรกจะมีความเป็นผู้หญิงประกอบด้วยสร้อยคอกับตุ้มหูที่โชว์ความพลิ้วเหมือนหินงอกหินย้อย โดยเลือกใช้ไข่มุกสีลาเวนเดอร์เป็นสีอมชมพู อมม่วง อมเทาที่เมื่อมาวางบนโลหะสามารถเข้าได้กับทุกสี งานอีกชุดในคอลเล็กชั่นนี้เป็นงานโชว์พื้นผิวที่เรียบเท่ เซ็ตแรกจะมีความลักซ์ชัวรี่แต่เซ็ตนี้จะให้อารมณ์สมาร์ทแคชชวล เลียนแบบเท็กซ์เจอร์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ระหว่างที่การทำงานในฐานะ “นักออกแบบ” ดำเนินไปอย่างเข้มข้นภายใต้ชื่อคอลเล็กชั่นว่า Satun Surface วไลพรรณก็ลงพื้นที่อีกครั้งในฐานะ “โค้ช” ที่ร่วมสร้างมิติใหม่ให้กับงานเครื่องประดับมุกจากดินแดนปลายด้ามขวาน
สิ่งที่เธอลงมือทำในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการดีไซน์เครื่องประดับ แต่เสมือนเป็นอีกแรงที่ช่วยออกแบบเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้ประกอบการ ซึ่งจะต่อยอดธุรกิจของจังหวัดเล็กๆ ในแผนที่ประเทศไทยให้เติบโตไปได้กว้างไกลกว่าเดิม






