กรมส่งเสริมการเกษตรหนุนยกระดับคุณภาพการผลิตผลไม้
กรมส่งเสริมการเกษตรเผยจากวิกฤติสภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลสถานการณ์ผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออกปีนี้ขาดตลาดราคาพุ่งจากปี 60 มีผลผลิตรวม 792,113 ตันปีนี้ลดฮวบเหลือ 647,522 ตันโดยราชินีผลไม้ (มังคุด) ผลผลิตลดมากสุด 64.81% สบช่องหนุนเกษตรกรปรับเปลี่ยนขบวนการผลิต ชูการผลิตคุณภาพ พร้อมกำชับ COO ดูแลเกษตรกรชาวสวนให้เตรียมรับมือสภาพอากาศแปรปรวน ปกป้องผลกระทบตลาดทั้งภายในและต่างประเทศระยะยาว
นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึง สถานการณ์ผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออก (ระยอง จันทบุรี ตราด) ในปีนี้ว่ามีปริมาณผลผลิตต่ำลดลงทุกชนิด สืบเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน อาทิ เกิดพายุฤดูร้อนในช่วงระยะไม้ผลเริ่มติดดอกจนสร้างความเสียหายให้เกษตรกรส่งผลให้ผลผลิตผลไม้ปีนี้ขาดตลาดและมีราคาสูง โดยคาดว่าปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวน 647,522 ตันแบ่งเป็นผลผลิตทุเรียนจำนวน 403,906 ตัน มังคุด จำนวน 54,073 ตัน เงาะ จำนวน 173,224 ตัน และลองกอง จำนวน16,319 ตัน เปรียบเทียบ กับปีที่แล้วทุเรียนจะให้ผลผลิตจำนวน 422,365 ตัน ลดลง 4.37% เงาะ 192,055 ตันลดลง 9.81 % ลองกอง 24,015 ตันลดลง 32.05% ส่วนมังคุดผลผลิตลดลงมากที่สุดจากปี60มีผลผลิต 153,678 ตันปีนี้ลดลง 64.81% (ข้อมูล ณ 3 พฤษภาคม 2561)
ส่วนสถานการณ์ทางการตลาด สำหรับตลาดผลไม้ภาคตะวันออก จากผลผลิต 647,522 ตัน วางเป้าส่งออก 336,261 ตัน คิดเป็น 51.93 % แบ่งเป็นทุเรียน 282,936 ตัน 84.14 % มังคุด 31,416 ตันคิดเป็น 9.34 % เงาะ 17,201 ตันคิดเป็น 5.11 % ลองกอง 4,708 ตันคิดเป็น 1.4 % ส่วนหนึ่งได้กระจายตลาดในประเทศจำนวน 265,729 ตัน คิดเป็น 41.03 % แบ่งเป็นเงาะ 149,873 ตันคิดเป็น 56.4 % ทุเรียน 84,578 ตันคิดเป็น 31.8 % มังคุด 19,667 ตันคิดเป็น 7.4 % ลองกอง 11,611 ตันคิดเป็น 4.3 % แปรรูป 45,532 ตัน คิดเป็น 7.03 % ทุเรียน 36,392 ตันคิดเป็น 79.92 % เงาะ 6,150 ตันคิดเป็น 13.5 % มังคุด 2,990 ตันคิดเป็น 6.56 % โดยขณะนี้ (3 พ.ค. 61) ราคาทุเรียนหมอนทองอยู่ที่ประมาณ 78.83 – 68 บาท/ก.ก. ชะนี 54.17 – 47 บาท/ก.ก. มังคุด 195 – 126.67 บาท/ก.ก. เงาะตะกร้า 41.50 – 35 บาท/ก.ก. ลองกองคละ 40 บาท/ก.ก. ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าทุกปี
นายสำราญ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ปีนี้ไม่น่ากังวล เพราะเกษตรกรจะสามารถขายผลไม้ได้ในราคาดีเนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรมีความกังวลผลผลิตอาจไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศในระยาวได้หากไม่เร่งหามาตรการรับมือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงด้วยการปรับขบวนการผลิตทุกมิติ เพื่อลดผลกระทบต่อผลผลิตของเกษตรกรแบบยั่งยืน ประกอบกับปัจจุบันรัฐบาลได้มีนโยบายในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรกับ Tmall.com ภายใต้บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป โดยการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีนด้วยวิธีการซื้อขายผ่าน online ซึ่งทำให้ในอนาคตผลไม้ภาคตะวันออกหลายชนิดโดยเฉพาะทุเรียนจะมีความต้องการของตลาดจีนมากขึ้น
จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เข้าไปให้ความรู้แก่เกษตรให้ศึกษาและทำความเข้าใจถึงสภาพภูมิอากาศที่ไม่แน่นอนเพื่อให้เกษตรกรการปรับตัวในหลายมิติเพื่อบริหารจัดการผลผลิตให้มีคุณภาพดี เช่น กรณีลงทุนทำสวนใหม่ ควรวางแผนการผลิตพืชให้เจริญเติบโตในภายใต้สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง มีแหล่งน้ำสำรองกรณีกระทบแล้ง มี wind break รองรับป้องกันลมพายุ มีทางระบายน้ำที่รวดเร็วกรณีฝนตกหนักน้ำท่วมเฉียบพลัน รวมทั้งเรียนรู้ปฏิทินรอบการผลิตพืชตลอดทั้งปี รวมทั้งสนับสนุนให้เกษตรกรเร่งปรับขบวนการผลิตให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงเพื่อไม่ให้กระทบต่อผลผลิตในระยาว พร้อมทั้งเร่งส่งเจ้าหน้าที่ไปให้ความรู้เกี่ยวกับการวางแนวทางใช้ตลาดนำการผลิต โดยเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนคุณภาพผ่าน ศพก. และมีการส่งเสริมในรูปแบบแปลงใหญ่
นอกจากนี้ภายใต้คณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับจังหวัด (Chief of Operation หรือ COO) และคณะทำงานปฏิบัติการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาการเกษตรระดับอำเภอ (Operation Team หรือ OT) โดยในส่วนของ กรมส่งเสริมการเกษตรจะมีเกษตรจังหวัดและเกษตรอำเภอ เป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติงานในพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานต่างๆในการแก้ไขปัญหาการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตร ผลผลิตล้นตลาด ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ/ไม่แน่นอน เกษตรกรไม่มีแหล่งจำหน่ายผลผลิตไว้แล้ว ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถแก้ปัญหาการผลิตและการตลาดในระยะยาวแบบยั่งยืนได้อย่างแน่น









