วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

กองทัพเรือ เชิญชม“สมุทรานุภาพของไทย”

“สมุทรานุภาพของไทย”ในงานมหกรรมทางเรือนานาชาติและนิทรรศการเทคโนโลยีเรือในทศวรรษหน้า ครั้งที่ ๔



กองทัพเรือ ประกาศความยิ่งใหญ่ จัดงานมหกรรมทางเรือนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปี การก่อตั้งอาเซียน และงานนิทรรศการเทคโนโลยีเรือในทศวรรษหน้า ครั้งที่ ๔ “The 4th Ship Technology for the Next Decade: Ship Tech IV” เพื่อแสดงเทคโนโลยีเรือในอนาคต อาวุธยุทโธปกรณ์ ระบบรักษาความปลอดภัยของกองทัพเรือไทย ที่ก้าวไปอยู่ในแถวหน้าของกองทัพเรือในภูมิภาค พร้อมกิจกรรมไฮไลท์ที่หาชมได้ยากอย่าง สวนสนามทางเรือนานาชาติเกือบ ๕๐ ลำ มิตรประเทศที่ตอบรับเข้าร่วมงานแล้ว ๕๘ ประเทศ และอากาศยานของกองทัพเรือและกองทัพอากาศ จำนวน ๒๐ เครื่อง

ทั้งนี้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก นักลงทุนทั้งในและนอกประเทศ กลุ่ม CLMVT ประชาชนและกำลังพลทหารเรือของมิตรประเทศให้เดินทางมาร่วมงาน โดยนำเสนอการแสดงกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะมีนักท่องเที่ยวและผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมากถึง 1 ล้านคน มีผู้ประกอบการทางธุรกิจเข้าร่วมงานมากกว่า ๓๐๐ บริษัทและทำให้เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจ(Business Matching) ราว ๓๐๐ ราย โดยงานจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๕-๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ณ อาคาร PEACH โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช พัทยา จังหวัดชลบุรี

พล.ร.อ. พลเดช เจริญพูล รองผู้บัญชาการทหารเรือ เปิดเผยว่า ปัจจุบันทั่วโลกกำลังจับตาเศรษฐกิจในอาเซียน เพราะมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีอำนาจทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ซึ่งประเทศไทยถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่มั่นคงในทุกๆด้าน เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อของทุกภูมิภาค และยังเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ รวมถึงเทคโนโลยี การจัดงานมหกรรมทางเรือนานาชาติครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่จะทำให้ทุกคนที่มาร่วมงานรู้จักประเทศไทย และแสนยานุภาพเทคโนโลยีทางเรือของไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และคุ้มครองการแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตในน่านน้ำไทยสอดคล้องกับ พล.ร.ต. สมารมภ์ ชั้นสุวรรณ เจ้ากรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรือ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานงานนิทรรศการเทคโนโลยีเรือในทศวรรษหน้า ครั้งที่ ๔ กล่าวว่า

การจัดงานครั้งนี้ ที่สำคัญคือการรวบรวมเทคโนโลยีทางเรือที่ทันสมัยทั้งในประเทศและต่างประเทศมากกว่าทุกครั้ง เพราะการมี ระบบอำนวยการรบที่มีความทันสมัย พร้อมกับการมีเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น หมายถึงความสามารถในการป้องกันประเทศของกองทัพเรือไทยได้ก้าวหน้าไปอีกระดับ ทั้งยังเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี และแนวคิดในด้านการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) และ การจับคู่เจรจา (Business Matching) การร่วมมือทางการค้า และการร่วมลงทุน ทั้งยังมีกิจกรรมพิเศษอย่างยิ่งใหญ่ ดังนี้

การปาฐกถาพิเศษ ได้เชิญวิทยากรชั้นนำระดับประเทศเข้าร่วมการเสวนาด้านการลงทุนระเบียงเศรษฐกิจเพื่อให้สอดคล้องกับ Thailand 4.0 เพื่อให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมฟัง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี /คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ /ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม /คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ /ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และ Dinner Talk โดย คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
นอกเหนือจากนี้ยังมี Super Yacht Show/ มหกรรมทางเรือนานาชาติ มวยระดับโลก การแสดงคอนเสิร์ต ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น (Chang Music Connection Present International Fleet Review) การเห่เรือ ขบวนรถขายอาหารเคลื่อนที่ (Food Truck Caravan) เป็นต้น

ทั้งนี้จากความร่วมมือของภาคเอกชนและภาครัฐ ในการแสดงศักยภาพของกองทัพเรือไทย และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกร่วมชมความยิ่งใหญ่ของสมุทรานุภาพของไทย ในงานมหกรรมทางเรือนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปี การก่อตั้งอาเซียน และงานนิทรรศการเทคโนโลยีเรือในทศวรรษหน้า ครั้งที่ ๔ ครั้งนี้ จึงคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานตลอดระยะเวลาการจัดงานนับล้านคน และมีผู้ประกอบการทางธุรกิจเข้าร่วมงานมากกว่า ๓๐๐ บริษัทและทำให้เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจ(Business Matching) ราว ๓๐๐ ราย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สามารถเข้าชมงานนิทรรศการเทคโนโลยีเรือในทศวรรษหน้า ครั้งที่ ๔ “The 4th Ship Technology for the Next Decade: Ship Tech IV” วันที่ ๑๕-๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ที่ อาคาร PEACH โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช พัทยา ส่วนการสวนสนามทางเรือนานาชาติ ที่บริเวณอ่าวพัทยา มีกำหนดจัดกิจกรรมในวันจันทร์ที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ โดยมีประมาณการกำลังทางเรือและกำลังทางอากาศที่เข้าร่วม ประกอบด้วยเรือของกองทัพเรือ จำนวน ๑๕ ลำ เรือของประเทศสมาชิกอาเซียน และเรือของประเทศนอกอาเซียน จำนวนกว่า ๒๘ ลำ จาก ๑๘ ประเทศ และอากาศยานของกองทัพเรือและกองทัพอากาศ จำนวน ๒๐ เครื่อง