วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนปลื้มไหมมัดหมี่ ๒๕ ปี สกว.เที่ยวตามรอยแม่ของแผ่นดิน

“แม่ของแผ่นดิน มิ่งขวัญชาวไทย” ประสบความสำเร็จอย่างงดงามนักวิจัยและประชาชนทั้งไทยและต่างชาติล้วนชื่นชม

 

นิทรรศการการท่องเที่ยวตามรอยพระราชดำริ “แม่ของแผ่นดิน มิ่งขวัญชาวไทย” ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในงาน ๒๕ ปี สกว. นักวิจัยและประชาชนทั้งไทยและต่างชาติล้วนชื่นชม สนใจเส้นทางการท่องเที่ยวและอุดหนุนผลิตภัณฑ์อย่างเนืองแน่นตลอดงาน นักวิจัยปลื้มรอเปิดบูธอวดโฉมผ้าไทยผืนงามอีกครั้งปลายเดือนนี้

ผ่านพ้นไปด้วยดีกับบูธแสดงนิทรรศการการท่องเที่ยวตามรอยโครงการพระราชดำริ “แม่ของแผ่นดิน มิ่งขวัญชาวไทย” ในงาน ๒๕ ปี สกว.: สร้างคน สร้างความรู้ สร้างอนาคต ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อแสดงผลงานวิจัยของ สกว. ที่ก่อให้เกิดการสร้างคน สร้างความรู้ และสร้างอนาคตให้กับประเทศ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปีข้างหน้า ตามกรอบการพัฒนาประเทศไทย ๔.๐ รวมถึงเป็นเวทีเชื่อมโยงการวิจัยของไทยที่มีศักยภาพไปสู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ในระดับประเทศและนานาชาติ ตลอดจนเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบความก้าวหน้าของการวิจัยของไทย

นิทรรศการการท่องเที่ยวตามรอยโครงการพระราชดำริ เป็นส่วนหนึ่งของผลงานวิจัยเรื่อง “การท่องเที่ยวตามรอยโครงการพระราชดำริ “แม่ของแผ่นดิน มิ่งขวัญชาวไทย” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา” ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก สกว. โดยมี รศ. ดร.พรรณี สวนเพลง และคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นคณะผู้วิจัย

งานวิจัยดังกล่าวใช้เวลาในการศึกษาทั้งสิ้น 6 เดือน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ “น้ำพระทัยเปี่ยมล้น..พลิกพ้น..ความยากจนบนวิถีท่องเที่ยวไทย”  ผ่านการวิจัยเชิงลึกที่แสดงถึงพระอัฉริยภาพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถที่ได้ทรงงานในโครงการพระราชดำริ เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือให้กับราษฎรให้สามารถสร้างสรรค์งานหัตถกรรมพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใกล้จะสูญหายไป ให้กลายเป็นงานศิลปาชีพหรือหัตกรรมครัวเรือนที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตนเอง และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบนวิถีแห่งความพอเพียงให้สามารถก้าวข้ามความยากจนได้อย่างยั่งยืน

ภายในงานนิทรรศการได้นำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยว “ผ้าไหมมัดหมี่ที่ทรงฟื้น...สร้างความยั่งยืนให้ปวงราษฎร” ตามรอยโครงการพระราชดำริ เพื่อนำเสนอเรื่องราวของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระราชดำริในการอนุรักษ์และฟื้นฟู “ผ้าไหมมัดหมี่” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ใกล้จะสูญหายไปให้กลับกลายมาเป็นงาน “หัตถศิลป์” อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ พร้อมกับยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของปวงราษฏรให้ก้าวผ่านความยากจนไปได้ด้วยการผ้าไหมมัดหมี่

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจ ประกอบด้วย การสาธิตการโอบหมี่ หรือการมัดหมี่ เป็นการมัดลวดลายมัดหมี่ก่อนที่จะนำเส้นไหมไปย้อมสี เพื่อให้เกิดลวดลายต่าง ๆ หลังจากนั้นมาเส้นไหมมาจัดเตรียมสำหรับการทอผ้าในลำดับต่อไป นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการทอผ้าไหม และให้ผู้ร่วมงานได้มีโอกาสทดลองทอผ้าไหมด้วย พร้อมกับมีการออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ บ้านนาโพธิ์ อ. นาโพธิ์ จ. บุรีรัมย์

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ บ้านนาโพธิ์ นับเป็น “แหล่งทอผ้าที่ใหญ่ที่สุดในบุรีรัมย์” อีกทั้งเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาให้แก่เยาวชนและกลุ่มอื่น ๆ ด้วยการพัฒนาการทอผ้าไหมมัดหมี่ให้มีสีสันและลวดลายสวยงาม โดยที่ยังความเป็นผ้าไหมมัดหมี่แบบดั้งเดิมไว้ และพัฒนาลวดลายใหม่ให้เข้ากับสมัยใหม่ที่สามารถส่งไปขายยังตลาดในต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงการรับชมวีดิทัศน์แสดงเส้นทางการท่องเที่ยวตามรอยโครงการพระราชดำริฯ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในโอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ. ดร.ประจิน จั่นตอง ประธานเปิดงาน ได้ให้ความสนใจสอบถามผลงานวิจัยการท่องเที่ยวตามรอยพระราชดำริ “แม่ของแผ่นดิน มิ่งขวัญชาวไทย” เป็นอย่างมาก อีกทั้งขอให้ สกว. และนักวิจัยช่วยกันสนับสนุนการทำงานวิจัยเพื่อชุมชนและท้องถิ่น เพื่อใช้การวิจัยแก้ไขปัญหาของชาวบ้านอย่างแท้จริง

“นิทรรศการของเราได้รับความสนใจจากนักวิจัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นอย่างมาก ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่เยี่ยมชมงาน ซึ่งได้สอบถามเส้นทางการท่องเที่ยวและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าไหมกันอย่างอย่างเนืองแน่นตลอดการจัดงานทั้งสองวัน และจากกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เยี่ยมชมบูธของโครงการฯ ในงาน ๒๕ ปี สกว. ทำให้คณะผู้วิจัยได้รับเกียรติให้ไปออกบูธเพื่อร่วมงานนิทรรศการ ณ ศูนย์การค้าเกษรพลาซ่า ระหว่างวันที่วันที่ ๓๑ สิงหาคม – ๑ กันยายน ๒๕๖๐ และยังได้รับการทาบทามจากเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ให้ไปร่วมนำเสนอผ้าไหมที่ประเทศมาเลเซียด้วย” รศ. ดร.พรรณีกล่าว