วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญย้ำไก่และไข่ไทยปลอดภัย

การผลิตไก่เนื้อและไข่ของประเทศไทยมีความทันสมัย และมีมาตรฐานระดับสากล "ขาดไข่วันใด แล้วเธอจะรู้สึก กินไข่ได้ทุกวัน กินได้ทุกวัย"

นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านปศุสัตว์ ชี้มาตรฐานการผลิตไก่เนื้อและไข่ไก่ของประเทศไทย เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับระดับโลก สามารถตรวจสอบย้อนกลับคุณภาพได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต ตอกย้ำอาหารปลอดภัยสู่การเป็นครัวของโลก ในงานเสวนาในหัวข้อ "เมืองนอกบอกไก่และไข่ไทยสุดยอด" ซึ่งจัดขึ้นในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2560 ของสมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลก สาขาประเทศไทย

 

นายสัตวแพทย์ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลก สาขาประเทศไทย กล่าวในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2560 ว่า ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการผลิตไก่เนื้อและไข่ของประเทศไทยมีความทันสมัย และมีมาตรฐานระดับสากล ด้วยประเทศไทยมีการพัฒนาด้านความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตเนื้อไก่ และไข่ไก่ที่ทันสมัยขึ้น เพื่อให้คนไทยมีความมั่นใจต่อการบริโภคไก่และไข่มากขึ้น จึงจัดเสวนาทางวิชาการ 2หัวข้อ "ขาดไข่วันใด แล้วเธอจะรู้สึก กินไข่ได้ทุกวัน กินได้ทุกวัย" และ "กรณี ศึกษาบราซิล เจ็บนี้อีกนาน...เจ็บแล้วไม่ลืม" ซึ่งเชิญนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเอกชน มาร่วมแสดงความเห็นสนับสนุนและสร้างความมั่นใจในการบริโภคไก่และไข่   

 

"การจัดเสวนาทางวิชาการ มุ่งหวังให้คนไทยได้รับความรู้ มีทัศนคติที่ดีต่อการบริโภคไก่และไข่ของไทย ที่ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกให้การยอมรับมาตรฐานในการผลิตอาหารของประเทศไทย ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการบริโภคไก่และไข่ของไทยมากขึ้น" น.สพ.ศักดิ์ชัย กล่าว 

 

ในช่วงเสวนา "ขาดไข่วันใด แล้วเธอจะรู้สึก กินไข่ได้ทุกวัน กินได้ทุกวัย" น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ดำเนินการยกระดับมาตรฐานการผลิตไก่เนื้อและไข่ไก่ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และให้ความสำคัญกับการตรวจสอบย้อนกลับ ในฐานะนักวิชาการ ยังมุ่งสร้างความเข้าใจกับสาธารณชน ให้มีทัศนคติที่ถูกต้อง และมั่นใจต่อการบริโภคเนื้อไก่และไข่ เพราะปัจจุบันทั่วโลกให้การยอมรับไก่และไข่ไทย โดยเฉพาะประเทศที่มีมาตรฐานและความเข้มงวดด้านความปลอดภัยของอาหาร อย่าง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ขณะเดียวกัน เพื่อให้คนไทยได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพสูง และปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเร่งดำเนินการให้การผลิตไก่และไข่ของไทยได้มาตรฐานมากขึ้น

 

ด้านอาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ย้ำว่า ไข่ไก่ เป็นอาหารโปรตีนคุณภาพสูง ราคาทุกคนสามารถเข้าถึงได้ พร้อมแนะเคล็ดลับส่วนตัวในการบริโภคไข่ของตนเอง  5 ข้อ ได้แก่ บริโภคไข่สุก เพราะร่างกายได้รับวิตามินบางตัวอย่างเต็มที่  กินไข่พร้อมกับผัก  กินไข่ต้มและตุ๋น เพราะแคลอรี่ต่ำ เทียบกับไข่เจียวหรือไข่ดาว เลี่ยงกินอาหารแคลอรี่สูง เช่น ปลาหมึก หมูติดมัน  และออกกำลังกาย 3 วันต่อสัปดาห์  ซึ่งเป็นเคล็ดลับที่ตนเองปฏิบัติมานาน ปัจจุบันอายุ 67 ปียังกระปรี่กระเปร่า ส่วนหนึ่งมาจากการกินไข่สัปดาห์ละ 11-12 ฟอง

 

ขณะที่ นายเรวัติ หทัยสัตยพงษ์  ประธานอนุกรรมการส่งเสริมการบริโภคไข่ กล่าวว่าปัจจุบัน คนไทยยังบริโภคไข่ไก่น้อยกว่าอีกหลายประเทศ โดยเฉลี่ยบริโภค 220 ฟองต่อคนต่อปี อนุกรรมการฯ มียุทธศาสตร์รณรงค์ให้คนไทยบริโภคไข่เพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมาย 300 ฟองต่อคนต่อปี ไม่เพียงช่วยให้คนไทยมีสุขภาพดีขึ้น ยังช่วยสร้างการเติบโตของอุตสาหกรรมไข่ตลอดห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ เกษตรกรเลี้ยงสัตว์ 10 ล้านฟอง คิดเป็นมูลค่า 8,000 ล้านบาท

 

สำหรับการเสวนา หัวข้อ "กรณีศึกษาบราซิล เจ็บนี้อีกนาน...เจ็บแล้วไม่ลืม" นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่า เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันการส่งออก ภาคอุตสาหกรรมต้องคำนึงถึงมาตรฐานตลอดห่วงโซ่การผลิตอาหารตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จากกระแสความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคทั่วโลกที่ตระหนักถึงผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบย้อนกลับ แนะอุตสาหกรรมไก่เนื้อและไข่ไก่ตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่ เมล็ดพันธุ์ การเพาะปลูกพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ ทุกภาคส่วนต้องให้คำนึง และร่วมมือกันพัฒนากระบวนการผลิตที่ไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กระบวนการส่งเสริมเพิ่มศักยภาพเกษตรกรปลูกพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และปลูกพืชตามหลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (Good Agriculture Practice หรือ GAP) สร้างโอกาสนำไปสู่การเป็นผู้นำอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมไก่และไข่ไทยบนเวทีการค้าโลก./