วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งรณรงค์ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจับมือหน่วยงานรัฐ เร่งรณรงค์ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

   

 

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้บูรณาการประสานการทำงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทย เช่น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานตำรวจแห่งชาติกรมสอบสวนคดีพิเศษศุลกากร เป็นต้น เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง หวังสร้างความเชื่อมั่นและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการคุ้มครองและเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของไทย

 

นายทศพล เสริมว่า ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐของไทยจับมือเร่งดำเนินการป้องปรามและป้องกัน     การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยเน้นแนวทางการป้องกันตามแนวนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มีการจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัย จัดประชุมร่วมกับผู้ค้าและเจ้าของตลาดจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้เปลี่ยนมาจำหน่ายสินค้าที่ถูกกฎหมายไม่ให้ใช้พื้นที่จำหน่ายสินค้าปลอม

 

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือกรุงเทพมหานครการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์และกวดขันไม่สนับสนุนให้จำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบโรงงานผลิตซีดี/ร้านค้า/แผงลอย ที่น่าสงสัยว่าจะจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ก่อนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและภาคเอกชน เจ้าของสิทธิจะใช้มาตรการทางปกครองหรือมาตรการทางกฎหมายดำเนินการต่อไป

 

นายทศพล กล่าวว่า ขณะนี้แนวโน้มการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทางอินเทอร์เน็ตยังคงขยายตัว โดยการละเมิดที่พบเห็นมี 3 รูปแบบ คือ การขายสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าหรือลิขสิทธิ์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยมีสินค้าที่สามารถจับต้องได้ เช่น นาฬิกา เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เป็นต้น การขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่จับต้องไม่ได้ โดยการให้บริการดาวน์โหลดแบบเรียกเก็บค่าบริการเช่นภาพยนตร์เพลง   งานวรรณกรรม และการให้บริการดาวน์โหลดงานอันมีลิขสิทธิ์โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายซึ่งเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาต้องตระหนักถึงการรักษาสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของตน แจ้งเตือน และขอให้เจ้าของเว็บไซต์ระงับหรือถอดการเผยแพร่งานละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออกจากเว็บไซต์ ตลอดจนติดตามดำเนินคดีเพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้ละเมิด อย่างไรก็ดี ความยากของการแก้ไขปัญหาการละเมิดบนอินเตอร์เน็ตอยู่ที่การตามเส้นทาง และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาผ่านทาง Facebook, Twitter, Instagram และ Youtube เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาสามารถแจ้งไปยังผู้ให้บริการดังกล่าว เพื่อขอให้ดำเนินการปิดกั้นการกระทำละเมิดดังกล่าวได้ ซึ่งจากการติดตามของกรมทรัพย์สินทางปัญญาทราบว่าได้รับความร่วมมือดีจากผู้ให้บริการ

 

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ให้ความสำคัญกับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกแก่ประชาชนเพื่อไม่ให้ใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยได้จัดทำป้ายรณรงค์ “ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ใช้ของปลอม” เผยแพร่ในพื้นที่สนามบินทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จัดทำป้ายดิจิตอลรณรงค์ตามสถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT สปอตรณรงค์เผยแพร่ทางสื่อโทรทัศน์ และวิทยุ กิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นตามภูมิภาคต่างๆ    ทั่วประเทศไทย รวมถึงคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย เป็นต้น ซึ่งทุกๆ กิจกรรมล้วนได้รับผลตอบรับที่ดีจากหลายๆ ฝ่าย ดังเช่น คลิปวิดีโอตัวล่าสุดในชื่อ“รักปลอมๆ”ที่เพิ่งเผยแพร่ทางเฟสบุคเมื่อช่วงวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้าชมและแชร์คลิปดังกล่าวเป็นจำนวนมาก นั่นแสดงให้เห็นว่าคนไทยเปิดใจกับประเด็นนี้ และใส่ใจกับปัญหาดังกล่าวมากขึ้น ทั้งนี้ นอกจากการรณรงค์กับประชาชนทั่วไป เด็ก เยาวชน กลุ่มผู้บริโภคแล้ว กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เร่งสร้างความเข้าใจ รณรงค์กับกลุ่มผู้ขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้ตระหนักว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายโอกาสและอาชีพของนักประดิษฐ์ นักสร้างสรรค์ และผู้ค้าขายโดยสุจริตของไทย ตลอดจนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ผู้ขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญายังมีความผิดตามกฎหมายอีกด้วย

 

 

*************************************