SACICT ร่วมเฟ้นหา “ผ้าขาวม้าท้องถิ่นไทย”ส่งต่ออัตลักษณ์ชุมชนสู่ตลาด สอดรับนโยบายรัฐบาล
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ร่วมกับบริษัท ประชารัฐสามัคคี (ประเทศไทย) จำกัด ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมค้นหาผ้าขาวม้าที่มีอัตลักษณ์ประจำท้องถิ่นให้กับชุมชน ทั่วประเทศ จัดการสัมมนาเชิงลึก “ผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย” วันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้
นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ เผยว่า SACICT เป็นหน่วยงานที่ให้การส่งเสริมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน โดยส่งเสริมทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยแผนงานในปี 2560 – 2563 ตั้งเป้าหมายในการเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้และอนุรักษ์สืบสานคุณค่าศิลปหัตถกรรมไทย รวมทั้งต่อยอดเชิงพาณิชย์สู่สากล เพื่อให้ชุมชนอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืน การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย” นั้น ถือได้ว่าเป็นงานศิลปหัตถกรรมไทยที่
พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง ด้วยวัตถุประสงค์ของงานในการเฟ้นหาผ้าขาวม้าที่มีอัตลักษณ์ประจำท้องถิ่นให้กับชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งที่มีชุมชนผู้ผลิตผ้าขาวม้าส่งชิ้นงานเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก และผ่านารคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในรอบแรกแล้วถึง 69 ชุมชน จากทั้งหมด 502 ชุมชน และทั้งหมดที่ได้รับคัดเลือกนี้ จะได้รับสิทธิ์ร่วมงานสัมมนาเชิงลึกในหัวข้อ “ผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย” ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์นี้ด้วย
SACICT ขอเดินหน้าหน้าดำเนินการสนับสนุนโครงการฯ โดยการจัดสัมมนาในห้วข้อ “ช่องทางการตลาด” เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ทั้งในด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาด ของผ้าขาวม้าพื้นบ้านเพื่อการเข้าสู่ตลาดงานศิลปหัตถกรรมไทยในยุคปัจจุบัน ให้กับผู้ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก โดยจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ชั้น 2 ห้องประชุมลายขิด ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อ.บางไทร จ.อยุธยาฯ นางอัมพวันฯ กล่าวย้ำ
งานนี้นอกจากผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับฟังข้อมูลที่เป็นประโยชน์แล้ว SACICT ยังได้เชิญครูช่างศิลปหัตถกรรม ผู้สร้างสรรค์ผลงานผ้าขาวม้าชั้นนำของเมืองไทย มาร่วมบรรยายและสาธิตเทคนิคการย้อมผ้าด้วยสีจากวัตถุดิบธรรมชาติ ซึ่งกำลังเป็นกระแสและความต้องการของตลาดปัจจุบัน ตลอดจนร่วมเผยแพร่องค์ความรู้ และแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมต่างๆ ผ่านหอนิทรรศการทั้ง 5 ภายในที่ตั้งของ SACICT เช่น หอหัตถศิลป์ระหว่างประเทศ หอเกียรติยศ และ Innovative Craft Gallery
นางอัมพวันฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกคน พร้อมให้การสนับสนุนในด้านสถานที่ และยินดีต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน เพื่อให้การสัมมนาเชิงลึก “ผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย” ประสบความสำเร็จ และเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยให้คงอยู่ และสร้างรายได้ให้กับชุมชนผู้ผลิตได้มีความอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นนโยบาลที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด








