ดีเคเอสเอช รายงานผลประกอบการของบริษัทซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สำหรับปี 2559 แม้ว่าสภาวการณ์ตลาดจะมีความท้าทาย โดยเฉพาะการเติบโตในอาเซียน
ดีเคเอสเอช รายงานผลประกอบการของบริษัทซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สำหรับปี 2559 แม้ว่าสภาวการณ์ตลาดจะมีความท้าทายในวันนี้ บริษัทได้ประกาศว่าตัวเลขสำคัญในกลุ่มหลักเพิ่มขึ้นทุกกลุ่ม และในบางกลุ่มก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 4.5% ผลกำไรจากการดำเนินการ (EBIT) เพิ่มขึ้น 8.4% และกำไรหลังหักภาษีเพิ่มขึ้น 6.7% เป็นครั้งแรกที่มีพนักงานผู้เชี่ยวชาญมีกว่า 30,000 คน
จากการเติบโตของบริษัท ด้วยทรัพยากรหรือสินทรัพย์ที่มีอยู่ของบริษัท (organic growth) มีสัดส่วนเพิ่มมากที่สุด ดีเคเอสเอช มีการเติบโตที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวียดนาม เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ในเดือนกันยายน ดีเคเอสเอช ได้เข้าซื้อกิจการส่วนใหญ่ของบริษัท Shanghai Sweets International (eSweets) ในประเทศจีนและฮ่องกง
ดีเคเอสเอช ในประเทศไทย มีอัตราการเจริญเติบโตที่คงที่ ซึ่งชะลอตัวเนื่องจากปัญหาทางการเมืองในปี 2558 การลงทุนในปีที่ผ่านๆ มาในประเทศมาเลเซียประสบผลสำเร็จ ในภาพรวมนั้น ดีเคเอสเอช สามารถพัฒนาตำแหน่งผู้นำในหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค และหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยยอดขายสุทธิหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบอุตสาหกรรม และหน่วยธุรกิจเทคโนโลยีสูงขึ้นเนื่องจากความต้องการสินค้าทุนและวัตถุดิบพิเศษที่มากขึ้น
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ดีเคเอสเอช ดร.เยิร์ก โวลเล่ กล่าวถึงประเทศไทยว่า “เมื่อปีที่ผ่านมา เป็นปีที่พิเศษสำหรับ ดีเคเอสเอช ในประเทศไทย เราได้เฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งบริษัท เมื่อ 110 ปีที่แล้ว ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกวันนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่เราดำเนินธุรกิจใหญ่ที่สุดจากทั้งหมดในเครือของ ดีเคเอสเอช กรุ๊ป ด้วยยอดขายสุทธิ 118 พันล้านบาท ในปี 2559 และมีพนักงานผู้เชี่ยวชาญกว่า 11,000 คน ทั่วประเทศ ดีเคเอสเอช เป็นส่วนหนึ่งของคนไทยกว่าล้านคน ในทุกๆ วัน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบสำหรับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไปจนถึงการขนส่ง ช็อคโกแลต คิทแคท และเวชภัณฑ์ต่างๆ ในการรักษา ทั่วประเทศ และเราจะยังคงดำเนินเส้นทางในการสร้างความเติบโตที่ยั่งยืน และสร้างผลกำไรกับคนไทย และเพื่อคนไทยต่อไป”
มาตรการปรับโครงสร้างที่ริเริ่มในกลุ่มธุรกิจสินค้าหรูหรา มีผลในเชิงบวก แม้จะเกิดการหดตัวของตลาดอย่างต่อเนื่อง ทว่าผลประกอบการในธุรกิจดังกล่าวของ ดีเคเอสเอช เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะเดียวกันบริษัทก็ได้ขายสินทรัพย์ได้สำเร็จ มาตรการเหล่านี้จะดำเนินอย่างต่อเนื่องในปี 2560
จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งยิ่ง รวมถึงการพัฒนาในเชิงบวกอย่างต่อเนื่องของบริษัท จึงมีการเสนอให้เพิ่มเงินปันผลหุ้นสามัญ 15.4% ไปเป็น 1.50 ฟรังก์สวิส ในงานประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น วันที่ 23 มีนาคม 2560 โดยจะจ่ายเงินปันผลหุ้นสามัญเพิ่มจาก 84.6 ล้านฟรังก์สวิส ไปเป็น 97.6 ล้านฟรังก์สวิส นอกจากนี้ จะเสนอให้จ่ายเงินปันผลหุ้นพิเศษที่อัตรา 3.00 ฟรังก์สวิสต่อหุ้น
ดร.เยิร์ก โวลเล่ ประธานประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ดีเคเอสเอช กล่าวว่า "เราตั้งเป้าหมายไว้สูง แม้จะมีปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่เราไม่ได้แค่บรรลุเป้าแต่เราบรรลุเกินเป้าด้วย ถือเป็นผลประกอบการที่โดดเด่นของเราจากพนักงานของเรา ดีเคเอสเอช ก็ได้เลี่ยงสภาวการณ์ทางธุรกิจที่ไม่เอื้ออำนวยอยู่ ในระดับหนึ่ง บริษัทได้เปิดโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ โดยการพัฒนาพื้นที่ใหม่ ๆ ทางธุรกิจและควบคุมห่วงโซ่มูลค่าหลาย ๆ ส่วนจากลูกค้ารายสำคัญ ๆ บริษัทของเราอยู่ในตำแหน่งที่ดีและยังมีความเคลื่อนไหว เป็นความตั้งใจของเราตลอดมาในการให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในความสำเร็จของ ดีเคเอสเอช เราจึงเสนอให้มีการเพิ่มเงินปันผลหุ้นสามัญและเงินปันผลหุ้นพิเศษ" ดร. โวลเล่ เสริมว่า "ในปี 2559 เรายังได้กำหนดแผนในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระดับสูงสุดของบริษัท ตั้งแต่เนิ่นๆ พร้อมการมองการณ์ไกล การสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินยุทธศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับต้นๆ ของเรา ในปี 2560 เราจะทำการเปลี่ยนแปลงนี้เพื่อเสริมตำแหน่งทางการตลาดที่มีความแข็งแกร่งของเรา"
ดีเคเอสเอช กรุ๊ป
ยอดขายสุทธิรวมในปี 2559 เพิ่มขึ้น 4.5% เป็นจำนวนเงิน 10.5 พันล้านฟรังก์สวิส การเติบโตของบริษัท ด้วยทรัพยากรหรือสินทรัพย์ที่มีอยู่ของบริษัท (organic growth) อยู่ที่ 4.4% โดยที่ 0.2% มาจากการเข้าซื้อกิจการ สิ่งนี้ได้เกิดขึ้นแม้จะมีความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งมีผลกระทบด้านลบไม่มากที่อัตรา 0.1%
ผลกำไรจากการดำเนินการ (EBIT) เพิ่มขึ้นอย่างมากไปเป็น 293.0 ล้านฟรังก์สวิส กำไรหลังหักภาษี 213.0 ล้านฟรังก์สวิส สูงกว่าปีที่แล้วอย่างมาก ผลกระทบของการตีราคาใหม่สัญญาของอนุพันธ์ซึ่งใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ สิ้นปีจะทำให้ผลลัพธ์ทางการเงินสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปี 2558
กระแสเงินสดอิสระเพิ่มขึ้นเป็น 128.8 ล้านฟรังก์สวิส เนื่องจากสิ้นปีเป็นวันหยุด กระแสเงินสดอิสระจึงได้รับผลกระทบจากวันปิดยอด
จากนโยบายการจ่ายเงินปันผลแบบก้าวหน้าที่ปฏิบัติมาหลายปี คณะกรรมการบริหารบริษัทจะนำเสนอต่อที่ประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นในเดือนมีนาคม 2560 ให้จ่ายเงินปันผลหุ้นสามัญที่อัตรา 1.50 ฟรังก์สวิสต่อหุ้น สำหรับปีงบประมาณ 2559 เงินปันผลหุ้นสามัญจะสูงกว่าปีที่ผ่านมา 0.20 ฟรังก์สวิส หรือ 15.4%
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารได้เสนอให้ผู้ถือหุ้นได้มีส่วนร่วมในความสำเร็จของบริษัท โดยการจ่ายเงินปันผลหุ้นพิเศษที่อัตรา 3.00 ฟรังก์สวิสต่อหุ้น หากได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น วันจ่ายเงินปันผลจะเริ่มต้นในวันที่ 29มีนาคม 2560 (วันที่บันทึก: 28 มีนาคม 2560 วันปันผลหุ้นพิเศษ: 27 มีนาคม 2560)






