เส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า (เส้นทางรถไฟสายมรณะ)ตลอดเส้นทางรถไฟสายไทยมีหลายจุดเป็นเนินหิน ภูเขา หน้าผา หรือหุบเหว
จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับ มีเดีย แอนด์ บล็อกเกอร์ คลับ จัดทริป “ บล็อกเกอร์พาแฟนเพจตะลุยเที่ยว กด Like ให้กาญจนบุรี” โดยมีบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวชื่อดัง 5 คนได้แก่ สุพรรษา เจิมเฉลิม,สาธิตา โสรัสสะ,ณีรนุช ไตรจักร์วนิช,สุรีพร แซ่ว่อง และธีระยุทธ คัมภีร์ศรีตระกูล พาไปท่องเที่ยวเมืองกาญ 21-22 มกราคม 2560 ทริป 2 วัน 1 คืน เที่ยวช่องเขาขาด,ถ้ำกระแซ,เมืองมัลลิกา,วัดทิพย์สุคนธาราม,จามจุรี
"ช่องเขาขาด" หรือ "ช่องไฟนรก" เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า (เส้นทางรถไฟสายมรณะ)ตลอดเส้นทางรถไฟสายไทยมีหลายจุดเป็นเนินหิน ภูเขา หน้าผา หรือหุบเหว ขวางอยู่จึงต้องขุดให้เป็นช่องเพื่อที่รถไฟสามารถวิ่งผ่านไปได้ซึ่งที่ช่องเขาขาด หรือ ช่องไฟนรก เป็นจุดที่ใหญ่ที่สุดบนเส้นทางนี้ การขุดเจาะช่องเขาขาดเริ่มในเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2486 ปรากฏว่างานล่าช้ากว่ากำหนดจึงมีช่วงที่เร่งงานซึ่งแรงงานแต่ละกะต้องทำงานถึง 18 ชั่วโมงโดยงานส่วนใหญ่ล้วนใช้แรงคนทั้งสิ้น เช่น การสกัดภูเขาด้วยมือ ซึ่งเป็นการทำงานที่ทารุณยิ่ง เนื่องจากต้องปีนลงไปสกัดในช่องเขาซึ่งบางช่วงสูงถึง 11 เมตร จนแทบไม่มีอากาศหายใจทั้งยังต้องทำงานท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวในช่วงเดือนมีนาคม ในภาวะขาดแคลนน้ำและอาหาร เมื่อเจ็บป่วยแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่เพียงพอต่อการพยาบาลต้องดูแลกันตามมีตามเกิด เชลยศึกและกรรมกรที่ช่องเขาขาดต้องทำงานตอนกลางคืนด้วยแสงไฟจากคบเพลิงและกองเพลิงทำให้สะท้อนเห็นเงาของเชลยศึกและผู้คุมวูบวาบบนผนังทำให้ที่นี่ได้รับการขนานนามว่า "ช่องไฟนรก" หรือ Hellfire Pass
ถ้ำกระแซ ตั้งอยู่ในอำเภอไทรโยค เป็นถ้ำเล็กๆ ตั้งอยู่ริมหน้าผาใกล้กับทางรถไฟ เคยเป็นที่พักของเชลยศึก ในช่วงที่มีการสร้างทางรถไฟสายมรณะ ไทย-พม่า เส้นทางรถไฟบริเวณนี้ที่ถือว่า เป็นจุดอันตรายที่สุดในการก่อสร้างทางรถไฟ เพราะเป็นการสร้างทางตัดผ่านหน้าผาหินสูงชัน อีกฝั่งเป็นเหวลึกสู่ลำน้ำแควน้อย ในช่วงเส้นทางประมาณ 400 เมตรนี้ มีความลำบากในการก่อสร้างเป็นอย่างมาก เพราะการสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้ ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ไม่ได้ใช้อุปกรณ์เครื่องจักรที่ทันสมัย มีเพียงเครื่องไม้เครื่องมือแบบชาวบ้าน จอบ สิ่ว ค้อน ขวานธรรมดา ทำโครงสร้างด้วยไม้ ด้วยสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากในการก่อสร้าง การเผชิญกับโรคภัยต่างๆ และการขาดแคลนอาหาร ทำให้กายเป็นโศกนาฏกรรมทางสงคราม ที่มีแรงงานและเชลยศึกต้องจบชีวิตลง นับหมื่นนับพันคนในช่วงการสร้างทางรถไฟผ่านช่วงถ้ำกระแซนี้
การที่จะสัมผัสถึงเส้นทางรถไฟสายมรณะจริงๆ เป็นการเดินทางด้วยรถไฟ เพราะเมื่อรถไฟผ่านเส้นทางก่อนถึงสถานีถ้ำกระแซ รถไฟจะชะลอความเร็วลง เพื่อความปลอดภัย เพราะโครงสร้างสะพานยังคงเป็นโครงไม้ดั้งเดิม และทำให้ได้ชมวิวที่สวยงาม จากทางฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ที่ไหลอยู่ด้านล่าง
หากมาทางรถยนต์ สามารถเดินชมวิวบนเส้นทางรถไฟ ไปตามไม้หมอน และสามารถเข้าไปสักการะพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำกระแซได้ นอกจากนี้ บริเวณสถานีรถไฟ มีร้านอาหาร ร้านค้า ขายของที่ระลึก และสินค้าสำหรับนักท่องเที่ยวมากมาย
วัดทิพย์สุคนธารามเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ พระพุทธรูปปางขอฝน (บางคันธารราฐ) สร้างโดยโลหะสำริดความสูง 32 เมตร ยืนอยู่บนฐานสูง 8 เมตร ซึ่งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจัดสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษาเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา
และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่ม พระพุทธมหาเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถ คันธารราฐอนุสรณ์ ตั้งอยู่ที่ลานพระทักษิณซึ่งเสมือนเขตพุทธวาส บริเวณโดยรอบ มีหอเกียรติประวัติสมเด็จพระมหาธีราจารย์ อาคารประกอบต่างๆ และอ่างเก็บน้ำในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งมีการปรับปรุงภูมิทัศน์สถานที่ให้เปรียบเสมือน“พุทธอุทยาน”ที่มีลานปฏิบัติธรรม สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระมหากรุณารับโครงการไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2554
พระพุทธเมตตาฯ มีชื่อเต็มว่า “องค์พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคันธารราฐหรือปางขอฝน ที่หล่อด้วยโลหะสำริด สูงถึง 32 เมตร ประดิษฐาน ณ ลานประทักษิณ ภายในพุทธอุทยานพื้นที่ 320 ไร่ วัดทิพย์สุคนธาราม ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี
ในรายละเอียดการสร้างนั้น พระพุทธเมตตาฯเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะกายวิภาคที่เหมือนจริงตามธรรมชาติ ตามแบบศิลปะคันธาระ ทั้งลีลาของพระกร พระหัตถ์ และการนุ่งห่มจีวรที่สามารถมองเห็นพระบาททั้งสองข้างอย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อเทียบกับเทพีเสรีภาพของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีความสูงใกล้เคียงกันแล้วแต่ว่ามีฐานที่ใหญ่กว่า ด้วยมีผ้าคลุมไปถึงเท้านั่นเอง
สำหรับประวัติความเป็นมาของพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ในพระบรมราชินูปถัมถ์ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม มีความตั้งใจที่จะสร้างพระพุทธรูป องค์ใหญ่ สูง 32 เมตร ที่สื่อถึงอาการแห่งกายครบบริบูรณ์ทั้ง 32 ประการของมนุษย์ เพื่อเป็นศูนย์รวมความเคารพ สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนอีกแห่งหนึ่ง และเป็นอนุสรณ์แด่พระพุทธรูปแห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน โดยเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ได้ตั้งชื่อพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถ คันธารราฐอนุสรณ์” ซึ่งมีความหมาย 3 ประการ ได้แก่ 1.เป็นพระพุทธรูป ซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนชาวไทยและชาวโลก ,2. เป็นพระพุทธรูป ซึ่งเป็นที่พึ่งของ 3 โลก อันได้แก่ โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ และยมโลก และ 3.เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน #กาญจนบุรี






