บริษัทผลิตด้านอาหารทะเลชั้นนำของโลก ตั้งเป้าวัตถุดิบปลาทูน่า 100% ที่ใช้ในทุกผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน MSC
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทด้านอาหารทะเลชั้นนำของโลก ประกาศกลยุทธ์ที่มีความท้าทาย ตั้งเป้าวัตถุดิบปลาทูน่า 100% ที่ใช้ในทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัท ต้องมาจากการจัดหาด้วยวิธีการเพื่อความยั่งยืน โดยบริษัทมีเป้าหมายมุ่งมั่นต้องทำให้ได้อย่างน้อย75%ภายในปี2563
สำหรับกลยุทธ์ใหม่ด้านปลาทูน่านี้ไทยยูเนี่ยนลงทุนมูลค่า 90 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเริ่มต้น เพื่อเพิ่มปริมาณปลาทูน่าอย่างยั่งยืนในระบบอุปทานโลกโดยการตั้ง Fishery Improvement Projects หรือ FIP (โครงการพัฒนาการประมง)11 โครงการทั่วโลก โครงการ FIP เป็นโครงการเปลี่ยนรูปแบบการประมง เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีจำนวนปลาสมบูรณ์สืบทอดไปถึงอนาคตในระยะยาว รวมทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และพัฒนาการจัดการการประมงอย่างมีประสิทธิภาพ
“ปลาทูน่าเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพของผู้บริโภคหลายล้านคนทั่วโลก และมีคนอย่างน้อยพันล้านคนที่ต้องการโภชนาการจากอาหารทะเล หรือได้รับการจ้างงานอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ในฐานะที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเล ไทยยูเนี่ยนมีความรับผิดชอบต่อการปกป้องจำนวนปลาทูน่าเพื่อประโยชน์ของโลก” นายธีรพงศ์จันศิริประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป กล่าว “การลงทุนอย่างมี
สาระสำคัญของเราจะช่วยเปลี่ยนรูปแบบการจัดหาปลาทูน่าให้กับทั้งอุตสาหกรรม และเป็นการแสดงถึงพันธกิจอันมุ่งมั่นของเราเพื่อความยั่งยืนของท้องทะเลของเรา”
ในบริบทของไทยยูเนี่ยน ปลาทูน่าที่ได้รับการจัดหามาด้วยวิธีการเพื่อความอย่างยั่งยืน หมายถึงปลาทูน่าที่มาจากการประมงที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการรับรองมาตรฐานสินค้าประมง (Marine Stewardship Council :MSC)หรือมาจาก FIP (โครงการพัฒนาการประมง) ซึ่งจะยกระดับให้ได้ตามมาตรฐาน MSC ในอนาคต มาตรฐาน MSC เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ว่าเป็นมาตรฐานที่ดีที่สุดของความยั่งยืนด้านอาหารทะเล[1]
“ในปัจจุบัน มีการประมงเพียง 11 แห่งทั่วโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน MSC โดยเป็นแหล่งอุปทานเพียง 14% ของปลาทูน่าที่จับขึ้นฝั่งทั่วโลก[2]พันธกิจและกลยุทธ์ของเราจะส่งผลเชิงสร้างสรรค์ต่อทั้งอุตสาหกรรม โดยจะเพิ่มปริมาณปลาทูน่าที่ได้รับการจัดหาด้วยวิธีการเพื่อความยั่งยืนอย่างมีนัยสำคัญ
ให้มีปริมาณเพียงพอต่อผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และผู้บริโภ” ดร. แดเรี่ยน แมคเบน ผู้อำนวยการกลุ่มการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป กล่าว
บริษัท ไทยยูเนี่ยน จะรายงานความก้าวหน้าที่มีต่อพันธกิจทูน่าทั่วโลกนี้อย่างสม่ำเสมอ โดยได้จัดทำเว็บไซต์ http://seachangesustainability.orgเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับพันธกิจทูน่าทั่วโลกของบริษัท รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับ SeaChange® ซึ่งเป็นกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนที่ครอบคลุมรายละเอียดมากขึ้น
พันธกิจด้านปลาทูน่าใหม่ของไทยยูเนี่ยน จะมีผลใช้กับแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทูน่าของบริษัททั้งหมดทั่วโลกซึ่งรวมไปถึงแบรนด์ชิคเก้นออฟเดอะซี (อเมริกาเหนือ), จีโนวา (อเมริกาเหนือ), จอห์นเวสต์ (ยุโรปเหนือและตะวันออกกลาง), มาเรบลู (อิตาลี), เปอตินาวีร์ (ฝรั่งเศส) และซีเล็ค (ประเทศไทย) โดยผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์ดังที่ได้กล่าวมานี้จะรายงานต่อสาธารณะถึงความก้าวหน้าที่มีต่อพันธกิจปี2563นี้อย่างสม่ำเสมอ
ประเด็นสำคัญเพิ่มเติมจากกลยุทธ์ใหม่ด้านปลาทูน่า
นอกเหนือจากการลงทุนในโครงการพัฒนาการประมงใหม่นี้ ไทยยูเนี่ยนได้พัฒนาโครงการริเริ่มอื่นๆ มากมาย โดยบริษัทเชื่อว่าความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบเป็นแกนหลักสำคัญในการนำไปสู่ความยั่งยืน และบริษัทกำลังลงทุนในการทดลองใช้เทคโนโลยีระบบดิจิตอลใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสในระบบห่วงโซ่อุปทานในการใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบนี้ บริษัทจะสามารถตรวจสอบการจับปลาที่ผิดกฎหมาย ไร้การควบคุม และขาดการรายงาน ผ่านการติดตามข้อมูลบนระบบ ซึ่งจะสร้างความมั่นใจว่าเรือประมงปฏิบัติตามกฎระเบียบทั้งหมด และติดตามมาตรฐานด้านแรงงานที่มีการกำหนดใช้ตลอดทั้งระบบห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ล้วนช่วยเสริมมาตรการที่มีการดำเนินการอยู่แล้วอย่างแข็งขัน เพื่อช่วยให้มั่นใจว่าแรงงานที่เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมนี้มีความปลอดภัยและมีการจ้างงานอย่างถูกกฎหมาย
นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนให้คำมั่นว่าจะจัดหาวัตถุดิบจากเรืออวนขนาดใหญ่เท่านั้น โดยต้องเป็นเรือที่ขึ้นทะเบียนอยู่ใน ProActive Vessel Register[3]ไทยยูเนี่ยนจะใช้นโยบายด้านปลาทูน่าให้สอดคล้องกันทั่วโลก และจะส่งเสริมงานวิจัยทั้งทางวิชาการและทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการจำนวนปลาอย่างมีประสิทธิภาพ มูลนิธิเพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลสากล (International Seafood Sustainability Foundation: ISSF) จะดำเนินการตรวจสอบประจำทุกปีเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ประกอบการคู่ค้าทั้งหมดปฏิบัติตามคำแนะนำของมูลนิธิฯ เป็นการช่วยปรับปรุงงานด้านสิ่งแวดล้อม, ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ และการเฝ้าสังเกตการประมงปลาทูน่าในน่านน้ำนานาชาติ[4]
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
วิทนีย์ ฟอร์ด สมอลล์
มือถือ: 086 529 0333
อีเมลล์:[email protected]
คริสโตเฟอร์ ฮิวจ์
มือถือ: 062 594 1089
อีเมลล์: [email protected]
พันธมาศกรีกุล (ตุ๊กตา)
สำนักงาน: โทร: 02 298 – 0024 ต่อ 4423 | มือถือ: 084 388 2617
อีเมลล์ [email protected]
รีเบคก้า กูดเจียน (ยุโรป) สำนักงาน: +44 (0)20 3861 3788 | มือถือ: +44 (0)7814 028 559 อีเมลล์ [email protected]
ไมเคิล ซิน (อเมริกาเหนือ)
สำนักงาน: 202-464-6602 | มือถือ: 202-286-7654
อีเมลล์ [email protected]








