วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

เพิ่มพลังสมองให้แจ่มใส ปรับไลฟ์สไตล์ทันภัยยุคดิจิทัล

นายแพทย์แกรี่ สมอลล์ สุดยอดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองจากสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางมาเยือนกรุงเทพฯ เพื่อร่วมงานเฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก เวลเนส

 

 

เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะเคยมีอาการแบบนี้กันบ้าง เช่น ลืมชื่อคนบางคน จำไม่ได้ว่าจอดรถไว้ตรงไหน ลืมว่าวางโทรศัพท์ไว้ที่ไหน หรือจำไม่ได้แม้กระทั่งเดินเข้ามาในครัวทำไม อาการเหล่านี้ถือเป็นอาการหลงลืมทั่วไปที่คนเราสามารถเป็นได้นาน ๆ ครั้ง อย่างไรก็ดี ปัจจุบันอาการเหล่านี้ไม่ได้ปรากฏแค่ในกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น เพราะเราพบว่าแม้แต่หนุ่มสาวอายุ 30 หรือ 40 ก็เริ่มบ่นอุบว่ามีปัญหาเรื่องความจำบ่อยขึ้นและจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าตกใจ

นายแพทย์แกรี่ สมอลล์ สุดยอดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองจากสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางมาเยือนกรุงเทพฯ เพื่อร่วมงานเฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก เวลเนส ทัวร์ ครั้งที่ 6 โดยคุณหมอได้มาแบ่งปันมุมมองความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อสมองมนุษย์และรูปแบบพฤติกรรมการใช้ชีวิตในสังคม ในระหว่างกิจกรรมเสวนา คุณหมอเผยว่าคนเจเนอเรชั่นมิลเลเนียลหลายล้านคนทั่วโลกเสพติดอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำให้สมองของคนเราได้รับการกระตุ้นจากอุปกรณ์สื่อสารเป็นหลัก

คุณหมอยังได้แบ่งปันผลสำรวจของเฮอร์บาไลฟ์ซึ่งทำการสำรวจพนักงานออฟฟิศที่มีอายุระหว่าง 25-45 ปีในไต้หวันเมื่อปีที่ผ่านมาพบว่าร้อยละ 61 ของคนทำงานกลุ่มนี้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นาน 6-10 ชั่วโมงต่อวันและร้อยละ 78 รู้สึกว่าการใช้อุปกรณ์เหล่านี้นานเกินไปมีผลกระทบต่อความจำของพวกเขารวมทั้งประมาณร้อยละ 60 ยอมรับว่าถึงขั้นหลงลืมข้าวของส่วนตัวเลยทีเดียว

สำหรับประเทศไทย รายงานล่าสุดของGoogle Consumer Barometer เผยว่าร้อยละ 53 ของคนไทยใช้อินเตอร์เน็ตทุกวันซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 89 นับจากปี 2556และร้อยละ 70 ของคนไทยใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นร้อยละ 126 นับจากเมื่อ 3 ปีที่แล้วเช่นกัน

“ในยุคสมัยใหม่ เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา และเรารู้สึกว่ามันยากที่จะใช้ชีวิตโดยไม่มีสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ ผู้คนพึ่งพาเทคโนโลยีกันอย่างมากจนมันส่งผลต่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต การทำงาน การพูดคุยสื่อสาร และการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ตลอดจนส่งผลให้วิธีการทำงานของสมองเปลี่ยนแปลงไปด้วย” คุณหมอกล่าว

รายงานวิจัยหลายฉบับชี้ให้เห็นว่าชาวมิลเลเนียลจำนวนมากที่โตมาในยุคดิจิทัล เริ่มแสดงอาการที่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาเรื่องความจำระยะสั้นและโรคเกี่ยวกับความจำอื่น ๆ ตลอดจนเสียสมาธิง่ายและมีอาการหลงลืมด้วย “เราเติบโตมากับการจำเบอร์โทรศัพท์และวันเกิด ทว่าตอนนี้เรามีอุปกรณ์มากมายที่ช่วยจำสิ่งเหล่านี้แทนเรา ผู้คนใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันอยู่กับสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ต จึงส่งผลกระทบเชิงลบต่อสมอง การใช้เทคโนโลยีมากเกินไปสามารถส่งผลต่อการพัฒนาสมองที่สมดุลได้” คุณหมออธิบาย

ฝึกฝนสมองให้แข็งแรงและเฉียบแหลมอยู่เสมอ

ในช่วงกิจกรรมเสวนา นายแพทย์แกรี่ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของสุขภาพสมอง รวมทั้งข้อดีของการมีไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้สมองแจ่มใสอ่อนเยาว์และกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ รายงานวิจัยหลายฉบับของคุณหมอเผยว่า พันธุกรรมเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของโรคสมองเสื่อม อาการของโรคอัลไซเมอร์ และสัญญาณอื่น ๆ ของภาวะสมองเสื่อมถอย ความจริงแล้วยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ สภาพร่างกาย วิธีจัดการกับความเครียด การกระตุ้นการทำงานของสมอง และโภชนาการที่เราต้องให้ความใส่ใจกันมากขึ้น“ข่าวดีก็คือความจำของเราไม่จำเป็นต้องเสื่อมถอยไปตามวัยมีรูปแบบการใช้ชีวิตมากมายที่ช่วยลับสมองของเราให้เฉียบแหลมอยู่เสมอการออกกำลังกายก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้เซลล์สมองกระฉับกระเฉงตื่นตัวในขณะที่วิธีการฝึกฝนสมองและทบทวนความจำเช่นเกมส์ปริศนาอักษรไขว้ซูโดกุหรือการเรียนรู้ภาษาใหม่ๆก็ช่วยเสริมสร้างสมองได้เหมือนกันการลดความเครียดจะช่วยลดความเสี่ยงของการสูญเสียความจำได้ เนื่องจากคนที่มักมีอาการเครียดจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคด้านสมองได้ง่ายกว่า”คุณหมอกล่าว

นอกจากนี้ คุณหมอยังกล่าวถึงผลวิจัยล่าสุดที่ทำการทดสอบกับอาสาสมัครสูงอายุกว่า 900 คน พบว่า การปรับนิสัยให้หันมารับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพสมอง ซึ่งอุดมไปด้วยโภชนาการสำคัญ ๆ อย่างถั่วต่าง ๆ ผักและผลไม้ เมล็ดถั่ว น้ำมันมะกอก ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี และปลานั้น ช่วยชะลอการเสื่อมถอยของความสามารถในการรับรู้ (cognitive decline) ได้เป็นอย่างมากกล่าวคือสามารถช่วยให้สมองแจ่มใสอ่อนเยาว์ลงไปได้อีกถึง 7.5 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโภชนาการมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับสุขภาพสมองอย่างไม่อาจแยกจากกันได้ การรับประทานอาหารที่ดีและถูกต้องมีส่วนสำคัญที่ช่วยบำรุงสุขภาพสมองให้สดใสแข็งแรง

 

“เป็นเรื่องสำคัญมากที่คนทุกเพศทุกวัยต้องตระหนักว่ามีวิธีการเสริมสมรรถภาพด้านสมองอย่างง่ายๆและนำไปใช้ได้จริงมากมายไม่มีคำว่าเร็วเกินไปที่จะเริ่มฝึกฝนสมองกันตั้งแต่ตอนนี้ คนรุ่นใหม่อาจจะเริ่มจากการฝึกทักษะง่าย ๆ เช่น เทคนิคการจำ และการพูดคุยสื่อสารแบบพบเจอหน้ากัน ซึ่งจะช่วยฝึกเรื่องการสบตาคู่สนทนาและกิริยาท่าทางในการสนทนาโดยไม่ต้องใช้คำพูดไปด้วยในตัว ลองใช้วิธีการฝึกฝนสมองแบบนี้ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน รวมทั้งนอนหลับให้เพียงพอ จัดการกับความเครียด และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพสมองเมื่อเราปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้กระฉับกระเฉงและมีสุขภาพดีกันตั้งแต่วันนี้สมองของเราก็จะแจ่มใสแข็งแรงไปอีกนานแสนนาน” นายแพทย์แกรี่ กล่าวสรุป

นายแพทย์แกรี่สมอลล์เป็นสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาโภชนาการเฮอร์บาไลฟ์และเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา และเป็นอาจารย์สาขาวิชาจิตเวชศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสแอนเจลิสหรือยูซีแอลเอ (UCLA) ท่านได้เขียนผลงานวิชาการมาแล้วกว่า 500 ชิ้นและได้รับรางวัลและประกาศเกียรติคุณต่างๆมากมายซึ่งรวมถึงรางวัลSenior Investigator Award จากสมาคมจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุอเมริกัน (American Association for Geriatric Psychiatry)เมื่อปีค.ศ.2002 นิตยสารวิทยาศาสตร์อเมริกัน (Scientific American magazine) ยังได้ยกย่องให้นายแพทย์แกรี่เป็นหนึ่งใน 50 ผู้คิดค้นนวัตกรรมสำคัญของโลกในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่านยังเป็นเจ้าของผลงานหนังสือยอดนิยมเกี่ยวกับสุขภาพสมองและความชราหลายเล่มซึ่งได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆแล้วกว่า 24 ภาษา

 

ติดตามรับชมคลิปการสัมภาษณ์ นายแพทย์แกรี่ สมอลล์ ในหัวข้อ “2 สัปดาห์สู่สมองที่อ่อนเยาว์ขึ้น” ได้ทาง https://www.facebook.com/herbalifethailandofficial ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2559เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป

 

เกี่ยวกับเฮอร์บาไลฟ์

เฮอร์บาไลฟ์ บริษัทโภชนาการระดับโลก ช่วยส่งเสริมให้ชีวิตผู้คนทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 ผลิตภัณฑ์คุณภาพของเฮอร์บาไลฟ์ ครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์โภชนาการ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการจัดการน้ำหนัก ผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมสร้างพลังงานและเพื่อการกีฬา ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณและเส้นผม จัดจำหน่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนตัวของสมาชิกอิสระของเฮอร์บาไลฟ์และผ่านสมาชิกไปยังผู้บริโภคในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก เฮอร์บาไลฟ์มุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับภาวะการได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน และสภาวะน้ำหนักเกินของผู้คนทั่วโลก ด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากสมาชิกและชมรมของเฮอร์บาไลฟ์ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภคได้ใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและมีวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉง

 

บริษัทให้การสนับสนุน เฮอร์บาไลฟ์ แฟมิลี่ ฟาวเดชั่น (Herbalife Family Foundation : HFF) และโครงการคาซ่า เฮอร์บาไลฟ์ เพื่อนำพาโภชนาการที่ดีไปสู่เด็กๆ ที่ขาดแคลน อีกทั้งยังให้การสนับสนุนนักกีฬา สโมสรกีฬา รวมถึงการจัดการแข่งขันระดับโลกรวมกว่า 190 ราย อาทิ คริสเตียโน โรนัลโด ทีมฟุตบอลแอลเอ กาแล็กซี่ และนักกีฬาระดับแชมเปี้ยนของกีฬาประเภทต่างๆ

 

ปัจจุบัน เฮอร์บาไลฟ์มีพนักงานทั่วโลกกว่า 8,000 คน และมียอดขายสุทธิ 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ของเฮอร์บาไลฟ์แสดงข้อมูลสำคัญด้านการเงินและข้อมูลอื่นๆ ของบริษัทที่ http://ir.Herbalife.com บริษัทแนะนำให้ผู้ลงทุนเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีการอัพเดทข้อมูลและเพิ่มข้อมูลใหม่ในเว็บไซต์ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ Herbalife.co.th หรือ IAmHerbalife.com

 

ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารเฮอร์บาไลฟ์คุณวันดี เลิศสุพงศ์กิจ หรือคุณฐานิตา ศรีรัตนโชติ

โทร. 02233 4329/30 หรืออีเมล [email protected]