วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

“พรีโม่ เอ็นเนอร์จี” ขายไฟโครงการแรกในญี่ปุ่น

“พรีโม่ เอ็นเนอร์จี” บริษัทสัญชาติไทย ประกาศศักดิ์ดาขายไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์ม นำร่องโครงการแรกในญี่ปุ่นแล้ว

นายอุกฤษฏ์ ตัณฑเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีโม่ เอ็นเนอร์จี จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ในประเทศญี่ปุ่นขนาดกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ มูลค่า 3,000 ล้านบาท ว่า ขณะนี้โครงการที่พัฒนาในกลุ่ม  FUKUI ขนาดกำลังการผลิตรวม 10 เมกะวัตต์ สามารถเชื่อมต่อสายส่งจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) แล้วจำนวน 1.27  เมกะวัตต์  ภายใต้ชื่อโครงการ FUKUI 3  ส่วนโครงการที่เหลือ อยู่ระหว่างการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและทยอย COD ในลำดับต่อไป

สำหรับโครงการ FUKUI 3 มีสัญญาขายไฟให้กับรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นเวลา 20 ปี ในระบบให้เงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง (Feed in Tariff : FiT) ซึ่งบริษัทจะรับรู้รายได้ทันทีในปีนี้  โดยที่ผ่านมาการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นของพรีโม่ เอ็นเนอร์จี   ได้ว่าจ้าง บริษัท พรีเมียร์ โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน)  หรือ CHOW เป็นผู้พัฒนาโครงการแบบเทิร์นคีย์ ในลักษณะการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพร้อมใบอนุญาตและจัดโครงสร้างการลงทุนพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าของโครงการ

สำหรับ พรีโม่ เอ็นเนอร์จี  ถือเป็นบริษัทสัญชาติไทยลำดับต้นๆ ที่ได้เข้าไปทำธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น โดยประเมินว่าตลาดด้านพลังงานทดแทนในญี่ปุ่นมีศักยภาพการเติบโตสูง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนด้วยการเปิดกว้างสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งยังรับซื้อไฟในระบบ  Feed in Tariff  จึงทำให้ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และถือเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอนาคต

"พรีโม่ เอ็นเนอร์จีฯ เริ่มขายไฟฟ้าให้กับรัฐบาลญี่ปุ่นแล้ว 1.27 เมกะวัตต์ และจะทยอยพัฒนาให้ครบ 30 เมกะวัตต์ ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเราเป็นในบริษัทสัญชาติไทยอันดับ 3  ที่สามารถขายไฟให้รัฐบาลญี่ปุ่นได้เป็นผลสำเร็จแม้ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็กเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่นจากประเทศไทย แต่เนื่องจากเรามีพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญและแข็งแกร่งในตลาดนี้จึงสามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจไว้ได้ และหลังจากนี้จะมุ่งขยายธุรกิจพลังงานประเภทโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง  เพราะเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ มีคู่สัญญาเป็นรัฐบาลญี่ปุ่น  ในขณะเดียวกันให้ผลตอบแทนเป็นกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอตลอดอายุสัมปทาน”

 นายอุกฤษฏ์ กล่าวต่อว่า การลงทุนในญี่ปุ่นของบริษัท จะเน้นทยอยลงทุน ถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงในระดับหนึ่ง และการลงทุนดังกล่าวจะใช้วิธีการกู้เงินจากสถานบันการเงินในสัดส่วน 80% ของมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม  สำหรับปัญหาด้านภัยธรรมชาติในญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในหลายพื้นที่  บริษัทได้ป้องกันความเสี่ยงด้วยการ ได้ทำประกันความเสี่ยงไว้ทั้งหมด