ประสานความร่วมมือยกระดับคุณภาพการรักษาและสร้างความเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนยกระดับคุณภาพการรักษาและธุรกิจอย่างยั่งยืน
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับโรงพยาบาลชั้นนำในทุกภูมิภาค 36แห่งรวมกลุ่มกันเป็นโรงพยาบาลพันธมิตรโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยร่วมกันอย่างต่อเนื่องมีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาศักยภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย และเพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือในอนาคตโดยมีโรงพยาบาลบำรุงราษฏร์เป็นโต้โผหลักของความร่วมมือ
“การร่วมมือกันครั้งนี้ถือเป็นการผนึกกำลังเพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีความซับซ้อน หรือการรักษาในระดับทุติยภูมิ และตติยภูมิ และนอกจากนี้จะมีการร่วมมือทางวิชาการเพื่อยกระดับศักยภาพของบุคคลากรในกลุ่มโรงพยาบาลเครือข่ายอันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ระบบสาธารณสุขของประเทศเพื่อให้ผู้รับบริการทั้งคนไทยและชาวต่างชาติในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดีที่สุดเป็นไปตามวิสัยทัศน์และพันธกิจมุ่งมั่นที่จะให้การบริการทางการแพทย์ที่ดีที่สุดด้วยความเอื้ออาทรและยึดถือหลักคุณธรรมแก่ผู้ป่วยของเราทุกคน อย่างมีประสิทธิภาพและความปลอดภัย” น.พ. นำตัน ธุวนิตย์ ผู้อำนวยการด้านบริหารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์กล่าว
น.พ. นำ กล่าวต่อ“นับเป็นก้าวแรกและครั้งสำคัญของเมืองไทยที่ประกาศความร่วมมือในวงการสาธารณสุขจากโรงพยาบาลชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศไทยซึ่งครอบคลุมในทุกๆด้านโดยในกลุ่มโรงพยาบาลพันธมิตรจะมีกระบวนการในการประสานงานอย่างไร้รอยต่อที่มีประสิทธิภาพทั้งการดูแลรักษาและการบริการในด้านการดูแลรักษามีการจัดตั้งทีมประสานงานอันประกอบไปด้วยแพทย์พยาบาลเพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลอย่างปลอดภัยมีการส่งต่อข้อมูลและวางแผนการรักษาร่วมกันเพื่อให้ผู้ป่วยที่มีสภาวะโรคที่ซับซ้อนมีความรุนแรงได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จนมีอาการคงที่ปลอดภัยก็จะมีการส่งกลับไปยังโรงพยาบาลพันธมิตรเพื่อดูแลรักษาต่อเนื่องในด้านการบริการจะมีการเตรียมทีมต้อนรับและอำนวยความสะดวกตลอดกระบวนการการดูแลรักษาภายใต้การนำของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของเมืองไทยเพื่อผลประโยชน์สำคัญที่สุดคือผู้ป่วยผู้ที่จะได้ประโยชน์จากความร่วมมือในครั้งนี้”
ทั้งนี้จะเชื่อมโยงข้อมูลและประสานการทำงานร่วมกันในรอบด้านตั้งแต่ระดับเล็กจนถึงระดับใหญเช่นเริ่มจากประสานข้อมูลทางการแพทย์การรักษาผู้ป่วยระหว่างกันการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อรักษาต่อตามโรงพยาบาลพันธมิตร จนถึงการจัดงานวิชาการที่ให้ความรู้ด้านการแพทย์ของบุคลากร โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการส่งต่อผู้ป่วยที่เป็นหัวใจสำคัญของโครงการความร่วมมือครั้งนี้ประโยชน์ที่จะได้รับระหว่างคนไข้และแพทย์คือ
1. มีการให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้องครบถ้วน เพื่อทาง รพ. บำรุงราษฎร์จะได้วางแผนการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ จะเกิดการพูดคุยกันมากขึ้นระหว่างแพทย์ที่ทำการรักษาเพื่อให้ครอบคลุมในทุกระดับเมื่อแพทย์ได้คุยเกี่ยวกับข้อมูลการรักษาระหว่างกันก็จะทำให้ผู้ป่วยเกิดความมั่นใจเพราะระหว่างแพทย์ที่จะทำการรักษาได้พูดคุยกันแล้วถึงแนวทางการรักษาสิ่งใดที่แพทย์ประจำรักษาอยู่ได้ส่งต่อข้อมูลไปทั้งหมดแล้วและทำให้ผู้ป่วยรับรู้ระบบขั้นตอนการรักษาพร้อมทั้งคำแนะนำก่อนที่จะพบแพทย์ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์แต่ท้ายที่สุดคือผู้ป่วยจะไม่ต้องกังวลเพราะอาการป่วยมีทางรักษาเรียกง่ายๆว่าเป็นการสื่อสารสองทางและเพิ่มข้อมูลมากขึ้นกว่าเดิม
2. การจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือประสานงานอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้การดำเนินงานร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ จะมีการจัดตั้งทีมประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกอันประกอบไปด้วยแพทย์และพยาบาลให้เกิดการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย มีการส่งต่อข้อมูลและวางแผนการรักษาร่วมกันเพื่อให้ผู้ป่วยที่มีสภาวะโรคที่ซับซ้อน มีความรุนแรง ได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จนมีอาการคงที่ ปลอดภัยก่อนที่จะมีการส่งกลับไปยังโรงพยาบาลพันธมิตรเพื่อดูแลรักษาต่อเนื่อง จากการพูดคุยทำให้ทราบว่าต้องเตรียมเครื่องมืออะไรบ้างในการบริการอย่างไรก็ตามหากเป็นกรณีผู้ป่วยนอกที่ถูกส่งต่อเราจะทำนัดให้เรียบร้อยว่าจะต้องมาวันไหนเวลาใดและไปพบกับแผนกใดและแพทย์ท่านใดเพื่อทำการรักษา รวมถึงลงทะเบียนผู้ป่วยไว้ให้ก่อนซึ่งจะเป็นระบบที่สร้างข้อมูลให้กับผู้ป่วยทำให้ไม่ต้องกังวลเมื่อมารักษาต่อทีโรงพยาบาลแห่งใหม่และสร้างความคุ้นชินกับสถานที่คือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
3.เมื่อกระบวนการรักษาเสร็จสิ้นผู้ป่วยมีอาการคงที่ ปลอดภัยแล้ว ก็จะส่งผู้ป่วยกลับไปยังโรงพยาบาลพันธมิตรเพื่อดูแลรักษาต่อ ซึ่งในด้านการบริการจะมีการเตรียมทีมต้อนรับและอำนวยความสะดวกตลอดกระบวนการการดูแลรักษา มีการพูดคุยเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ป่วยระหว่างแพทย์เหมือนเช่นเดิมทั้งการทำนัดไปยังโรงพยาบาลต้นทางแนวทางการรักษาฟื้นฟูผู้ป่วยต่อไปซึ่งก็จะเป็นการทำงานระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพผู้ป่วยจะกลับไปพร้อมกับทราบข้อมูลว่าต้องทำอย่างไรต่อไป
อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวถือเป็นนโยบายของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ที่ต้องการแสวงหาความร่วมมือจากโรงพยาบาลในภูมิภาคอื่นๆทั่วประเทศเพื่อลงนามเป็นพันธมิตรระหว่างกันด้วยรูปแบบการสร้างเครือข่ายทีสำคัญในการดูแลผู้ป่วยซึ่งประโยชน์ที่แต่ละโรงพยาบาลจะได้รับจะเป็นไปในลักษณะความร่วมมือที่เป็นระบบมีทีมเฉพาะกิจถูกตั้งขึ้นมาในแต่ละโรงพยาบาลรวมทั้งหมด 36 ทีมเพื่อคอยประสานข้อมูลทั้งการส่งต่อผู้ป่วยและให้คำปรึกษาเรื่องการดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นต้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง "ผู้ป่วยจะเกิดความมั่นใจในการรักษามากขึ้นอีกทั้งในกลุ่มโรงพยาบาลพันธมิตร จะมีกระบวนการในการประสานงานอย่างไร้รอยต่อมีประสิทธิภาพทั้งการดูแลรักษาและการบริการในด้านการดูแลรักษามีการจัดตั้งทีม ประสานงานอันประกอบไปด้วยแพทย์พยาบาลเพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย มีการส่งต่อข้อมูลและวางแผนการรักษาร่วมกันเพื่อให้ผู้ป่วยที่มีสภาวะโรคที่ซับซ้อนมีความรุนแรงได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จนมีอาการคงที่ปลอดภัยก็จะมีการส่งกลับไปยังโรงพยาบาลพันธมิตรเพื่อดูแลรักษาต่อเนื่องในด้านการบริการจะมีการเตรียมทีมต้อนรับและอำนวยความสะดวกตลอดกระบวนการการดูแลรักษา” น.พ. นำ กล่าว
ด้านน.พ. ดร. เทอดศักดิ์ โรจน์สุรกิตติ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์อาวุโสโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์กล่าวเสริมว่า “รูปแบบความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นลักษณะที่ทั้ง 36 แห่งคือโรงพยาบาลพันธมิตรรวมถึงอีก 1 แห่งคือโรงพยาบาลบำรุงราษฏร์จะทำหน้าที่ล้อมรอบโดยมีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางซึ่งจะทำให้การส่งต่อเพื่อทำการรักษามีความสะดวกมากยิ่งขึ้นทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก” “จากเดิมที่ดูเหมือนว่าโรงพยาบาลแต่ละแห่งก็ทำหน้าที่ของตนไปหรือเป็นลักษณะ Stand Alone แต่นับจากนี้จะเป็นการร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ของผู้ป่วยในระดับที่สูงขึ้นผู้ป่วยจะรับทราบว่าเมื่อถูกส่งต่อต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างขณะเดียวกันแพทย์ก็จะได้ข้อมูลว่ามีการรักษาไปถึงขั้นไหนแล้วและปรึกษากันว่าต้องใช้เทคโนโลยีอย่างไรรวมถึงมีการจัดกิจกรรมด้านวิชาการร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลพันธมิตรด้วย” นพ.ดร. เทอดศักดิ์ กล่าว
การพัฒนากลุ่มโรงพยาบาลพันธมิตรครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการบริการทางการแพทย์ในประเทศไทยเป็นการผนึกกำลังเพื่อชัยชนะของทุกฝ่ายอย่างแท้จริงโดยผู้รับบริการจะสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดีที่สุดทางด้านกลุ่มโรงพยาบาลพันธมิตรเองก็จะสามารถยกระดับคุณภาพการรักษาและสร้างความเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกัน
นพ. ดร. เทอดศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า“ในอนาคตโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีแผนจะขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมมากกว่าเดิมจากที่มีอยู่แล้ว 36แห่งที่เป็นพันธมิตรกันเพราะด้วยศักยภาพของโรงพยาบาลในเมืองไทยที่มีความพร้อมมาร่วมมือกันอีกมากกว่า 100 แห่งและผลของการร่วมมือจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับโรงพยาบาลอื่นๆที่เข้ามาเป็นพันธมิตรร่วมกันอีกด้วยด้วยการผนึกกำลังเพื่อชัยชนะของทุกฝ่ายในครั้งนี้จะเป็นการตอกย้ำปณิธานร่วมกันในการให้การบริการทางการแพทย์ที่ดีที่สุดด้วยความเอื้ออาทรและยึดถือหลักคุณธรรมแก่ผู้ป่วยของเราทุกคน






