วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

LUX by SACICT ผงาดตลาดยุโรป 1 ใน 4

ขึ้นชั้นผู้นำงานคราฟท์จากเอเซียในงาน Maison et objetParis 2016

ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ส่งผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยจากโครงการ LUXby SACICT ผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ ร่วมกับสมาชิกงานหัตถกรรมชุมชน ไปร่วมออกงานแสดงสินค้า Maison et object2016 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อต้นเดือนกันยายน 2559 ที่ผ่านมานั้น ได้รับความสำเร็จอย่างมาก ทั้งในเรื่องของการสร้างการรับรู้ในคุณค่างานหัตถกรรมไทยร่วมสมัย ด้วยดีไซน์ที่โดนใจตลาดยุโรป ทำให้ในปีนี้มียอดคำสั่งซื้อภายในงานทันทีกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่แล้วถึงเท่าตัว      

นางอัมพวัน พิชาสัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า การออกแบบผลิตภัณฑ์ของกลุ่มสมาชิกหัตถกรรมในโครงการ LUXby SACICT ครั้งนี้ มุ่งเน้นการใช้วัสดุพื้นถิ่น เป็นธรรมชาติ ภายใต้แนวคิด Touch of Nature: Wild & Monsoon ที่หมายถึง สัมผัสแห่งธรรมชาติ: สีสันของป่าเขา และ ลมมรสุม โดยสะท้อนความงดงามและสีสันของธรรมชาติลงบนผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยร่วมสมัยที่นำไปจัดแสดง

ในโครงการปีนี้ มีนักออกแบบ 10 ราย ร่วมออกแบบและผลิตชิ้นงานทั้งหมดกว่า 100 ชิ้นงาน จากสมาชิกในชุมชนหัตถรรมที่เข้าร่วมทั้งหมด 15 ชุมชน ประกอบด้วย คือ กลุ่มดาหลาบาติก จากจังหวัดนราธิวาส และ กลุ่มเตยปาหนัน จากจังหวัดตรัง กลุ่มแปรรูปสินค้าเหล็กและเศษเหล็ก กลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ กลุ่มกระดาษใยสับปะรดบ้านละเมาะ กลุ่มศิลปาชีพป่านศรนารายณ์สหกรณ์หุบกะพง กลุ่มทอ   หางอวน กลุ่มเส้นใยใบลาน กลุ่มเซรามิก กลุ่มหัตถกรรมมีดอรัญญิก กลุ่มชุมชนผู้ผลิตและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ไผ่เพื่อการตกแต่งภายใน ชุมชนจักสานผักตบชวาและเสื่อลายขิด ชุมชนกลุ่มทอผ้าบ้านหนอง- อาบช้าง ชุมชนผลิตภัณฑ์ใบตองตึง หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี และ แจกันกระดาษชุมชนระแหงใต้

สำหรับปีนี้ มียอดขายทั้งยอดสั่งซื้อในงานทันที รวม 2.3 ล้าน(สองล้านสามแสนบาท) ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้วถึงเท่าตัว ขณะที่คาดว่าจะมีการเจรจางานในรูปแบบโครงการ หลังจากจบงานไปแล้วภายใน 3 เดือนนี้ เบื้องต้นมีแนวโน้มไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งจะลงไปหมุนเวียนในชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ

นางอัมพวัน พิชาลัย กล่าวต่อว่า ความสำเร็จของยอดขายในปีนี้ มาจากการศึกษาความต้องการตลาดจากการออกงานในปีที่ผ่านมา รูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ เน้นออกแบบแล้วนำไปใช้ได้จริง ตอบสนองกับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของชาวยุโรป ไม่ได้เน้นดีไซน์มากเกินไปหรือเน้นโชว์ ซึ่งสินค้าที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปีนี้ ได้แก่ กระถางจากป่านศรนารายณ์ ตู้เก็บของบุด้วยใบตองตึง และจานเซรามิก    

 โดยบายเออร์ต่างชาติในปีนี้ มีทั้งจากกลุ่มลูกค้ารายเดิม และ กลุ่มที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ เช่น ฝรั่งเศส อเมริกา อังกฤษ อิตาลี สเปน โมนาโค รัสเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง คาซัคสถาน สิงคโปร์ และ ฮ่องกง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านคอนเซ็ปสโตว์ (Concept Store) ที่ขายสินค้าอินทีเรียดีไซน์ กลุ่มสถาปนิกและนักออกแบบตกแต่งภายใน กลุ่มเครือโรงแรมนานาชาติ (Hotel Chain) กลุ่มร้านหนังสือที่มีสาขาทั่วยุโรปและอเมริกา (Bookstore Chain) และ ห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงที่ให้บริการช้อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งจะสามารถขยายผลสำเร็จการดำเนินการของ SACICT ภายใต้โครงการ LUX by SACICT ได้เป็นอย่างดี

ส่วนงานคราฟท์ของไทยที่นำไปนั้น มีอัตลักษณ์ไทย งดงาม แต่ไม่ได้เป็นดีไซน์ที่ดูไทยจนเกินไป ในเวทีนี้จึงเรียกว่า ไม่ธรรมดา เพราะการเข้าไปในงานแสดงสินค้าระดับสากลนี้ ได้จะต้องได้รับการคัดเลือกจากเจ้าของงาน ทำให้ไทยเป็นเพียง 1 ใน 4 ผู้นำในด้านงานคราฟท์ชั้นแนวหน้า ที่ได้เข้ามาแสดงสินค้าทุกปี ซึ่งนอกจากไทยแล้ว ก็คือ ญี่ปุ่น เกาหลี และอินเดีย  

SACICT ได้มีการประเมินผลการดำเนินงาน พบว่าการเข้าร่วมงาน Maison et Objet 2016 ในครั้งนี้เป็นการดำเนินการโดยทีมนักออกแบบที่มีความเข้าใจแนวโน้มความต้องการ (Trend) ของตลาดยุโรปต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงความต้องการของตลาดมากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการในระดับเอสเอ็มอี (SMEs) หรือ ไมโคร เอสเอ็มอี (Micro SMEs) บางรายยังขาดประสบการณ์ด้านการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ประสบปัญหาเรื่องการสื่อสารเพื่อเจรจาการค้าด้วยตนเอง และ ไม่สามารถควบคุมต้นทุน ซึ่งส่งผลต่อการกำหนดราคาที่สมเหตุสมผลเพื่อการค้า ในขณะที่ ฝั่งบายเออร์มีความสนใจในเรื่องของราคา การส่งมอบ รวมทั้งคุณภาพของสินค้า จากวัตถุดิบใหม่ๆ อย่างเช่น ใบตองตึง ก็เป็นวัตถุดิบธรรมชาติที่สวยงามและต่างชาติให้ความสนใจอย่างมาก ซึ่ง SACICT ก็จะนำมาวิเคราะห์สู่กระบวนการแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาทักษะของสมาชิกหัตถกรรมไทยต่อๆไป ผอ. SACICT กล่าว