ซีพีเอฟร่วมอนุรักษ์ภูมิปัญญาด้านอาหาร ค้นหาสุดยอดแชมป์แกงไทย

ซีพีเอฟร่วมอนุรักษ์ภูมิปัญญาด้านอาหาร ค้นหาสุดยอดแชมป์แกงไทย

ขอเชิญชวนผู้สนใจสมัครร่วมแข่งขันเพื่อช่วยกันสืบสานแกงไทยให้คงอยู่เป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติต่อไป

 

 

“แกงไทย” ถือเป็นภูมิปัญญาของคนไทยที่ได้รับการสืบสานมาตั้งแต่บรรพการ ย้อนกลับในสมัยสุโขทัย จากข้าวหม้อแกงหม้อที่เป็นจุดเริ่มต้นขอแกงไทย สู่ยุคสมัยอยุธยาที่เริ่มมีการผสมผสาน เครื่องเทศและมีการเริ่มใช้กะทิในแกง โดยแต่ละยุคสมัยก็ได้พัฒนาสูตรจนกลายเป็นแกงไทยเลิศรสในปัจจุบัน

ที่สำคัญแกงไทยนั้นมีเอกลักษณ์ที่หาประเทศใดเสมอได้ยาก จากความหอมของเครื่องแกงที่มีวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมเป็นส่วนประกอบ ทั้งพริก กะปิ โหระพา หอมแดง กะเทียม ที่โขลกจนเข้ากันกลายเป็นพริกแกงที่แสนจะเผ็ดร้อนและกลมกล่อม จนเป็นที่เลื่องลือว่าอาหารไทยไม่แพ้อาหารชาติใดในโลก

เรื่องนี้ได้รับการตอกย้ำโดย กูรูด้านอาหารไทยอย่าง เชฟชุมพล แจ้งไพร ในฐานะเชฟอาหารไทยชื่อดังที่เริ่มเข้าครัวจับตะหลิวตั้งแต่ 3 ขวบ และได้เรียนรู้การทำอาหารไทยอย่างจริงจังเมื่ออายุเพียง 6 ขวบ เรียกว่าแค่ได้กลิ่นอาหารก็บอกได้แล้วว่าอร่อยหรือไม่ กระทั่งเริ่มทำแกงครั้งแรกตอนเรียนชั้นประถม 1 เพราะต้องช่วยคุณแม่โขลกเครื่องแกง พออายุได้ 11 ปี ก็เริ่มเส้นทางสายเชฟด้วยการทำอาหารให้ลูกค้าได้ลิ้มรส

จากประสบการณ์กว่า 30 ปีที่อยู่ในวงการกระทะเหล็ก ทำให้เชฟชุมพลได้ชื่อว่ากูรูเรื่องแกงไทยเป็นลำดับต้นๆและยังรั้งตำแหน่งแฟนพันธ์แท้อาหารไทยด้วย จึงสามารถบอกได้อย่างเต็มปากว่า แกงไทยนั้นไม่ได้ทำง่ายๆ เพราะต้องเข้าใจธรรมชาติของวัตถุดิบทั้งหมด ขนาดข่าที่ปลูก 10 เดือน กับ 15 เดือน ยังให้รสชาติแกงที่ต่างกัน แต่ละขั้นตอนมีความละเอียดอ่อน ทำแกงต้องค่อยๆ เจือรสชาติ ไม่ใช่ใส่เครื่องปรุงและวัตถุดิบทุกอย่างลงไปทีเดียว เพราะมีความร้อน มีปฏิกิริยา แม้แต่กะทิก็ต้องแยกหัวกะทิ หางกะทิ นี่คือ เสน่ห์ของแกงไทย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

“อาหารไทยมีพัฒนาการมาโดยตลอด จนวันนี้อาหารไทยกลายเป็นที่รู้จักและขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของโลก แกงไทยกลายเป็น “Best curry of The world” ด้วยคุณภาพรสชาติและความลงตัวทุกอย่าง ซึ่งเกิดขึ้นจากภูมิปัญญาของคนไทยทั้งสิ้น ส่วนจะให้แกงโดดเด่นขึ้นมาได้ต้องมีเอกลักษณ์ของแต่ละคน” เชฟชุมพลบอกและว่า

แกงไทยพื้นฐานมาจากอินเดีย แต่เอกลักษณ์ของอาหารไทย คือมีเครื่องแกงเป็นเครื่องแกงสดที่ต้องผัดให้สุก เหล่านี้คือความพิถีพิถัน ไม่ใช่ใครก็ทำได้ อย่างเช่น มัสมันมีเครื่องเทศถึง 21 ชนิดกว่าจะได้แกงมัสมั่นออกมา และรสชาติแกงไทยจะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น 2 อย่าง คือ 1.ความกลมกล่อมและลงตัว และ 2.เครื่องแกงไทยที่ใช้สมุนไพรซึ่งดีต่อสุขภาพ” เชฟชุมพล บอก

“วันนี้สำหรับประเทศไทย คำว่า “ครัวของโลก” ไม่ได้มีแค่อาหารไทยที่ดี แต่คือการมีวัตถุดิบที่ดีที่สุด อย่างมิชลินเชฟทั่วโลกจะให้ความสำคัญของวัตถุดิบก่อน แต่ไม่ว่าจะชาติไหนที่ทำแกงเหมือนไทยแต่เอกลักษณ์ก็สู้เราไม่ได้ เพราะเป็นการรวมตัวด้านวัตถุดิบ ผสมผสานกับภูมิปัญญาและความเป็นไทย จนกลายเป็นเสน่ห์ของแกงที่ทุกคนชื่นชอบ” เชฟชุมพล กล่าว

เสน่ห์ของแกงไทยนี้อยู่ในความทรงจำของ หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ หรือที่รู้จักกันดีในนาม ปิ่นโตเถาเล็ก กูรูด้านอาหารและนักชิม จากวันที่พี่เลี้ยงแอบป้อนแกงเขียวหวานเนื้อให้ชิม เมื่ออายุเพียง 1 ด้วยความเอร็ดอร่อยของรสชาติแกงที่กลมกล่อมทำให้จดจำและหลงเสน่ห์แกงไทยมาตั้งแต่นั้น และย้ำว่าเครื่องแกงไทยที่แตกต่างกันไปตามสูตรเฉพาะของแต่ละคนนั่น คือภูมิปัญญาของคนไทย ที่สำคัญคือความละเอียดอ่อนในการปรุง

“จำได้ว่าเคยชิมมัสมั่นเนื้อเอ็นน่องที่เคี่ยวกับหางกะทิจนเปื่อยนุ่ม กินแล้วเด้ง เครื่องแกงต้องถึง ทั้งลูกกระวาน ผักชี ยี่หร่า และโรยลูกกะวานกับใบกะวานลงมา ทุกขั้นตอนมีความพิถีพิถันเพื่อให้ได้แกงที่รสเลิศที่สุด” หม่อมหลวงภาสันต์ เล่า

ที่สำคัญแกงไทยมีเสน่ห์ แต่ละตำรับ แต่ละวังก็ไม่เหมือนกัน สายแต่ละตระกูลก็ไม่เหมือนกัน อย่างเช่น แกงกะหรี่ไก่ ตำรับของกุ๊กช้อป กุ๊กชาวจีน ที่มาทำงานในสมัย รัชกาลที่ 6 ตามวังต่างๆ ช่วงหลังออกมาทำเองใช้สูตรอาหารไทยผสมจีนผสมฝรั่ง แกงกะหรี่จะออกมารสชาติเขาจะนวลๆ กลมกล่อมมาก หากแต่วันนี้บางร้านต้องปิดตัวลงไปอย่างน่าเสียดาย เพราะคนทำอายุมากแล้วและไม่มีผู้สืบทอด

ด้าน เชฟพล ตัณฑเสถียร อดีตนักแสดงและพิธีกรที่ผันตัวเองมาเป็นพ่อครัวแบบเต็มตัวบอกว่า เริ่มหยิบจับเครื่องปรุงมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะชอบดูคนที่ทำอาหารอยู่ในครัว และเมื่อตนเองได้ทำอาหารหลายๆชาติ กลับสังเกตุว่า เวลาที่อยู่เมืองไทยอาหารไทยรสชาติอร่อยที่สุด แม้จะไปเที่ยวเมืองนอกทานอาหารไทยก็ไม่อร่อยเท่าบ้านเรา นั่นเพราะวัตถุดิบที่เติบโตในแผ่นดินของเรา จะได้รสชาติที่ดีที่สุด เหมาะกับภูมิอากาศบ้านเรา ส่วนประกอบต่างๆ ราคาไม่แพง แต่สามารถมาปรุงเป็นแกงไทยแสนอร่อยได้

“ปัจจุบันอาหารไทยไปดังในเมืองนอกมากกว่าบ้านเรา ยกตัวอย่าง Cook Book อาหารไทยดังๆ กลับมีแต่ชื่อเชฟฝรั่ง ดังนั้นเราควรรู้สึกว่าอาหารไทยมีคุณค่าและไม่อยากให้สูญเสียไป และต้องทำให้คนได้รู้เรื่องราวของแกงไทยมากขึ้น ว่าไม่ใช่แค่เนื้อสัตว์มาผสมเครื่องแกง แต่ยังมีภูมิปัญญา มีงานฝีมือ ความละเอียดและมีคุณค่าที่ซ่อนอยู่มากมาย” เชฟพล กล่าว

วันนี้อาหารไทยซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งรสชาติ ความละเมียดละไมในการปรุง ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพที่มีในประเทศไทย จนกลายเป็นภูมิปัญญาที่สั่งสมจากรุ่นสู่รุ่น จะไม่ใช่อาหารประจำครัวเท่านั้น เพราะทางซีพีเอฟได้จัดการแข่งขัน “CP สุดยอดแชมป์แกงไทย” เพื่อร่วมอนุรักษ์แกงไทย และยังเป็นการเผยแพร่สูตรแกงและเคล็ดลับอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยเฟ้นหาสุดยอดฝีมือที่รังสรร 5 เมนูแกงไทย ทั้งแกงเขียวหวานไก่ แกงกระหรี่ไก่ มัสมั่นหมู พะแนงหมู และฉู่ฉี่ปลาทับทิม ซึ่งเจ้าของสูตรเด็ดโดนใจจะได้รับรางวัลเมนูละ 1 ล้านบาท

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสืบสานแกงไทย และยังมีการเปิดเผยสูตรเพื่อให้คนทั่วไปนำไปต่อยอดกลายเป็นเมนูประจำบ้าน หรือจะทำขายก็สุดแล้วแต่ ถึงเวลานั้นก็ขึ้นอยู่กับเสน่ห์ปลายจวักของแต่ละคนแล้ว จึงขอเชิญชวนผู้สนใจสมัครร่วมแข่งขันเพื่อช่วยกันสืบสานแกงไทยให้คงอยู่เป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติต่อไป... อ่านรายละเอียดได้ที่ www.ซีพีสุดยอดแชมป์แกงไทย.com