เปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊ค “ 100 ที่เที่ยว-กิน-พัก สุดฟิน”

 เปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊ค “ 100 ที่เที่ยว-กิน-พัก สุดฟิน”

กูรูภาครัฐ-เอกชนหนุนบูมท่องเที่ยวไทยสู่ฮับโลก ท่องเที่ยวไทย เปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊คส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยและอาเซียน


 

เหล่ากูรูวงการท่องเที่ยวไทยร่วมบูมเมืองไทย ทั้งแหล่งท่องเที่ยว-อาหาร-ไอที-โลคอล เอ็กซพีเรียน-ท่องเที่ยวชุมชน-ไมซ์ และท่องเที่ยวสีเขียว หวังไทยเป็นฮับอาเซียน มั่นใจปีนี้ได้ยอด 33 ล้านคน พร้อมเปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊คส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยและอาเซียน “ 100 ที่เที่ยว-กิน-พัก สุดฟิน” ภายใต้การสนับสนุนของ 26 องค์กร ร่วมชูไทยและอาเซียนสู่”ฮับท่องเที่ยวโลก”

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค่ายเลิฟสไตล์แฮปปี้ร่วมกับเคทีซี ได้มีการจัดเสวนาส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยและอาเซียน ในหัวข้อ “ ท่องเที่ยวเมืองไทย ใครๆก็อิจฉา” โดยนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) และประธานคณะกรรมการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(แอตต้า) นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทยและรองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย นางดวงกมล จันสุริยวงศ์ นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (ตีต้า)

แล้วต่อด้วยหัวข้อการเสวนา “เที่ยวเมืองไทยดี๊ดี ไปเออีซีก็โดนใจ” โดย นางสาวเจนจิต ลัดพลี ผู้อำนวยการสายงานการตลาดเพื่อการท่องเที่ยวและสันทนาการ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี นายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และนักเขียนทั้ง 2 คนคือนางสาวสาธิตา โสรัสสะ และดร.สุรศักดิ์ จิรวัสตร์มงคล โดยมีผศ.ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์ เป็นผู้ดำเนินรายการทั้ง 2 ช่วง

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬากล่าวว่า การท่องเที่ยวไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือยหรือไร้สาระอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นของชีวิต เป็นปัจจัยที่ 5 มีนักท่องเที่ยวออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกปีละ 1.2 พันล้านคน มีการเดินทางท่องเที่ยวข้ามพรมแดนเข้าไทย 30 ล้านคน การที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ กระทรวงการท่องเที่ยวฯต้องเตรียมตั้งรับในด้านต่างๆ เราพยายามที่จะหันมาดูเรื่องความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวด้วย

นอกจากนี้ยังส่งเสริมในเรื่องของไอที และล่าสุดคือการใช้เกมส์โปเกมอนโกมาโปรโมทท่องเที่ยวไทย เนื่องจากเป็นเทรนด์ของการใช้สมาร์ทโฟนและดิจิตัล ขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯได้ส่งทีมไปพูดคุยกับลิขสิทธิ์ว่ามีหนทางใด จะสามารถนำสถานที่ท่องเที่ยวใส่เข้าไปในเกมส์ ขณะเดียวกันกระทรวงจะมีการเปิดตัวโครงการดิจิตัล ทัวริซึ่ม และร่วมวางแผนการท่องเที่ยวผ่านเวบอะเมซิ่งไทยแลนด์ของททท. เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ความต้องการของนักท่องเที่ยวเป็นรายบุคคลได้เลย

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) และประธานคณะกรรมการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.)กล่าวว่า เมืองไทยน่าอิจฉา เพราะมีที่เที่ยวครบทุกรสชาติ ในบทบาทของตัวเองที่ดูแลทั้ง 2 หน่วยงานนั้น สำหรับที่อพท. เมื่อเที่ยวแล้ว ต้องส่งเสริมชุมชนชาวบ้านให้ได้ประโยชน์ด้วย ขณะนี้คนชั้นกลางจะออกท่องเที่ยวจำนวนมาก ต้องไปสัมผัสเสน่ห์ของการท่องเที่ยวแบบชุมชน ส่งเสริมมีรายได้และความภาคภูมิใจ ส่วนของอพท.เราใช้ไบเบิลใหม่คือ เราต้องการการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนเรามีตัวชี้วัดต่างๆ มีต้นแบบจากโมเดลชุมชนพื้นที่พิเศษต่างๆ

สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มประชุมหรือไมซ์ แม้ไม่ใช่นักท่องเที่ยวเต็มตัวนัก แต่เขาสามารถแปลงกายเป็นนักท่องเที่ยวเอง เพราะเมื่อประชุมเสร็จ เขาจะออกไปเที่ยวใช้เงิน จึงใช้เงินมากกว่านักเดินทางทั่วไป 3 เท่า ปีที่แล้วมีกลุ่มนี้มาไทย 1 ล้านคน ใช้จ่าย 1 แสนล้าน เราอยากให้สูงกว่านี้อีก จึงได้นำเสนอแพคเกจใหม่ของสสปน.คือให้บัตรโดยสารของรถไฟฟ้า และให้ Free Wi-Fi ไปใช้นอกอาคารด้วย ซึ่งปกติผู้มาประชุมจะได้ใช้ Wi-Fi ฟรีจากโรงแรม ที่ประชุมอยู่แล้ว แต่เราได้จัดให้คอนเนคต่อไปนอกตึก ซึ่งกลุ่มนี้จะส่งภาพถ่ายหรือข้อมูลไปยังระดับเอ็กเซคคิวทีฟที่มีกำลังซื้อสูง ไม่ใช่แค่ถ่ายห้องประชุม แต่ส่งภาพท่องเที่ยวไปด้วย ส่วนที่ 2 คือมีบัตรของรถไฟฟ้าไม่ใช่ใช้แค่ที่โรงแรมและศูนย์ประชุม แต่ได้ไปเที่ยวที่อื่นๆด้วย

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า เที่ยวเมืองไทยน่าอิจฉาจริงๆ ใครก็อยากมาไทย ยุคสมัยนี้นับได้ว่าเป็นยุคทองของการท่องเที่ยวไทย ขณะที่หน่วยงานต่างๆด้านท่องเที่ยวทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ททท. สมาคมท่องเที่ยวต่างๆ ชุมชน เอกชน มารวมตัวเป็นประชารัฐ เป็นการสามัคคีสร้างพลังเข้มแข็ง นักท่องเที่ยวยังนิยมสัมผัสประสบการณ์โลคอลเอ็กซพีเรียนซ์ เช่นตัวอย่างในเกาะหมาก เป็นเกาะเล็กแต่น่าเที่ยวน่าไปสัมผัส และสำหรับแผนของททท.ในปี 60 ททท.ก็จะจับตลาดต่างๆตามเซกเมนท์เช่น กลุ่มผู้หญิง ครอบครัว เจนวาย ผู้สูงวัยที่รักการท่องเที่ยวเป็นต้น

นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(แอตต้า)กล่าวว่า ตอนนี้อาจจะเรียกได้ว่าเครื่องยนต์ที่ติดและขับเคลื่อนประเทศคือเรื่องท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแบบโลคอลเอ็กซพีเรียนซ์ และท่องเที่ยววิถีไทยที่เป็นรากเหง้า ดึงให้นักท่องเที่ยวมาไทยเพื่อสัมผัสวิถีไทย ตอนนี้ทุกภาคส่วนด้านท่องเที่ยวทำงานกันหนักทุกเซคเตอร์ อาจมีปัญหาอุปสรรคบ้างแต่น้อยมาก ภาคประชารัฐด้านท่องเที่ยวและอาหาร เราเน้นให้กระจายไปชุมชนมากๆ สิ้นก.ค.เรามีนักท่องเที่ยว 19.7 ล้านคน เรามีเวลาอีก 5 เดือน จะสามารถทำตัวเลขได้ 33 ล้านคนแน่นอน ถือว่ามีทิศทางดีมาก เราอยากให้นักท่องเที่ยวไปทานอาหารและผลไม้ไทยให้มากๆ ปีนี้ทุเรียนตกกก.ละ160 บาท ยังไม่เคยเห็นทุเรียนราคาเท่านี้มาก่อน เมื่อก่อนกก.ละ40 บาท เราอยากให้เงาะ มังคุด ลองกองมีราคามากขึ้น เกษตรกรและชุมชนมีรายได้มากขึ้น

ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทยคือชาวจีนมาไทยเยอะมาก อีก 5 ปีข้างหน้าจะยังเป็นอันดับ 1 ครองตลาดต่อไป เขามีประชากร 1,400 ล้าน แต่การที่ไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนก็เป็นผลดี และใน 5 ปี เรากำลังทำเรื่องยุทธศาสตร์โดยมีเป้าหมายให้ไทยเป็นพี่เบิ้มในอาเซียนให้ได้ อาเซียนเป็นอีกส่วนที่ทำให้เราเกิดความมั่นคงได้ โดยมีคู่แข่งสมน้ำสมเนื้ออย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ รวมถึงชาติที่มาแรงเช่นเวียดนาม มีตัวอย่างคือเมืองดานัง และมุยเน่ ที่มาแรงเช่นกันหรือแม้แต่พม่า แต่ผมเชื่อว่าเรามีดี เราพัฒนาภาคท่องเที่ยวไปอย่างไม่หยุดยั้ง แอตต้าตั้งมา 48 ปี เราคาดว่ามีนักท่องเที่ยวผ่านแอตต้าปีนี้ 7 ล้านคน การที่เรามีคู่แข่งก็ดีเราจะได้พัฒนาไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบลักชัวรี่ให้ได้ ในอีก 5 ปีเราจะเป็นหนึ่งในอาเซียนให้ได้

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทยและรองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยกล่าวว่า ตัวเลขการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในปี 58 เรายังมีรายได้การใช้จ่ายจากภาคอาหารไม่สูงนักคือเฉลี่ยวันละ 400 บาท อยากให้หาทางเพิ่มค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ เราอยากส่งเสริมให้อาหารไทยมีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน ตัวอย่างเช่น การส่งเสริมเรื่องฟูด ฟอร์ ฟิวเจอร์ คืออาหารเชิงสุขภาพ เพื่อแข่งกับญี่ปุ่น เวียดนาม ซึ่งอาหารไทยเป็นอาหารสุขภาพอยู่แล้ว เฉลี่ยนักท่องเที่ยวมา 10 วัน สามารถทานอาหารไทยไม่ซ้ำเมนูได้ การมีทีมอะเมซิ่ง ไทย เทสท์ เพื่อโปรโมทอาหาร ข้าว ผลไม้ไทยจะช่วยส่งเสริมให้รายได้ต่อหัวนักท่องเที่ยวสูงกว่านี้ และทำให้ร้านอาหารไทยได้อานิสงส์ในการโปรโมท ทำให้อาหารของเราเป็นที่รู้จักเช่น ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน มัสมั่น ต้มข่าไก่ ผัดไทย

นางดวงกมล จันสุริยวงศ์ นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (ตีต้า) กล่าวว่า เที่ยวเมืองไทยน่าอิจฉามากโดยเฉพาะหากไปเที่ยวกับตีต้า เพราะเราเป็นสมาคมที่ไม่ใช่เน้นแค่เที่ยว แต่ทำประโยชน์ให้ท้องถิ่นนั้นด้วย เช่นไปบ้านไร่กองขิง ที่เชียงใหม่ เราก็จัดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็ไปทำกิจกรรมให้ชุมชนด้วยหรือสอนทำลูกประคบ ไปช่วยทำแนวกันไฟ หรือที่กุยบุรี ประจวบฯ เราไม่ใช่แค่ไปเที่ยวดูช้างป่า แต่ในภาวะ 2 ปีนี้ที่ไทยแล้งหนัก สัตว์ป่าได้รับผลกระทบ ปรากฏว่านักท่องเที่ยวก็ไปช่วยทำกระทะน้ำ สต็อกน้ำให้สัตว์ มาทำประโยชน์ให้ประเทศไทย ทุกคนเมื่อมาทัวร์พูดว่าจะกลับมาอีก ลักษณะการท่องเที่ยวของเรามีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจถึงชุมชนแน่นอนอีกตัวอย่างคือการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เช่นที่เกาะหมาก ซึ่งตีต้าร่วมกับอพท.พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ทุกโปรแกรมทำกิจกรรมกับทุกชุมชน พวกเราเน้นบนเส้นทางทุกซัพพลายเออร์ จะเน้นโลว์ คาร์บอน ประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานทางเลือก ร้านอาหาร ชุมชน ตื่นตัวกันมาก กระแสโลว์คาร์บอนเพิ่มขึ้นสูงมาก รวมไปถึงการท่องเที่ยวสีเขียว ตีต้าได้พัฒนามาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เรามีอีโค่ทัวร์ไกด์ ชุมชนสีเขียว ร้านอาหารสีเขียว เป็นต้น

นางสาวเจนจิต ลัดพลี ผู้อำนวยการสายงานการตลาดเพื่อการท่องเที่ยวและสันทนาการ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซีกล่าวว่า เราเป็นแบรนด์บัตรเครดิต แต่เราแข็งแรงด้านท่องเที่ยวนานแล้ว คอนเทนท์คือทำให้ลูกค้ามีความภักดี คือความเป็นบัตรเองเรามีฐานลูกค้า 2.5 ล้านคน เรามีกิจกรรมต่อเนื่อง ช่วยต่อยอดเชื่อมโยงผู้ประกอบการ ให้ไปถึงผู้บริโภคได้อย่างตรงที่สุด และเรามีความภูมิใจที่ได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไปยังเซคเตอร์โรงแรมขนาดกลางและเล็ก เราจัดประกวดสุดยอดโรงแรมบูติค ไทยแลนด์ บูติค อวอร์ดส มา 4 ซีซันส์แล้ว ล่าสุดเราได้คว้ารางวัลพาต้า โกลด์ อวอร์ดส เคทีซีทำให้โรงแรมเหล่านี้ได้ต่อยอดในเชิงธุรกิจได้ชัดเจน

นายศักดิ์สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า การท่องเที่ยวถือเป็นสิ่งสำคัญมากของจังหวัดกาญจนบุรี เรามีพื้นที่ 12 ล้านไร่ มีพื้นที่ป่ามากสุดในไทย เรามีป่า 66 เปอร์เซ็นต์ มีพื้นที่น้ำมากที่สุดมีเขื่อนระดับหมื่นกว่าคิว 2 เขื่อน และระดับพันคิวหลายเขื่อน เรามีพื้นที่ติดต่อชายแดนใกล้ที่สุด ออกจากกทม.เพียง100 กว่ากิโลเมตรก็ติดชายแดนแล้ว มีความหลากหลายของผู้คน มีประชากรคนไทย 8 แสนจากประชากรทั้งจังหวัด 3 ล้านคน และมีพี่น้องติดชายแดน ชาวมอญ กะเหรี่ยง มีประเพณีวัฒนธรรมแปลกๆเหมาะที่จะไปเที่ยวเป็นประตูเชื่อมโยงสู่เออีซี รายได้ของกาญจนบุรี เรามีรายได้รวม 8 หมื่นล้าน เป็นกำไรเข้าสู่ธุรกิจและชุมชน 2 หมื่นล้าน รายได้จากการท่องเที่ยวจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

ภายในงานมีการเปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊คส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยและอาเซียน “ 100 ที่เที่ยว-กิน-พัก สุดฟิน” ภายใต้การสนับสนุนของ 26 องค์กร ร่วมชูไทยและอาเซียนสู่”ฮับท่องเที่ยวโลก” จัดทำโดย 2 สื่อมวลชนผู้มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี เป็นพ็อคเก็ตบุ๊คเล่มที่ 26 ของทางค่ายเลิฟสไตล์ แฮปปี้

นางสาวสาธิตา โสรัสสะ บรรณาธิการหนังสือและกรรมการผู้จัดการ บริษัทณัฐสุรงค์ จำกัด ผู้บริหารค่ายเลิฟสไตล์ แฮปปี้ กล่าวว่า การจัดทำหนังสือดังกล่าวนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยและอาเซียน โดยรวมสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และที่พักจำนวน 100 แห่ง ที่น่าสนใจของเหล่านักเดินทาง เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการเดินทางท่องเที่ยวภูมิภาคนี้ที่ถือว่ามีอัตราการเติบโตมากของโลก โดยร่วมกับดร.สุรศักดิ์ จิรวัสตร์มงคล บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ จัดทำหนังสือเล่มนี้ขึ้น ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นสื่อมวลชนที่อยู่ในวงการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจยาวนานกว่า 30 ปี

“เราได้ใช้เวลาเลือกเฟ้นสถานที่น่าท่องเที่ยวจากประสบการณ์การเดินทางจากทั่วไทยและอาเซียน เพื่อตอบโจทย์ให้โดนใจคนชอบเที่ยว โดยเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม บางแห่งแฝงด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และมี Story ชวนเที่ยว พร้อมกันนี้ยังได้ช่างภาพฝีมือดีชาธร โชคภัทระ ร่วมถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวในหนังสือด้วย” ในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วย 58 แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของไทย ,14 ร้านอาหารดังทั่วไทยแนะนำโดยหยั่นหว่อหยุ่นและสมาคมภัตตาคารไทย, 10 ที่พักแนะนำโดยไทยแลนด์ บูติค อวอร์ดส ,2 กลุ่มแหล่งท่องเที่ยวแบบซอฟท์ แอดเวนเจอร์โดยเคทีซีและมีเดีย แอนด์ บล็อกเกอร์ คลับ , 8 สวนสัตว์ และ 9 แหล่งท่องเที่ยวจากประเทศอาเซียน

ทั้งนี้การจัดทำหนังสือได้รับการสนับสนุนจาก 26 องค์กร ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ,บริษัท ปตท. จำกัด,เอสซีจี,ทิพยประกันภัย,เอไอเอส,หวั่นหว่อหยุ่น,บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ,เอไอเอส,บางกอกแอร์เวย์ส,เบอร์ลี่ ยุคเกอร์,วิทยุการบิน,ซีพีเอฟ,องค์การสวนสัตว์,อินดิโก้เพิร์ล,องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน,เคทีซี,มาสเตอร์การ์ด,ไทยแลนด์ บูติค อวอร์ดส,อาร์ท อินสไปร์,เฮ้ อาเซียน,สมาคมภัตตาคารไทย,สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย,จังหวัดกาญจนบุรี,กล่องทิพย์,มีเดียแอนด์ บล็อกเกอร์ คลับ ,ปั้นคำหอม ขนมไทย

ตัวอย่างของสถานที่เที่ยวยอดนิยมเช่น ปาย วัดภูมินทร์ ดอยอินทนนท์ เขาค้อ ลับแล สามเหลี่ยมทองคำ ทีลอซู เชียงคาน ทะเลบัวแดง มอหินขาว พระธาตุพนม สามพันโบก ภูลมโล วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ ทุ่งทานตะวันลพบุรี สวนผึ้ง หัวหิน สังขละบุรี เกาะสีชัง เกาะเสม็ด เกาะช้าง เขาตาปู ทะเลน้อย ภูเก็ตโอลด์ทาวน์ หลีเป๊ะ เกาะพยาม ส่วนในอาเซียน ได้แก่ ช็อคโกแลต ฮิลส์และอินทรามูรอส ฟิลิปปินส์ ,ปีนังและมะละกา มาเลเซีย,บาหลีและงานเทศกาล Carnival ชวาตะวันออก อินโดนีเซีย ,ซาปาและฮานอย เวียดนาม , เนปิดอว์และเกาะสองในพม่า, หมู่บ้านลอยน้ำ กำปงไอเยอร์ และพิพิธภัณฑ์กษัตริย์ บรูไน , วัดภูและวังเวียง ลาว,เซนโตซา และสวนพฤกษศาสตร์ การ์เด้นท์ บาย เดอะ เบย์ สิงคโปร์ ,นครวัดและพระตะบอง กัมพูชา

ที่ผ่านมาเขียนพ็อคเก็ตบุ๊คมา 25 เล่มเป็นเรื่องของไทยล้วนๆ เพิ่งเขียนเรื่องอาเซียนเป็นเล่มแรก เพราะมองว่าเพื่อนบ้านเราเออีซี เราไม่ใช่คู่แข่ง เป็นพันธมิตรกันได้ ในรอบ 2 เดือนนี้ไปเที่ยวมรดกโลกของอาเซียนมา 6 แห่งคือนครวัด (กัมพูชา) ปราสาทวัดพู (ลาว) บูโรพุทโธและปรัมบะนัน (อินโด) มะละกาและจอร์จทาวน์(มาเลเซียง) ชอบเดินทางไปดูการเปลี่ยนแปลงในโลกของเรา การเขียนหนังสือเพื่อหวังให้ผู้อ่านร่วมเดินทางไปกับเรา

ดร.สุรศักดิ์ จิรวัสต์มงคล อีกนักเขียน กล่าวว่า ตนเองมีความชำนาญเรื่องอาหาร จึงได้มาเขียนเล่มนี้ โดยมาจากรายการชิมไป ถุยไป ของตัวเอง บางร้านอาจไม่ได้มีบรรยากาศเลิศหรูสวยงาม แต่เป็นร้านอาหารจีนที่อร่อยมาก เช่นร้านฮกกี่ ชิมแล้วไม่ผิดหวัง หรืออย่าง วิลล่า วิลล่า อาหารดีสุดยอด เจ้าของจบดีไซเนอร์จากเมืองนอก ล่าสุดก็ไป ตรังไปชิมน้ำมะม่วงเบา ที่อร่อยมาก ตนได้สรรหากิมมิค สรรหาร้านไม่ซ้ำ เมืองไทยเราอาหารดีกว่าใครๆในอาเซียน ถือเป็นครัวไทยครัวโลก

พร้อมกันนี้ภายในงานมีการขับร้องเพลง Expirience Thailand Once in a Lifetime โดยนายสุเมธ องอาจ (สุเมธแอนด์เดอะปั๋ง) ซึ่งเพลงนี้ได้ใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ประเทศไทยจัดทำโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ไปทั่วโลกมาแล้ว นอกจากนั้นยังมีการจัดทำคลิปภาพแหล่งท่องเที่ยวไทยและอาเซียนประกอบเพลงรักข้ามขอบฟ้า ซึ่งเป็นเพลงโฆษณาที่โด่งดังของเคทีซี ภายในงานมีการเชิญแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน บล็อกเกอร์กว่า 150 คนเข้าร่วมงาน

บรรยากาศภายในงานมีการจัดใน Theme ไทยและอาเซียน และร้านอาหารต่างๆโดยการสนับสนุนการออกร้านจากสมาคมภัตตาคารไทย และโครงการ Amazing Thai Taste ประชารัฐภาคอาหาร โดยมีร้านอาหารที่มาออกร้านได้แก่ ร้านอาหารบลูไรซ์ เมนูข้าวเหนียว หมูแดดเดียว สลัด หมี่กรอบ ร้านครัวคุณกุ้ง เมนู สลัดผลไม้กุ้งทอด เมี่ยงปลาทับทิม ร้านชิเชน เมนูราเมงซี่โครงหมูพร้อมโชว์การยืดเส้นสด ร้าน โฮม เฟรช เมนู อกไก่อบบัลซามิกซ์ อกไก่รสหวานอมเปรี้ยวตัดกับมะเขือเทศ คานาเป้ทูน่าและอิบิโก๊ะ โฮลวีทชิปและดิป สลัด เครื่องดื่มแมงโก้และแพสชั่นโซดา

กล่องทิพย์ นำน้ำพริก 4 รส น้ำพริกเครื่องหลวง น้ำพริกปลาย่างทิพย์ น้ำพริกคำลือ น้ำพริกเครื่องคั่วมาแจกในงาน พร้อมออกร้านขนมโบราณ ขนมหินฝนทอง ขนมฝักถั่ว น้ำสมุนไพร น้ำพันซ์ใส่ขิง ตะไคร้ กานพลู เลอ ปิติ นำเสนอขนมไทยและไอศครีม ปั้น คำ หอม นำเสนอขนมชั้น ตะโก้ และลูกชุบ ร้าน Tuscanini นำเสนอไอศครีมรสน้ำกะทิทุเรียน