ส่งสัญญาณตั้งหน่วยงานหลักแบบรวมศูนย์บริหารจัดการน้ำทั้งระยะสั้นและระยะยาว ป้องกันวิกฤติน้ำอย่างยั่งยืน
การจัดงาน Thailand Sustainable Water Management Forum 2016 โดยความร่วมมือของ เอสซีจี มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นสัญญาณครั้งใหญ่ที่บ่งบอกว่า การบริหารจัดการน้ำภายในประเทศเป็นที่ต้องลงมือทำวันนี้ เพื่อรักษาสมดุลของการใช้น้ำให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนน้ำ แต่ปัญหาอยู่ที่การบริหารจัดการน้ำที่ยังไม่ดีพอ ทำให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างปริมาณน้ำที่มีกับความต้องการใช้ โดยมองภาพไปถึงปริมาณความต้องการใช้น้ำที่จะเพิ่มขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้าด้วยเรื่องสำคัญที่ต้องลงมือทำอย่างจริงจังคือร่วมกันหาแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างถูกวิธี
“ต้องทบทวนวิธีการใช้น้ำ เพราะถ้าดูจากโครงสร้างน้ำหลักตอนนี้ ชัดเจนว่าบัญชีออมทรัพย์น้ำไม่สมดุล หากเรายังบริหารแบบเดิมจะเกิดปัญหาในอนาคต และโจทย์คือจะทำอย่างไรให้เก็บกักน้ำได้มาก โดยหนึ่งในความสำเร็จคือการลุกขึ้นมาจัดการน้ำในระดับชุมชนเพื่อแก้ปัญหาและภาระจะไม่ถูกส่งมาที่ส่วนกลาง”
ดร.สุเมธอธิบายถึงแนวคิด พร้อมสรุปแนวทางบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย เป็น 5 แนวทางที่สำคัญ ซึ่งเกิดจากการระดมความคิดของชาวชุมชนต้นน้ำ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการหาทางออกร่วมกัน เพื่อเสนอต่อรัฐบาล ได้แก่ หลัก มีบทบาทคล้ายเป็นสภาพัฒน์เรื่องน้ำโดยเป็นสำนักงานเลขาที่บริหารแบบรวมศูนย์ ทำหน้าที่วางแผนเรื่องการบริหารจัดการน้ำทั้งระยะสั้นและระยะยาว600 โครงการที่เกิดขึ้นในชุมชนต่างๆ สามารถนำไปปฏิบัติจนประสบความสำเร็จ พร้อมขยายผลไปยังชุมชนใกล้เคียง
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในนามของหน่วยตัวแทนภาครัฐ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของแหล่งน้ำ โดยที่ผ่านมารัฐบาลมีแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่องทั้งภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม และถือเป็นสัญญาณที่ดีที่รัฐบาลได้ขานรับต่อแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้ง 5 ข้อ ที่เกิดจากการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยรัฐบาลรับปากว่าจะผลักดันทุกแนวทางให้เกิดขึ้นให้ได้ พร้อมส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ประสบความสำเร็จมาใช้เป็นต้นแบบในการนำไปปฏิบัติ
“ทุกคนต้องปรับรูปแบบการบริหารจัดการใหม่ทั้งหมด เพื่อการเชื่อมโยงร่วมกันไปสู่การแข่งขัน การเพิ่มขีดความสามารถ ประเทศไทยต้องเตรียมการให้พร้อม ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะผลักดันทุกโครงการให้เกิดขึ้นให้ได้ เราต้องแยกกิจกรรมน้ำอย่างชัดเจน นี่คือความท้าทายของทุกคน ต้องมีผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง และต้องวางแผนเป็นภูมิภาค เพราะเรามีทรัพยากรที่แตกต่างกัน นั่นคือแนวทางที่จะเดินหน้าประเทศให้เป็นรูปแบบของความเชื่อมโยง เดินหน้าประชารัฐเพื่อเจริญเติบโตไปด้วยกัน”
ปัญหาเรื่องน้ำไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นปัญหาใหญ่ที่รอการแก้ไขอย่างจริงจัง การเรียนรู้และทำความเข้าใจกับปัญหา ย่อมนำไปสู่แนวทางการแก้ไขและพัฒนาที่ได้ผล ไม่เพียงเพื่อแก้ปัญหา แต่เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต การทำงานร่วมกันจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในชุมชน ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ตลอดไปจนถึงภาครัฐ เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง เช่นเดียวกับสายน้ำน้อยใหญ่ที่เชื่อมโยงถึงกัน เป็นต้นทุนสำคัญในการหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนในประเทศให้ยังคงมีลมหายใจต่อไป
สำนักงานสื่อสารองค์กร เอสซีจี
รายละเอียดเพิ่มเติม:
วิกานดา มุทิตานนท์
โทรศัพท์ 02-586-3955
ภัทราพร ยศวิจิตร
โทรศัพท์ 02-586-5138
อีเมล์ [email protected]








