วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความงามพิสุทธิ์ที่ขยับไหว Emailgrandfeu

ตั้งแต่การออกแบบตัวเรือน ไปจนถึงลายเส้นของตัวเลขบอกเวลาบนหน้าปัด สะท้อนชัดถึงการกลับเข้าสู่แก่นแท้ของศิลปะการสร้างสรรค์เครื่องบอกเวลาล่าสุด

 

 

Slim d’Hermès รังสรรค์ท่วงทำนองจากลายเส้นที่บริสุทธิ์และเรียบง่าย ตั้งแต่การออกแบบตัวเรือน ไปจนถึงลายเส้นของตัวเลขบอกเวลาบนหน้าปัด สะท้อนชัดถึงการกลับเข้าสู่แก่นแท้ของศิลปะการสร้างสรรค์เครื่องบอกเวลา ล่าสุด คอลเลกชั่น Manufacture ได้แนะนำเรือนเวลารุ่นใหม่ที่ผลิตขึ้นเพื่อสดุดีแด่ศิลปะการลงยาที่เรียกว่า กรองด์ เฟอ (Grand Feu)

 

ฟิลิปป์ เดโลตัล (Philippe Delhotal) ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ของ ลา มองเทรอ แอร์เมส ได้กล่าวไว้ว่า “เรือนเวลาคอลเลกชั่นนี้เกิดขึ้นจากการพบกันระหว่างแอร์เมส นักออกแบบและช่างฝีมือ การหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวของความงดงามร่วมสมัยและความคลาสสิกในเรือนเวลา Slim d’Hermès จึงสะท้อนถึงแก่นแท้ของความเป็นแอร์เมสได้เป็นอย่างดี”

 

ศิลปะแห่งกราฟฟิกและทักษะการประดิษฐ์เครื่องบอกเวลาได้รับการผสมผสานอย่างลงตัวเพื่อความงามพิสุทธิ์ ความชำนาญของช่างฝีมือแอร์เมสฉายชัดผ่านหน้าปัด ตัวเรือน และเครื่องกลไกรุ่นบางพิเศษที่แอร์เมสพัฒนาขึ้นเอง ความเพรียวบางของตัวเรือนช่วยขับเน้นลายเส้นที่เรียบหรูให้ดูโดดเด่น พร้อมหูเชื่อมสายที่ออกแบบมาให้รับกับตัวเรือน ดีไซน์ที่สอดประสานกันนี้ยังรวมไปถึงสายนาฬิกาที่ม้วนรอบสลักเชื่อมสายได้อย่างลงตัว ผลลัพธ์ที่ได้คือความงดงามอันบริสุทธิ์ภายใต้ดีไซน์ที่เรียบง่าย แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานอันพอเหมาะระหว่างความเที่ยงตรงและความสมดุลที่ปรากฎแก่สายตา

 

 อักขระรูปแบบพิเศษ

 

นับเป็นครั้งแรกที่ฟิลิปป์ อะเปอลัวก์ ได้รังสรรค์ตัวเลขกราฟิก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเรือนเวลารุ่นนี้ ความบางเบาของอักขระที่มีจังหวะเรียบง่ายแต่สะกดสายตานี้อวดโฉมอยู่บนหน้าปัดกว้าง

 

“ผมสร้างสรรค์มันขึ้นมาโดยอาศัยหลักพื้นฐาน เหมือนกับที่นักแต่งเพลงวางโน้ตเพลง 7 ตัวลงบนเส้นบรรทัดตอนทำวงซิมโฟนี่” ฟิลิปป์ อะเปอลัวก์ กล่าว “ผมได้แรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวร่างกายของมนุษย์ แล้วจึงค่อยมองหาระดับเสียงและท่วงทำนองผ่านการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าและซ้อนทับกันไปมา”

 

ลายเส้นของตัวเลขยังทำหน้าที่หลักของนาฬิกา นั่นก็คือ สามารถอ่านเวลาได้อย่างชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องมีองค์ประกอบที่มากเกินไป เครื่องหมายบอกชั่วโมงซึ่งคล้ายรูปทรงเรขาคณิต เขียนขึ้นด้วยการลากเส้นเพียงครั้งเดียวโดยไม่มีการทิ้งน้ำหนักลงในตอนท้าย และเช่นเดียวกับความเงียบที่ช่วยเน้นท่วงทำนองในโน้ตดนตรี ลายเส้นของตัวเลขจึงขาดหายไปในบางช่วง เพื่อสื่อถึงความเงียบในการออกแบบเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของท่วงทำนองแห่งเวลา

 

ความเชี่ยวชาญในการลงยาด้วยเทคนิคกรองด์ เฟอ

 

หน้าปัดที่เปิดกว้างของเรือนเวลานี้เป็นพื้นที่แห่งจินตนาการ ที่เอื้อให้อวดงานฝีมือและความชำนาญอันเป็นลักษณะเฉพาะหรือซิกเนเจอร์ของแบรนด์ แอร์เมสนำ Slim d’Hermès Manufacture มารังสรรค์เข้ากับเทคนิคที่พบเห็นได้น้อยครั้ง นั่นคือการลงยาที่เรียกว่า กรองด์ เฟอ (Grand Feu) อันเป็นเทคนิคที่ผสานทักษะความเชี่ยวชาญและความละเอียดอ่อนในทุกขั้นตอน

 

ขั้นแรกเริ่มจากการนำ ‘ขารอง’ ขนาดเล็กสองชิ้น วางลงบนแผ่นเพลททองแดง เพื่อใช้สำหรับติดหน้าปัดนาฬิกาให้เข้ากับเครื่องกลไก โดยวางแผ่นเพลทลงบนฐานรองที่ทำด้วยไม้โค้ง จากนั้นช่างจะเกลาพื้นผิวเพื่อให้ได้แผ่นเพลทที่บางลง แต่แกร่งขึ้น แล้วแต่งจนได้ความหนา 0.2 มม. ขั้นตอนนี้เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแผ่นเพลท เพื่อป้องกันการบิดงอซึ่งอาจทำให้กระจกที่ลงยาแตกร้าวได้

 

เมื่อได้แผ่นเพลทตามที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการลงยา แผ่นทองแดงวงกลมจะถูกนำไปเคลือบด้วยของเหลวที่ไม่ติดไฟซึ่งมีส่วนผสมอันเป็นสูตรลับเฉพาะของแอร์เมส ช่างจะใช้แปรงขนละเอียดแตะผงลงยาสีขาวขนาดปกติทาลงบนแผ่นเพลท แล้วนำเข้าเตาเผาที่อุณหภูมิ 830 °C ด้วยกรรมวิธีเหล่านี้ จึงเรียกเทคนิคที่ใช้ว่า กรองด์ เฟอ หรือ Great heat นั่นเอง

 

เมื่อผงลงยาเคลือบจับพื้นผิวทองแดง ของเหลวที่เคลือบไว้จะทอประกายขึ้นมาทันที ช่างจะนำแผ่นวงกลมออกมาจากเตาเมื่อเห็นว่าสารเคลือบหลอมละลายในระดับที่พอเหมาะแล้ว งานที่ออกมาชั้นแรกจะโปร่งใส มีฟองอากาศและมีสีเขียวจากปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับทองแดง ช่างจะทำขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งเคลือบ ป้ายผงลงยาและอบซ้ำอีกห้าถึงหกรอบ จนกว่างานที่ลงยาไว้จะเป็นสีขาวบริสุทธิ์ เรียบเนียนและดูแวววาว ชิ้นงานที่ขึ้นเงาด้วยเทคนิคการลงยาที่เรียกว่า “กรองด์ เฟอ” นี้จึงไม่จำเป็นต้องขัดเงาอีกแต่อย่างใด

 

แผ่นหน้าปัดสีขาวที่ลงยาแล้วจะนำไปประกอบเข้ากับแผ่นหน้าปัดอีกสามส่วน ส่วนแรกเป็นแผ่นวงกลมแสดงตัวเลขชั่วโมง ส่วนที่สองจะอยู่ตรงกลาง และส่วนสุดท้ายซึ่งมีขนาดเล็กที่สุดเป็นหน้าปัดย่อยแสดงวินาที ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ขั้นต่อไปเป็นการนำตัวเลขบอกชั่วโมงมาติดลงบนแผ่นวงกลมสีขาว โดยช่างจะนำกระจกชิ้นเล็ก ๆ ลงยาสีดำที่ทำเป็นตัวเลขติดลงบนแผ่นวงกลมสีขาวด้วยแผ่นเจลาติน แล้วจึงนำไปเข้าเตาเผาเพื่อให้ตัวเลขและขีดบอกเวลาตรึงสนิทอยู่กับที่ ก่อนจะกดย้ำผิวหน้าด้วยแท่งถ่านหินเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่เรียบเนียน

 

ขั้นตอนสุดท้ายเป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยความพิถีพิถันสูงสุด ช่างฝีมือจะขัดแต่งขอบวงกลมที่ลงยาโดยใช้ตะไบมือ แล้วหามุมเพื่อเชื่อมส่วนต่างๆ ให้เข้ากันจนได้หน้าปัดที่เรียบเนียน แผ่นหน้าปัดทั้งสามของเรือนเวลารุ่น Slim d ’Hermès Émail กรองด์ เฟอ จะเชื่อมผสานเข้ากับโลหะผสมดีบุก อันเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของสสารเหล่านี้ ประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายปีได้หล่อหลอมให้ช่างฝีมือของแอร์เมสมีความเชี่ยวชาญในทุกแง่มุมของการทำนาฬิกาในทุกขั้นตอน จนได้เป็นหน้าปัดนาฬิกาที่สวยงามในที่สุด ซึ่งต้องใช้เวลาในการเนรมิตนานถึงแปดชั่วโมงทีเดียว

 

ช่างทำนาฬิการังสรรค์หน้าปัดเรือนเวลาด้วยเทคนิคการลงยา “กรองด์ เฟอ” เทคนิคที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญและความทุ่มเทในการสร้างสรรค์นี้ เมื่อหลอมรวมเข้ากับทักษะอื่น ๆ จึงกลายเป็นความเลอค่าที่หาได้ยากยิ่ง เทคนิคการลงยา “กรองด์ เฟอ” จึงโดดเด่นด้วยคุณภาพงานที่พิเศษกว่าใคร ทั้งสีที่อัดแน่นไม่แปรเปลี่ยน และพื้นผิวที่มีลูกเล่นช่วยเติมความมีชีวิตชีวาและสะดุดตา

 

เรือนเวลารุ่น Slim d’Hermès Émail มีตัวเรือนสีทองกุหลาบในดีไซน์ที่เพรียวบางกว่า รับกับสายหนังจระเข้ฮาวาน่าเนื้อด้าน ที่ผ่านการรังสรรค์ขึ้นในเวิร์คช้อปเครื่องหนังของแอร์เมส อันเป็นศาสตร์การทำเครื่องหนังที่สืบทอดมาจากการทำอานม้าผสานกับความเชี่ยวชาญด้านเครื่องหนังที่บ่มเพาะโดยแอร์เมส

 

 

กลไกH1950

 

เรือนเวลา Slim d’Hermès Manufacture ควบคุมการทำงานด้วยกลไก H1950 รุ่นบางพิเศษ ที่สามารถมองเห็นความงดงามของตัวเครื่องผ่านกระจกแซฟไฟร์โปร่งแสง ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการบอกเวลาชั่วโมง นาที และหน้าปัดย่อยบอกวินาที ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา บาง 2.6 มม. พร้อมลานสำรองพลังงานนาน 42 ชม. ระบบกลไกไขลานอัตโนมัติด้วยไมโครโรเตอร์ พื้นผิวเคลือบเงารวมถึงสะพานเครื่องเกลาด้วยมือเผยให้เห็นถึงการยึดมั่นในศิลปะการผลิตเครื่องบอกเวลาแบบดั้งเดิมได้เป็นอย่างดี และเช่นเดียวกับกลไกแอร์เมสทุกรุ่น คาลิเบอร์ H1950 ได้รับการประดับและตกแต่งพิเศษด้วยตัวอักษร H

 

ตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบจนกลายเป็นเรือนเวลาที่สมบูรณ์ Slim d’Hermès Manufacture ได้รังสรรค์ผลงานระดับวงซิมโฟนีที่ถักทอศิลปะกราฟิกเข้ากับเทคนิคการทำนาฬิกาด้วยทักษะอันเชี่ยวชาญอย่างงดงามลงตัว

 

 

 

Tel: 02233 4338/9 or 093 896 6465

Email: [email protected]