ในปีที่ผ่านมา แม้ภาพรวมของเศรษฐกิจในเซ็กเมนต์ต่างๆไม่สู้ดีนัก แต่มีอยู่ธุรกิจหนึ่งที่สามารถโตสวนกระแส เห็นได้จากตัวเลขลูกค้าที่เข้าสู่ระบบอย
เรวดี วัฏฏานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บาร์เทอร์คาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการต่างๆ โดยไม่ต้องใช้เงินสดหรือที่เรียกกันติดปากว่า ระบบบาร์เทอร์ เป็นที่รู้จักในวงการธุรกิจมายาวนาน แม้แต่ในหน่วยงานระดับประเทศอย่างภาครัฐ ยังมีการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่างกันโดยไม่ต้องใช้เงินสด เช่น โครงการแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรของไทยกับประเทศอื่นๆ เป็นต้น ทั้งนี้ระบบบาร์เทอร์ ยังเป็นหนึ่งในดัชนี ชี้วัดเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยปีไหนที่เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี การแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการต่างๆระหว่างกันโดยไม่ต้องใช้เงินสด มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
“ บริษัท บาร์เทอร์คาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้นำระบบบาร์เทอร์ มาให้บริการในประเทศไทยเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่ให้บริการมาอย่างยาวนานกว่า 18 ปี มีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา ซึ่งผลประกอบการได้สร้างสถิติหลายอย่าง เช่น มียอดการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการสูงถึง 26 ล้านเทรดบาทใน 6 ชั่วโมง มียอดเทรดต่อเดือนสูงถึง 94 ล้านบาท ซึ่งเฉลี่ยแล้วปกติสูงสุดจะประมาณ 75-80 ล้านบาทเท่านั้น รวมถึงมีผลประกอบการสูงสุดตั้งแต่เปิดให้บริการมาถึง 950 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่ตั้งเป้าไว้ที่ 900 ล้านบาท ทำให้บริษัทคาดว่าจะสามารถทำยอดได้ทะลุหลัก 1,000 ล้านบาทในปีนี้ ” เรวดี กล่าว
สำหรับในปีนี้บาร์เทอร์คาร์ด ได้วางกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทไว้ 5 ทิศทางด้วยกันคือ 1. การเพิ่มงบประมาณทางการตลาดให้มากขึ้น เพื่อทำการขยายตลาดในประเทศให้เข้มแข็ง 2. การทำกิจกรรมทางการตลาดที่มุ่งตรงไปยังกลุ่มเอสเอ็มอีและกลุ่มสตาร์ตอัพ 3. การให้ความรู้ และช่วยลูกค้าปัจจุบัน ให้สามารถประหยัดเงินสดในมือให้มากที่สุด 4. การส่งเสริมให้มีการเทรดสินค้าและบริการระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆที่เป็นสมาชิกมากยิ่งขึ้น และ 5. การพัฒนาเครื่องมือด้านไอทีต่างๆ เพื่อให้สมาชิกสามารถทำการซื้อขายได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ การใช้บาร์เทอร์คาร์ด จะสามารถช่วยผู้ประกอบการในภาวะเศรษฐกิจต่างๆ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี เพราะเป็นการช่วยประหยัดเงินสดที่จะต้องใช้จ่ายไป โดยการเลือกจ่ายเป็นสินค้าหรือ บริการแทน ทั้งยังเหมาะเป็นอย่างยิ่งในการระบายสินค้าเก่าหรือสต๊อคต่างๆ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงการนำสินค้าส่วนเกินมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ นับเป็นทางเลือกใหม่สำหรับธุรกิจต่างๆในการลดต้นทุนด้านเงินสดและค่าใช้จ่ายต่างๆ ผ่านระบบสมาชิกธุรกิจที่อยู่ในระบบทั่วโลก






