กำจัดถุงใต้ตา Eye bags REMEDY

การใช้เลเซอร์กำจัดถุงใต้ตา ยังสามารถแก้ไขปัญหารอยคล้ำใต้ตาได้อีกทางหนึ่งโดยเฉพาะรอยคล้ำที่เกิดจากเงาของถุงใต้ตา เมื่อเรานำถุงใต้ตาออกแล้ว
เมื่อวันเวลาผ่านไปความยืดหยุ่นของผิวหนังบริเวณรอบดวงตาของคนเราจะค่อยๆ หายไปเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อรอบดวงตาเริ่มหย่อนคล้อย ส่งผลให้เกิดถุงใต้ตาบริเวณหนังตาล่างนูนป่องออกมา แต่ละคนจะมีถุงใต้ตามากน้อยแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางพันธุกรรม การใช้ชีวิตประจำวัน อาหารที่รับประทาน การออกแดด และการสูบบุหรี สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเซลล์ผิว และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาถุงใต้ตา ซึ่งบางคนก็เป็นมากบางคนก็เป็นน้อย สร้างความกังวลให้กับใครอีกหลายๆคนเพราะทำให้หมดสวย หมดความมั่นใจ มีรูปลักษณ์ไม่งดงาม
ลักษณะถุงใต้ตานั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 ลักษณะคือ ถุงใต้ตาแท้ และถุงใต้ตาเทียม โดยมีข้อแตกต่างกันดังนี้ “ถุงใต้ตาแท้” เกิดจากระบบต่อมไร้ท่อภายในร่างกายทำงานผิดปกติ ซึ่งโดยปกติแล้วคนเราจะมีก้อนไขมัน 3 ก้อนอยู่ใต้ตาและก้อนไขมันเหลานี้จะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นไปตามอายุ แต่สำหรับบางคนที่มีปัญหาถุงใต้ตาแท้อาจจะสังเกตเห็นถุงใต้ตาได้ตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปี ส่วน “ถุงใต้ตาเทียม” เป็นอาการบวมน้ำที่เกิดขึ้นในบริเวณใต้ตาล่าง โดยมีสาเหตุมาจากระบบการไหลเวียนในร่างกายไม่ดี ส่งผลให้มีของเหลวไปคั่งอยู่ที่ใต้ตาโดยมากมักเกิดกับคนที่มีพฤติกรรม อดนอน ร้องไหบ่อยครั้ง ชอบขยี้ตา และใช้สายตามากเกินไปซึ่งลักษณะนี้สามารถรักษาได้โดยง่าย เพียงพักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นประคบเย็นที่ดวงตาเป็นประจำอาการก็จะดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตามปัญหาที่แท้จริงของการเกิดถุงใต้ตาคือปัญหาที่เกิดจากถุงใต้ตาแท้ ซึ่งเกิดจากความเสื่อมภาพของผิวบริเวณโดยรอบ
ถุงใต้ตานั้นก็คือ ไขมันที่อยู่ใต้ลูกตาบริเวณด้านล่างของเบ้าตา ที่จริงแล้วคนเรามีถุงใต้ตากันทุกคนตั้งแต่เกิด ขณะที่เรายังอายุยังน้อยกล้ามเนื้อรอบดวงตาจะมีความแข็งแรงเป็นเหมือนผนังกั้นไม่ให้ไขมันดันตัวออกมา แต่เมื่อใดที่เราอายุมากขึ้นกล้ามเนื้อก็จะอ่อนแรงลงจึงทำให้ไขมันที่มีอยู่เดิมสามารถดันตัวออกมาให้เห็นเป็นถุงได้ คนส่วนใหญ่จึงเรียกมันว่าถุงใต้ตา ถ้าตั้งคำถามว่าการมีถุงใต้ตาจำเป็นต้องเอาอออกหรือไม่ คำตอบก็คือไม่จำเป็น เนื่องจากมันไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพหรือการมองเห็นแต่อย่างใด แต่คนสวนใหญ่ไม่ต้องการมีถุงใต้ตาเพราะเนื่องจากมันเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของความแก่ และยังทำให้ดูเหนื่อยอ่อนล้า หน้าโทรม ไม่สดใส ดูมีอายุมากขึ้นกว่าทีควรเป็น จึงต้องการลดหรือเอาออกโดยบางคนต้องพึ่งการทำศัลยกรรม หรือซื้อหาครีมมาบำรุงเป็นประจำ ซึ่งวิธีแก้ไขในปัจจุบันมีหลายวิธี เช่นการผ่าตัดเปลือกตาล่าง การใช้เลเซอร์ การใช้ฟิลเลอร์ การปลูกถ่ายอวัยวะไขมันโดยใช้เซลล์ไขมันตัวเอง โดยนำเซลล์ไขมันมาจากหน้าท้อง ต้นขาหรือบริเวณสะโพกฉีคบริเวณใต้ตาให้ดูเต็มอวบอิ่มขึ้น เพื่อให้รอยถุงใต้ตาเต็มขึ้น แต่วิธีที่นิยมและได้รับการยอมรับเรื่องความปลอดภัยคือ การผ่าตัดเปลือกตาล่างและการใช้เลเซอร์นั่นเอง
การแก้ไขปัญหาถุงใต้ตา มีการรักษาด้วยกันสองวิธีคือ
การผ่าตัดลดขนาดถุงใต้ตา (Lower Blepharoplasty) สำหรับในรายที่ถุงใต้ตาบวมแล้ว ประกอบกับมีรอยย่น ผิวหนังยับลักษณะเช่นนี้จะแนะนำให้ผ่าตัดข้างนอก แล้วก็ดึงหนังกำจัดกล้ามเนื้อที่ย่นออกไปในขณะเดียวกันก็ดึงไขมันออกไปด้วย วิธีนี้เป็นการผ่าตัดที่ลงแผลติดกับขนตาทางด้านผิวหนัง มีข้อเสียคืออาจมีแผลเป็นติดกับขนตา แต่เมื่อแผลเป็นหายดีส่วนใหญ่จะเห็นไม่ชัดหรือเนียนเรียบเลย วิธีการนี้สามารถใช้ตัดผิวหนัง ไขมันและกล้ามเนื้อส่วนเกินได้ ทำให้สามารถลดรอยย่นใต้ตาได้โดยจะมีแผลประมาณ 4-5 วันและประมาณหนึ่งเดือน แผลก็จะเลือนรางไปเอง วิธีนี้จะสามารถแก้ปัญหาถุงไขมันใต้ตาและเก็บผิวหนังส่วนเกินออก ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง แลดูไม่เหนื่อยล้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีถุงไขมันใต้ตามากผิดปรกติ รวมทั้งผิวใต้ตาหย่อนคล้อย แต่ทั้งนี้ผลลัพธ์จากผ่าตัดไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยตีนกาทีเกิดขึ้นแล้วได้
ปัจจุบันแนวโน้มการผ่าตัดถุงไขมันใต้ตาเปลี่ยนไป สมัยก่อนจะผ่าตัดเอาถุงไขมันออกเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อติดตามผลการรักษาพบว่าคนไข้เกิดปัญหาล่องตาลึกขึ้นจนมองเห็นได้ชัดเพราะการนำถุงไขมันใต้ตาออกมาจากด้านนอกหรือออกจากด้านใน แล้วพลังงานเลเซอร์รักษาควบคู่ไปเพื่อให้ผิวกระชับขึ้นนั้น ได้ผลเพียงชั่วคราวร่องตาดังกล่าวก็ยังแก้ไม่หายเป็นวิธีของการรักษาแนวใหม่ ที่ใช้ในการผ่าตัด เก็บถุงไขมันใต้ตาไว้มาถมลงในร่องแทนการเอาออก ซึ่งในระยะแรกๆของการรักษานี้ไม่เป็นที่ยอมรับกันมากนักในหมู่ศัลยแพทย์ จนกระทั่งเห็นผลที่สร้างความพึงพอใจให้กับคนไข้เป็นอย่างมากในภายหลัง
วิธีการผ่าตัด แพทย์จะทำการวาดเส้นทำเครื่องหมายที่เปลือกตาล่างเพื่อกำหนดตำแหน่งที่ต้องแก้ไข และฉีคยาที่หนังตาบริเวณผ่าตัด แพทย์จะทำการผ่าตัดหนังตาทีละข้างโดยแผลซ่อนใต้ขนตาล่างแล้วจัดการเก็บไขมันส่วนที่มากเกินออกด้วยเพื่อแก้ไขถุงใต้ตาล่างแพทย์ก็จะแก้ไขผิวหนังที่เกินและหย่อน โดยจะทำการวัดอย่างละเอียดก่อนตัดออก( การตัดผิวหนังมากเกินไปจะทำให้หนังตาปลิ้น ) หลังจากนั้นก็จะแก้ไขส่วนกล้ามเนื้อที่หย่อน โดยเก็บกล้ามเนื้อที่เกินออกแล้วทำการขึงยึดกล้ามเนื้อหนังตาล่างให้ตึงขึ้น จากนั้นก็ถึงขั้นตอนการเย็บปิดแผลให้เรียบร้อยในที่สุด โดยใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ หกสิบนาที และหลังผ่าตัดแพทย์จะให้นอนพักฟื้นราว สามชั่วโมงเพื่อให้ยาชาหรือยานอนหลับหมดฤทธิ์เสียก่อนจึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยสามารถใช้ตาได้เหมือนเดิมทั้งนี้แผลเป็นเส้นบางจะซ่อนอยู่ชิดแนวใต้ขนตาล่างรอยของ eye liner มีไหมเส้นเล็กเท่าเส้นขน สองถึงสามจุด ที่ต้องตัดจากบริเวณขอบตาด้านข้างจะมีแผลห่างออกมาไม่เกิน ห้ามิลลเมตรขึ้นกับสภาพผิวหนังที่หย่อน โดยแผลสามารถอาบน้ำถูกน้ำได้ แต่งหน้าได้ตามปกติและจะทำการตัดไหมเมื่อครบเจ็บวัน หลังตัดไหม แผลอาจจะดูชมพูในบางคน แต่จะจางหายไปในที่สุด หลังการผ่าตัด สิ่งที่ควรปฏิบัติก็คือหมั่นประคบเย็นที่บริเวณหน้าผากและรอบดวงตา โดยเฉพาะในช่วงสองวันแรกหลังผ่าตัด รวมถึงนอนยกศรีษะสูงไว้ เพื่อลดอาการบวมจากาการคั่งของเลือดและของเหลวภายใน รับประทานยาแก้อักเสบ ยาลดบวมและทายาขี้ผึ้งเคลือบที่แผลตามแพทย์สั่ง ควรงดการใช้สายตาในช่วงแรก เพราะอาจทำให้แผลอักเสบและหายช้า
การใช้เลเซอร์ ( Laser Eye Bag Removal )
เหมาะสำหรับในรายที่มีไขมันหย่อนลงมาเฉยๆ โดยที่ผิวหนังด้านนอกไม่ยอนนัก จะใช้เลเซอร์แล้วดูดเอาไขมันด้านในออก จะไม่มีแผล ซึ่งเทคโนโลยี่ของเครื่องเลเซอร์ มีข้อดีคือสะดวด ปลอดภัย (หากทำในแพทย์ที่มีความชำนาญ) แผลเล็กและซ่อนอยู่ด้านในโดยที่ไม่ต้องเย็บเนื่องจากแผลมีขนาดเล็กมาก นอกจากนี้คุณสมบัติพิเศษของแสงเลเซอร์ ยังสามารถช่วยห้ามเลือดได้ในตัว ทำให้การรักษาเสียเลือดน้อย และไม่ค่อยเกิดการบวม ช้ำ เมื่อเทียบกับการผ่าตัดด้วยการผ่าตัดถุงใต้ตาจากภายนอก สามาถกลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติในวันถัดไปโดยไม่มีแผลภายนอก ให้เห็นการทำเลเซอร์ถุงใต้ตาถือว่ามีความปลอดภัยสูงถ้าทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ต้องกังวลว่าแสงเลเซอร์จะไปกระทบกับดวงตาเนื่องจากในขณะรักษาดวงตาทั้งคู่จะถูกปกป้องด้วยตัวครอบตา ซึ่งแสงเลเซอร์ไม่สามารถทำลุผ่านไปได้ อีกทั้งการผ่าตัดทั้งหมดก็อยู่ในส่วนของหนังตาล่างเป็นหลักมิได้ทำที่ลูกตาแต่อย่างใด
คำถามต่อมาคือ เมื่อเลเซอร์ถุงใต้ตาแล้ว จะกลับมาอีกหรือไม่นั้น การนำถุงใต้ตาออกด้วยแสงเลเซอร์เป็นการนำไขมันส่วนเกินออกเท่านั้นไม่ได้หมายความว่าเป็นการนำไขมันออกจนหมด ซึ่งตามหลักแล้วถ้าเรานำถุงไขมันออกจนหมด แทนที่ใต้ตาจะดูเรียบเนียน ก็จะได้ตาที่ลึกหรือโบ๋มาแทน อย่างไรก็ตามไขมันที่เหลืออยู่ก็มีจำนวนน้อยมาก จึงไม่ได้ว่าจะกลับมาอีกหรือไม่ เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันของคนไข้แต่ละราย แต่ถ้ามีอีกก็ไม่มากเหมือนเดิมและสามารถทำการรักษาซ้ำใหม่ได้ในบางรายอาจกลัวเรื่องของการทำเลเซอร์ถุงใต้ตาแล้วมีโอกาสทำให้ตาปลิ้นนั้น ตามหลักแล้วจะไม่เกิดอาการนี้เนื่องจากเลเซอร์ถุงใต้ตาเป็นการนำถุงไขมันใต้ตาส่วนเกินออกเท่านั้น ไม่ได้ตัดหนังตาหรือกล้ามเนื้อตาออกแต่อย่างใด ดังนั้นปัญหานี้จึงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนทั้งนี้การใช้เลเซอร์กำจัดถุงใต้ตา ยังสามารถแก้ไขปัญหารอยคล้ำใต้ตาได้อีกทางหนึ่งโดยเฉพาะรอยคล้ำที่เกิดจากเงาของถุงใต้ตา เมื่อเรานำถุงใต้ตาออกแล้ว รอยคล้ำที่เกิดจากเงาของถุงใต้ตา แต่ถ้าเป็นรอยคล้ำจากสาเหตุอื่นเลเซอร์ถุงใต้ตาช่วยไม่ได้ สำหรับขอจำกัดของวิธีการนี้เหมาะกับคนไข้ที่มีอายุไม่เกินหกสิบปี หรือผู้ที่ไม่มีรอยย่นและหนังเกินบริเวณใต้ตามากนัก







