วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สยามฟิล์มจับมือเอ็มแม็กซ์ ชวนคนดังร่วมรำลึกประวัติศาสตร์

งานเปิดตัวโครงการ “เมืองประวัติสาสตร์” ที่บ้านคา สวนผึ้ง จ.ราชบุรี หวังผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ถ่ายภาพยนต์ระดับฮอลลีวู้ด



สยามฟิล์มจับมือเอ็มแม็กซ์เปิด ชวนเหล่าเซเลบริตี้ร่วมลำลึกประวัติศาสตร์ ในงานเปิดตัวโครงการ “เมืองประวัติสาสตร์” ที่บ้านคา สวนผึ้ง จ.ราชบุรี หวังผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ถ่ายภาพยนต์ระดับฮอลลีวู๊ด
ภายในงานมีแขกผู้มีเกียรติในแวดวงสังคมมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ ม.ล.ไฉไล ยุคล ณ อยุธยา

ณรงค์ จิวางกูร มล.ปุณยนุช เกษมสันต์ ณ อยุธยา เอื้อมเดือน มาลากุล ณ อยุธยา อานันทเดชน์ อมาตยกุล และบุญญาดา กฤติยะโชติกุล โดยมี พลเอก จิตตสักก์ เจริญสมบัติ ตุลาการศาลทหารสูงสุด และนักวิชาการประจำกรรมธิการ สถานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นประธานในพิธี ทังนี้ พลเอก จิตตสักก์ เจริญสมบัติ กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่บริษัทสยามฟิล์ม (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมกับบริษัท เอ็มแม็ค อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ร่วมกันเปิดเมืองประวัติศาตร์ขึ้น ซึ่งจะเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ของชาติ เน้นให้เยาวชนและประชาชนได้เข้าไปศึกษาหาความรู้ ซึ่งผมขอชื่นชมในโครงการนี้และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ด้านการส่งเสริมความรู้ที่ดี

ด้านนายธนพจน์ มณีแจ่ม ประธานกรรมการบริหารบริษัทสยามฟิล์ม (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า การเปิดเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ เป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่บริษัทสยามฟิล์ม (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมกับบริษัท เอ็มแม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด จับมือกันร่วมสร้างโครงการเมืองประวัติศาตร์ที่จะสร้างบนพื้นที่ 150 ไร่ ที่บ้านคา-สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่รวบรวมอนุสาวรีย์วีรชนของไทยทุกพระองค์ที่สร้างชื่อเสียงให้ไทยมากว่า 700 ปี 500 ปี และ 300 ปี โดยมีอนุสาวรีย์ประมาณ 30 รูป มีแหล่งเรียนรู้ มีประวัติการสู้รบต่างๆ รวมอยู่ที่เมืองประวัติศาสตร์ จ.ราชบุรี แห่งนี้ และเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ทางประวัติศาสตร์ 10 เรื่อง ของบริษัท สยามฟิล์ม และยังเปิดให้ภาพยนตร์นานาชาติโดยเฉพาะวงการภาพยนตร์ระดับฮอลลีวู๊ดเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์อีกด้วย

ม.ล.ไฉไล ยุคล ณ อยุธยา กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มาร่วมงาน และดีใจที่ทางผู้จัดได้มีการคิดสร้างสรรค์เปิดโครงการในลักษณะของสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ทางประวัติศาสตร์ และหลังจากนั้นก็ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป เข้าเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ไทยที่น่าจูงใจเป็นอย่างมาก ถือได้ว่าเป็นศูนย์เรียนรู้ทางประวัติศาตร์ไทยอีกแห่งหนึ่งที่ดีมาก เพราะดิฉันเองก็ทำโครงการในเชิงอนุรักษ์เช่นเดียวกัน จึงสนับสนุนและชื่นชมโครงการนี้ค่ะ

ม.ล.ปุณยนุช เกษมสันต์ ณ อยุธยา กล่าวว่า “ปัจจุบันนี้รัฐบาลมีการส่งเสริมให้ทุกคนรักษ์ชาติ และการที่เรารื้อฟื้นประวัติศาตร์ขึ้นมาเพื่อสอนให้ประชาชนที่ไม่เคยรู้ประวัติศาสตร์ประเทศชาติเราเองก็จะได้ทราบและรับรู้ และปลูกฝังให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้รู้ว่าประเทศชาติบ้านเมืองของตัวเองมีความเป็นมาอย่างไร มีวีรบุรุษ วีรสตรีท่านใดที่รักษาชาติบ้านเมืองให้เราได้มีแผ่นดินอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และก็ดีใจที่ผู้จัดงานสามารถตอบโจทย์ให้กับรัฐบาลในการสร้างแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ขึ้นมา ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนและยกย่องชมเชย และอยากให้ทุกโรงเรียนตั้งปณิธานไว้เลยว่าในทุกภาคการศึกษาควรสนับสนุนให้นักเรียนนักศึกษาได้ออกมาทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์อย่างน้อย 1 ครั้งต่อภาคการศึกษา และอาจจะไม่ใช่แค่แห่งนี้เพียงแห่งเดียว ซึ่งอาจจะเป็นพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่ทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ด้วย”

เอื้อมเดือน มาลากุล ณ อยุธยา : เป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับการนำเมืองประวัติศาตร์ของบรรพบุรุษไทยทุกท่านมาให้ชาวไทย หรือชาวโลก และลูกหลานไทยได้รู้ถึงวีรกรรมหรือว่าสิ่งต่างๆ ที่วีรบุรุษ วีรสตรีทุกท่านในอดีต ที่ผ่านมาได้ร่วมกอบกู้ประเทศชาติมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เยาวชนรุ่นหลัง นักเรียน นักศึกษา หรือชาวต่างชาติได้เรียนรู้ และนอกจากนี้ยังเป็นการระลึกถึงพระคุณของวีรชนทุกพระองค์ เพื่อให้ลูกหลานได้บูชาและเทิดทูนในความดีอีกด้วย
อดใจรอกันอีกไม่นานเกินรอที่คนไทยจะได้ชม “เมืองประวัติศาสตร์” ที่ทุ่มทุนสร้างหลายร้อยล้าน เป็นประโยชน์ในการศึกษาประวัติศาสตร์ของเยาวชนรุ่นหลัง และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และอนุรักษ์วัฒนธรรมที่น่าจับตามอง