วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ไทยสร้างไทย" ชี้ สายสีเขียว แบ่งรายได้รัฐกว่า2แสนล้าน ราคาต่อ กม. ต่ำสุด

“ไทยสร้างไทย” ชี้ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ราคา 1.23 บ. ต่อกม. ตลอด 22 ปี นำส่วนแบ่งรายได้ ส่งรัฐ กว่า 2 แสนล้าน เทียบ สายสีน้ำเงิน 1.43 บ. ต่อกม. สายสีม่วง 1.83 บ. ต่อกม. ไม่เคยนำรายได้ส่งรัฐ สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพบริหาร ระบุ หากลดราคา สายสีเขียว อีก2สายก็ต้องทำได้ เหตุ รัฐกำกับดูแล

พรรคไทยสร้างไทย โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการการเมืองและพัฒนาพรรคไทยสร้างไทย ร่วมแถลงข่าวแสดงจุดยืนของพรรค ต่อกรณีการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ปัญหาค่าโดยสาร รถไฟฟ้าแพงเป็นประเด็นที่คนกรุงเทพฯ คาใจมานานหลายปี และเป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ให้บริการรถไฟฟ้าหรือไม่ พรรคไทยสร้างไทย จึงได้ มอบหมายให้ น.ต.ศิธา เป็นผู้ศึกษาปัญหาดังกล่าว โดยพบว่าการลงทุนในรถไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 

ประเภทแรก คือการให้สัมปทาน โดยเอกชนลงทุนทั้งในส่วนของค่าก่อสร้างงานโยธา และค่าดำเนินการในการดูแลระบบรถไฟฟ้าแบบ 100% คือรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพียงสายเดียว ที่เอกชนที่ได้รับสัมปทานจะรับภาระหนี้ในการก่อสร้างของรัฐบาล

ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินรัฐลงทุน 70% เอกชนลงทุน 30% ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีม่วง รัฐลงทุนเอง100% ส่วนเอกชนได้รับสัมปทานในการเดินรถ ซึ่งในส่วนนี้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบความปลอดภัยทั้งหมด

ซึ่งหากพิจารณาด้วยข้อเท็จจริงพบว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสายล้วนมีราคาแพงทั้งหมด แต่รถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเอกชนลงทุนทั้งหมดกลับมีราคาค่าโดยสารต่ำที่สุด อยู่ที่ 1.23 บาท ต่อกิโลเมตร และตลอด 22 ปีที่ผ่านมา BTS ได้นำส่งส่วนแบ่งรายได้เข้ารัฐกว่า 2 แสนล้านบาท 

ส่วนรถไฟฟ้าที่รัฐบาลมีส่วนในการลงทุน กลับพบว่ามีราคาค่าโดยสารแพงกว่า ไม่ว่าจะเป็นสายสีน้ำเงิน มีราคาอยู่ที่ 1.43 บาท ต่อกิโลเมตร และสายสีม่วงมีราคาอยู่ที่ 1.83 บาท ต่อกิโลเมตร ที่ผ่านมารถไฟฟ้าทั้ง 2 สายนี้ยังไม่เคยนำส่งรายได้เข้ารัฐเลย

ดังนั้น ประเด็นที่พรรคไทยสร้างไทย จึงขอชวนให้พี่น้องจับตาและติดตามอย่างใกล้ชิด คือทำอย่างไรจะให้รถไฟฟ้ามีราคาค่าโดยสารถูกลง ซึ่งที่ผ่านมาพรรคการเมืองหลายพรรค ได้ตีโจทย์ผิด มุ่งเน้นประเด็นในเรื่องของการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยไม่ยกประเด็นเกี่ยวกับการลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน คนตัวเล็ก ขึ้นมาหาข้อสรุปอย่างจริงจัง

น.ต.ศิธา กล่าวว่า ตนเห็นว่าการลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสายอยู่ในวิสัยที่ทำได้ โดยต้องเปิดโต๊ะเจรจา 3 ฝ่าย คือประชาชนคนตัวเล็ก รัฐ และเอกชน เพื่อหาทางออกโดยมีเป้าหมายให้ลดค่าโดยสารให้มากที่สุด และประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกมากที่สุด และตัดผลประโยชน์รายได้ของรัฐ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ส่วนปัญหากรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เอกชนได้ลงทุน ให้รัฐดำเนินการคืนหนี้ให้กับเอกชน 

ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ และ น.ต.ศิธา เชื่อว่าหากดำเนินการตามแนวทางของพรรคไทยสร้างไทย โดยเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง จะสามารถลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าลงได้อย่างน้อย 30-40% และที่สำคัญรถไฟฟ้าที่รัฐเป็นผู้ลงทุนมีความได้เปรียบมากกว่ารถไฟฟ้าที่เอกชนลงทุน แต่กลับยังไม่สามารถนำส่งรายได้ให้รัฐ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารงานของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายนี้ หากรถไฟฟ้าสายสีเขียวสามารถลดราคาค่าโดยสารได้ 30-40 % รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกับสายสีม่วงก็ต้องทำได้เช่นกัน เพราะรัฐทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลเป็นหลัก