"ไพบูลย์" เผย "ชลน่าน-พท." เข้าสภา เซ็นชื่อแล้วกลับ โหวตแค่ 37 จากทั้งหมด 159 ครั้ง คิดเป็น ร้อยละ 23.27 "ประเสริฐ" โหวตแค่ 23 ครั้ง แฉ บางคนโหวต ไม่ถึง 10% เล็ง ร้อง "ศาล-ป.ป.ช." ส่อขัด "รธน." ม.101 เข้าข่ายขาดประชุมเกิน 1ใน4 ส่อ สิ้นสุดสมาชิกภาพ
ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงถึงกรณีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดญัตติอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา152 เพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหาต่อครม. โดยในการอภิปรายช่วงท้าย นพ.ชลน่าน พูดลักษณะที่ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเสียหาย โดยเฉพาะพปชร. ที่เป็นแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล เกี่ยวกับองค์ประชุม โดยโยนความผิดให้ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล
นายไพบูลย์ กล่าวว่า จากที่ตนติดตามการโหวต นพ.ชลน่าน พรรคเพื่อไทย กำลังปกปิดความจริงหรือไม่ ทั้งที่ความจริงแล้วพรรคเพื่อไทย มาร่วมโหวตในสภาน้อยมาก ส่วนใหญ่มาแค่เซ็นชื่อหน้าห้องประชุมแล้วเดินทางกลับ จึงใช้วิธีพูดกลบเกลื่อนในสภา เพื่อไม่ให้ประชาชนรู้ว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ทำงานตามที่ประชาชนคาดหวัง
นายไพบูลย์ กล่าวว่า จากข้อมูลตั้งแต่เดือนธ.ค.64-ปัจจุบัน ส.ส.พรรคเพื่อไทยทั้งหมด 132 คนมีการโหวตทั้งสิ้น 159 โหวต ยกตัวอย่างส.ส.คนสำคัญในพรรค 3 คน 1.นพ.ชลน่าน โหวตเพียงแค่ 37 ครั้ง จาก 159 โหวต ไม่ได้โหวต 122 ครั้ง คิดเป็น 23.27 เปอร์เซ็นต์
2.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โหวตเพียงแค่ 23 ครั้ง จาก159โหวต ไม่โหวต 136 ครั้ง คิดเป็น 14.04 เปอร์เซ็นต์ และ3.นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ที่มักเสนอนับองค์ประชุมเพื่อช่วยปกปิดการทำงาน โดยชอบอ้างองค์ประชุมล่ม โหวตเพียงแค่43ครั้ง จาก159โหวต ไม่โหวต116ครั้ง คิดเป็น 47 เปอร์เซ็นต์
"สรุปค่าเฉลี่ย ส.ส.พรรคเพื่อไทย โหวตทั้งสิ้น 46 ครั้ง ไม่โหวต 113 ครั้ง จากทั้งหมด159โหวตคิดเป็น 29 เปอร์เซ็นต์” นายไพบูลย์ กล่าว
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ยังมีส.ส.พรรคเพื่อไทยบางคนที่โหวตไม่ถึง10เปอร์เซ็นต์ จะตอบคำถามอย่างไร เป็น ส.ส.ไม่ทำงานในสภา กินภาษีประชาชนเป็นค่าตำแหน่ง สวัสดิการมากมาย ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา101 (12) ได้กำหนดเรื่องการสิ้นสุดสมาชิกภาพของส.ส.ว่า ขาดประชุมเกิน1ใน 4 ของวันประชุมในสมัยประชุมที่มีกำหนดเวลาไม่น้อย 120 วันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภาฯ ซึ่งตนคิดว่าการประชุมก็คือต้องเข้าร่วมโหวตด้วย หากตรวจสอบพบไม่ปรากฎหลักฐานในอนาคต จะเกิดปัญหาแน่ แต่ตนยืนยันว่าคงไม่ไปร้องศาล เพียงแค่ตรวจสอบการทำงานของ ส.ส. ที่เป็นตัวอย่างไม่ดีกับเยาวชน
เมื่อถามว่า ทำไมถึงไม่ไปร้องต่อศาลให้วินิจฉัย นายไพบูลย์ กล่าวว่า ข้อกฎหมายชัดอยู่แล้วสังคมไทยปัจจุบันมีการตรวจสอบอยู่แล้ว เชื่อว่าคงจะมีคนที่ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วินิจฉัย เดี๋ยวก็คงทราบ ตนเพียงแค่รวบรวมข้อมูล เสนอกฎหมาย
เมื่อถามว่า ในเมื่อรวบรวมข้อมูลแล้ว ทำไมไม่ไปฟ้องเองเลย นายไพบูลย์ กล่าวว่า ขอคิดดูก่อนตนไม่อยากฟ้องให้เสียบรรยากาศ แต่ถ้าหากเกินเลยไปก็คงต้องสงวนสิทธิ์





