"ไทยสร้างไทย"จี้"รัฐบาล"ลด"ภาษีสรรพสามิต" ช่วยภาคขนส่ง เลิกรีดเลือดกับปู

"ไทยสร้างไทย"จี้"รัฐบาล"ลด"ภาษีสรรพสามิต" ช่วยภาคขนส่ง เลิกรีดเลือดกับปู

"สหพันธ์ขนส่งทางบกฯ" ยื่นหนังสือ ถึง "สุดารัตน์" ช่วยแก้ปัญหา "น้ำมันแพง" ด้าน "ศิธา" เผย "ไทยสร้างไทย" มีแนวทาง ลด ดีเซล เหลือ 25 บาท ต่อลิตร มั่นใจถ้าได้เป็นรัฐบาล ลดเก็บ "ภาษีสรรพสามิต" ได้ทันที "เกณิกา" ชี้ น้ำมันไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย จี้ รัฐบาล หัดรับฟัง เลิกรีดเลือดกับปู

นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เดินทางมายื่นหนังสือต่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เพื่อขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพงและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

ขณะที่ น.ต.ศิธา ทิวารี ผู้อำนวยการคณะอำนวยการ และพัฒนาพรรค กล่าวว่า จากโครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลปัจจุบันที่ราคา 30 บาท แต่ราคาต้นทุนน้ำมันดิบอยู่ที่ราคาประมาณ 17 บาทเมื่อบวกกับภาษีสรรพสามิต กองทุนน้ำมัน และค่าอื่นๆ ประกอบกับการผสมไบโอดีเซล จึงทำให้ราคาดีเซลอยู่ 30 บาท พรรคไทยสร้างไทย เห็นว่าข้อร้องเรียนของประชาชน เป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องเข้ามาดูแล และรับฟัง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ไม่ใช่แสดงท่าทีแข็งกร้าว ด้วยการให้หน่วยงานทหารเข้ามาช่วยขนสินค้าแทนเอกชน ไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง แต่ต้องเข้ามาดูที่โครงสร้างราคาน้ำมันให้เหมาะสม 

น.อ.ศิธา กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทย ได้เสนอให้มีการลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและปรับสัดส่วนโครงสร้างราคา ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงเกินจริง รวมถึงลดการผสมไบโอดีเซลให้น้อยลง เป็นเวลา 2 ปี จะสามารถทำให้ราคาน้ำมันดีเซลลดลงไปอยู่ที่ประมาณ 25 บาท  เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และผู้บริโภคน้ำมัน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 

ภาษีสรรพสามิต จะกำหนดประเภทสินค้าไว้ 3 ประเภท คือสินค้าฟุ่มเฟือย สินค้าที่สร้างมลภาวะ และสินค้าที่รัฐอุดหนุนเงิน สำหรับน้ำมันดีเซล เป็นพลังงานที่ใช้สำหรับเครื่องจักกลทางภาคธุรกิจและการขนส่ง ไม่ควรอยู่ในประเภทดังกล่าว เพราะเป็นปัจจัยต้นทุนของห่วงโซ่อุปทาน ทั้งด้านการขนส่ง และการผลิต เกี่ยวโยงกับการขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ในหลายประเทศ ก็ไม่ได้มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แต่สำหรับประเทศไทย เก็บสูงถึง 5.99 บาท ดังนั้น หากพรรคไทยสร้างไทย มีโอกาสได้เป็นรัฐบาลจะดำเนินการ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชน โดยการให้รัฐมนตรี ตราเป็นกฎกระทรวง เพื่อดำเนินมาตรการลดอัตราการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ซึ่งสามารถทำได้ในทันที” น.อ.ศิธา กล่าว

น.ต.ศิธา กล่าวเพิ่มเติมว่าปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลของประเทศอยู่ที่ประมาณ 70 ล้านลิตรต่อวัน ภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เก็บอยู่ที่ 5.99บาท เก็บเงินภาษีเข้าคลังได้ประมาณ 150,000 ล้านบาทต่อปี การปรับลดรายได้ในส่วนนี้ จะทำให้วงล้อทางเศรษฐกิจซึ่งฝืดเคืองจากวิกฤตโควิด-19 สามารถกลับมาหมุนได้อีกครั้ง คุ้มค่ากว่าการที่รัฐบาลกู้เงินกว่า 2.2 ล้านล้านบาท เพื่อเยียวยาเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน

ขณะที่ นายอภิชาติ กล่าวว่า การเดินทางมาในครั้งนี้ เนื่องจากพรรคไทยสร้างไทย มีความเข้าใจโครงสร้างระบบการขนส่งเป็นอย่างดี ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้ายื่นเรื่องมาแล้วหลายหน่วยงานโดยหวังว่าพรรคไทยสร้างไทย จะเป็นอุโมงค์แสงสุดท้าย สำหรับประชาชนเพราะไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลที่ยังคงยืนยันที่ราคา 30 บาท 

ทั้งนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันสูงถึง 5.99 บาท ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลชุดใดเก็บมากถึงขนาดนี้ ทั้งที่ไม่ใช้สินค้าฟุ่มเฟือย เพราะเป็นต้นทุนของห่วงโซ่อุปทานการผลิต ดังนั้นหากรัฐบาลยังยืนยันจะตรึงราคาไว้ที่ 30 บาท โดยที่ยังไม่มีการปรับราคาลงตามข้อเรียกร้อง จะส่งผลทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคจะสูงขึ้น และส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโดยรวม 

นอกจากนี้ การกู้เงินของรัฐบาล เพื่อพยุงราคาน้ำมัน และเยียวยาชดเชยผู้ประกอบการขนส่งเป็นสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ หากแต่เป็นเพียงการ “ย้ายเงินจากกระเป๋าไปกระเป๋าขวาเท่านั้น” แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องการคือ การลดต้นทุนน้ำมัน เพื่อไม่ให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นการผลักภาระให้กับประชาชนในด้านสินค้าอุปโภคบริโภค 

"ไทยสร้างไทย"จี้"รัฐบาล"ลด"ภาษีสรรพสามิต" ช่วยภาคขนส่ง เลิกรีดเลือดกับปู

น.ส.เกณิกา ตาปสนันทน์ รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย 

ทั้งนี้ น.ส.เกณิกา ตาปสนันทน์ รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย ยืนยันว่าแนวทางการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการและประชาชน เพราะการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันสูงถึงลิตรละเกือบ 6 บาท ทำให้คนไทยต้องใช้น้ำมันราคาแพงกว่าประเทศคู่แข่งโดยยืนยันว่าน้ำมัน ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือยแต่เป็นปัจจัยการผลิตหรือสินค้าที่ได้รับผลประโยชน์พิเศษจากรัฐ หรือสินค้าที่บริโภคแล้ว มีผลเสียต่อสุขภาพและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือสินค้าที่ก่อให้เกิดภาระแก่รัฐ หรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

การที่นายธนกร วังคงบุญชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาตอบโต้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โดยอ้างว่าการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต จากสินค้าพลังงานเป็นแนวปฏิบัติสากล เป็นรายได้เพื่อการพัฒนาประเทศนั้น เป็นการกล่าวพาดพิงประธานพรรคไทยสร้างไทย แบบขาดความรู้  คงหวังเพียงเอาใจนาย ด้วยการใช้ปากไต่เต้าเพื่อหาตำแหน่งทางการเมืองเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ ดังนั้น ขอให้ นายธนกร รวมถึงพรรคการเมืองบางพรรค หัดรับฟังข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน 

"ขอให้โฆษกรัฐบาล กลับไปศึกษาข้อเท็จจริง ว่าในสมัยรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเก็บภาษีน้ำมันดีเซล จากพี่น้องประชาชน มหาโหดเพียงใด และการที่คุณหญิงสุดารัตน์ มองว่าการเก็บภาษีในลักษณะดังกล่าวไม่ต่างจากการรีดเลือดกับปู ก็ไม่ได้ผิดไปจากความเป็นจริงเพราะในน้ำมัน 1 ลิตรประชาชนถูกรีดภาษี ทั้งภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล และภาษีมูลค่าเพิ่ม ถึง 8 บาทต่อลิตร หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของราคาน้ำมันต่อลิตร และเพิ่มสูงขึ้นกว่าทุกรัฐบาล เพราะจากในอดีตที่เคยเก็บภาษีสรรพสามิต ดีเซลลิตรละ 0.005 บาท ขึ้นเป็นลิตรละ5.99 บาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1.1พันเท่า" น.ส.เกณิกา กล่าว

น.ส.เกณิกา กล่าวว่า โฆษกรัฐบาลต้องหัดรับฟังคนที่รู้จริง โดยหัดใช้สมองทำงาน มากกว่าปากทำงาน และขอให้เอาเวลาที่ใช้ไปกับการตอบโต้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ไปพิจารณาเร่ง แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ปัญหาการว่างงานที่มีอัตราการสูงถึง 9 แสนคน ถือว่าสูงที่สุดตั้งแต่มีการระบาดของโควิด -19 มา ขณะที่หนี้สินภาคครัวเรือน ประเทศไทยพุ่งไปแตะที่ 14.24 ล้านล้าน หรือ 89.3 เปอร์เซ็นต์ต่อ GDP เพิ่มขึ้นร้อยละ5 จากไตรมาสที่ผ่านมา