background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

แกะรอย “ก่อการร้าย” ในไทย สัญญาณเตือนภัยจาก ญี่ปุ่น

แกะรอย “ก่อการร้าย” ในไทย สัญญาณเตือนภัยจาก ญี่ปุ่น

ปฐมบท การก่อความไม่สงบเริ่มปี 2558 หลัง "รัฐประหาร" ไม่ถึงปี เกิดเหตุลอบวางระเบิดใจกลาง กทม. หลายครั้ง เช่นเดียวหลายจังหวัดภาคใต้ตอนบน ที่ยังมีความคลุมเครือว่าเป็นเรื่องการเมือง หรือ "ก่อการร้าย"

พลันที่กระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ส่งสัญญาณไปยังสถานทูตต่างๆที่ประจำในประเทศแถบภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย แจ้งเตือนพลเมืองให้เฝ้าระวัง "ก่อการร้าย" หลัง "ตอลิบัน" ยึด "อัฟกานิสสถาน" และทยอยปล่อยนักโทษมุสลิม ทั้ง มาเลเซีย,อินโดนีเซีย,ฟิลิปปินส์ ที่ถูกสหรัฐฯควบคุมตัวก่อนหน้านี้กลับประเทศ

"บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการไปยัง "หน่วยงานความมั่นคง" ประสานไปยังสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และ ประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชียขอข้อมูล "ก่อการร้าย" แม้จะไม่ได้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติมนอกเหนือจากข่าวที่ปรากฎในหน้าสื่อ

แต่ "พล.อ.ประวิตร" ได้กำชับ "ความมั่นคง" ไม่ให้ประมาท ติดต่อประสานข้อมูลก่อการร้ายกับเครือข่ายในภูมิภาคอาเซียนอย่างใกล้ชิด ในขณะ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้จับตาบุคคลที่มีประวัติเดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง เพราะเหตุการณ์ลอบวางระเบิดแยกราชประสงค์ และ จังหวัดภาคใต้ตอนบนคือบทเรียนสำคัญ

ปฐมบท การก่อความไม่สงบเริ่มต้นหลังเกิดเหตุการณ์รัฐประหารได้ไม่ถึง 1 ปี โดยในเดือน ก.พ.  2558 เกิดระเบิด 2 ครั้ง บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยามเหนือแยกราชประสงค์ โดยคนร้ายนำระเบิดไปวางไว้บริเวณประตูของจุดบริการด่วนมหานครสำนักงานเขตปทุมวัน มีผู้บาดเจ็บ 3 คน 

ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2558 เกิดเหตุการณ์คาร์บอมที่ชั้นใต้ดินของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีผู้บาดเจ็บ 10 คน โดยทั้งสองครั้งเชื่อว่าสาเหตุมาจากการเมือง

จากนั้นวันที่ 17 ส.ค.พ.ศ. 2558 เวลา 18.55 น. เกิดระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ กลางกรุงเทพมหานคร ใกล้กับศาลท้าวมหาพรหม โดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)รายงานว่าเป็นระเบิดทีเอ็นทีหนัก 3 กิโลกรัมบรรจุอยู่ในท่อในบริเวณศาลท้าวมหาพรหม รัศมีทำลายล้างประมาณ 100 เมตร มีผู้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

ถัดมาวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558 เกิดระเบิดใกล้ท่าเรือสาทร ฝั่งพระนคร ระเบิดภายในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน ระหว่าง ท่าสาทรและสถานีสะพานตากสิน โดยคาดว่าต้องการโยนลงท่าเรือสาทรแต่พลาดตกลงแม่น้ำ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ในขณะ วันที่ 11-12 ส.ค.2559 เกิดเหตุระเบิดขึ้นหลายจุดในหลายจังหวัดภาคใต้ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ถึง 1 สัปดาห์หลังจากการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อ 7 ส.ค. 2559

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า  หน่วยงานความมั่นคง ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานไปยังสถานทูตญี่ปุ่น ก็ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม แต่พล.อ.ประวิตร กำชับให้ติดตามข้อมูลเครือข่ายในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท 

" ประเทศญี่ปุ่น มีความตื่นตัวในเรื่องของการก่อการร้าย เพราะมีคนในประเทศภูมิภาคอาเซียนไปร่วมรบในประเทศอัฟกานิสถานหรือในซีเรีย พล.อ.ประวิตร สั่งติดตามความเคลื่อนไหวทุกกลุ่ม ที่มีแนวคิดหัวรุนแรง โดยเฉพาะ กลุ่ม Lone Wolf (ก่อเหตุคนเดียว หัวรุนแรง)  ซึ่งไม่เคยมีประวัติมาก่อน ก็ต้องระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุขึ้นทุกกรณีโดยเฉพาะเรื่องมือที่สาม การแทรกแซงทางการเมือง โดยเฉพาะการเมืองระหว่างประเทศ"

พล.ท.คงชีพ ย้ำว่า ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าจะมีก่อการร้ายในประเทศไทย เพราะไทยไม่ใช่ประเทศเป้าหมาย หรือ เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร เราเป็นเพียงประเทศทางผ่าน แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือพวก Lone Wolf อาจจะปฏิบัติการอะไรขึ้นมาก็ได้

ในขณะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยงานความมั่นคง พยายามดูแลและควบคุมไม่ให้การก่อเหตุลุกลามออกนอกพื้นที่ และเร่งติดตามจับกุมผู้มีหมายจับ ป.วิอาญาและพรบ.ความมั่นคง ควบคู่ไปกับ สร้างความเข้าใจกับประชาชน พัฒนาคุณภาพชีวิต เดินหน้าพูดคุยสันติสุข

แม้ "ประเทศไทย" ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุว่า จะเกิดการก่อการร้าย แต่การส่งสัญญาณเตือนภัยจาก "ประเทศญี่ปุ่น" ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม