วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งเกม “ถอนตัวเพื่อชาติ” ล็อกดาวน์ “ประยุทธ์”

เป็นโอกาสที่ฝ่ายตรงข้ามเร่งเปิดเกมรุก 2 ขา ปลุกกระแส “ถอนตัวเพื่อชาติ” เพื่อหวัง “ล็อกดาวน์ประยุทธ์” ในจังหวะขาลงสุดนี้ให้ได้

“ล็อกดาวน์” จริงจัง ยับยั้งโควิด-19 ครั้งที่สอง เริ่มต้นวันนี้ 12 ก.ค.2564 หวังหยุดเชื้อเพื่อชาติ ลดจำนวนผู้ป่วย ผู้เสียชีวิต ทว่าความรู้สึกของประชาชน ต่างจากล็อกดาวน์ครั้งแรกปีที่แล้ว เมื่อ เม.ย.2563 

กลับกัน กระแสความคึกคักในโซเชียล กลับกลายเป็นเสียงขับไล่ “รัฐบาลประยุทธ์” ที่ขยายวงกว้างขึ้น คนมีชื่อเสียงในวงการต่างๆ เริ่มวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่แคร์กระแสทัวร์ลง

แม้เกมนอกสภาจะเริ่มขยับมาระยะหนึ่งอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนผู้ร่วมชุมนุมยังไม่มากพอ เพราะผวาการระบาดของไวรัสกลายพันธุ์ ทำให้ผู้คนยังไม่กล้าเสี่ยงกับการเข้าไปรวมกลุ่มกันจำนวนมาก จึงหันไปแสดงจุดยืนในสังคมออนไลน์มากขึ้น

เวลานี้ กระแสเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาล “ถอนตัวเพื่อชาติ” จากผลงานบริหารจัดการโควิด-19 ของรัฐบาล เริ่มแรงและขยายวงกว้างขึ้นทุกที

โดยมีพรรคเล็กในสภาฯ "พลังธรรมใหม่" นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรค เปิดประเด็นจากกรณีกระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรี ที่ถูกจำกัดสิทธิ์ รัฐมนตรีไม่มาตอบก็หมดสิทธิ ให้กระทู้ตกไป ลามไปถึงข้อสงสัยว่าการปราบปรามการทุจริตยังเป็นวาระแห่งชาติอยู่หรือไม่ 

รวมทั้งมีข้อเสนอจาก ส.ส.บางกลุ่มของพรรคพลังประชารัฐ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เขี่ยพรรคภูมิใจไทยทิ้ง ยอมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และฝ่ายการเมืองบางกลุ่มพยายามพลิกวิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส “เปลี่ยนตัวผู้นำรัฐบาล”

แม้ 2-3 กรณีนี้ ดูจะเป็นไปได้ยาก ที่จะมีพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว แต่ก็เป็นกระแสลบต่อรัฐบาล 

อีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า เกมนอกสภาฯอาจเริ่มกลับมาคึกคัก เมื่อถึงวาระครบรอบ 1 ปีของการรวมตัวกันขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยขบวนการ “เยาวชน”และ“คนรุ่นใหม่”

หากย้อนไปดูการชุมนุมเมื่อปีที่แล้ว 18 ก.ค.2563 กลุ่มเยาวชนปลดแอกได้จัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ภายใต้คำขวัญ “ไม่ทนอีกต่อไป” เพื่อขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ โดยมีผู้ชุมนุมหลักร้อย นับจากนั้นขบวนการไล่ประยุทธ์ได้ขยายไปทั่วประเทศ 

จากกลุ่มเยาวชนปลดแอก ขยับเป็นกลุ่มราษฎร กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และอีกหลายสิบกลุ่ม ข้อเรียกร้องของเยาวชนคนรุ่นใหม่ยกระดับจากการ “ไล่ประยุทธ์” ไปสู่ข้อเรียกร้องที่เรียกว่า “ทะลุเพดาน” อันนำไปสู่การจับกุมแกนนำกลุ่มราษฎร ในข้อหาหมิ่นสถาบันฯ ตาม ม.112

ต้นปี 2564 การเคลื่อนไหวบนท้องถนนแผ่วเบาลง หลังแกนนำคนสำคัญอย่าง อานนท์ นำภา เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ไมค์-ภาณุพงษ์ จาดนอก และ ไผ่-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ถูกคุมขังระหว่างขอประกันตัวชั่วคราว

การนัดหมายในวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ค.2564 ในวาระครบรอบ 1 ปี ของการชุมนุม “ไล่ประยุทธ์” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จึงเป็นการวัดกำลังมวลชนอีกครั้ง ในสถานการณ์การระบาดของโควิดระลอกใหม่ ยอดคนป่วยทะลุวันละเกือบหมื่นคน และการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดล่าช้า อารมณ์สังคมเต็มไปด้วยความไม่พอใจรัฐบาลประยุทธ์ 

“อานนท์ นำภา” จึงโพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนประชาชนว่า “ม็อบ 18 กรกฎา เจอกันครับ บวกเป็นบวก ให้มันจบๆ ไป” และย้ำอีกว่า “ความจริงวันนี้ ถ้าไม่หยุดประยุทธ์ สถานการณ์จะเลวร้ายขึ้นไปอีก 18 กรกฎานี้ ขอแรงทุกคนอีกครั้ง ออกไปไล่รัฐบาลประยุทธ์อย่างพร้อมเพรียง ไล่แบบไล่จริงจัง

ขณะที่ “คาร์ม็อบ” นวัตกรรมการต่อสู้ที่ออกแบบโดย “บก.ลายจุด” สมบัติ บุญงามอนงค์ ได้มีการทดสอบ “พลังมวลชน” มาตั้งแต่วันเสาร์ที่แล้ว อันเป็นสัญญาณการนัดหมายไปยังวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ค.2564  โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 10 ก.ค.2564 คาร์ม็อบ หรือ สมบัติทัวร์ ได้นำขบวนเคลื่อนสู่ 4 พรรคการเมืองฟากรัฐบาล ทั้ง ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ รวมพลังประชาชาติไทย เพื่อยื่นหนังสือให้ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล 

แม้กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์จะไม่อาจกดดันให้ 4 พรรคร่วมรัฐบาลเปลี่ยนใจได้ แต่ต้องการจุดกระแสมวลชนให้มีความฮึกเหิม เพื่อเป้าหมายใหญ่ 18 ก.ค.นี้

ปลายปีที่แล้ว กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ หรือที่เรียกกันว่า “ม็อบสามนิ้ว” จุดการชุมนุมหลายหนหลายครั้ง ที่ก็ยังระดมมวลชนลงสู่ท้องถนนได้ไม่ถึงหลักแสน พอที่จะกดดันรัฐบาลประยุทธ์ได้ จำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม ก็มียอดสูงสุดแค่หลักหมื่น จากนั้นก็ลดลงมาเรื่อยๆ

แกนนำกลุ่มราษฎร จึงหวังว่า วันดีเดย์ 18 ก.ค.2564 ทั้ง “ม็อบคน” และ “คาร์ม็อบ” อาจส่งผลสะเทือนทางการเมืองครั้งสำคัญได้

ขณะที่เกมในสภาฯ ฝ่ายค้าน 6 พรรค ที่มีช่องทางย้ำแผลรัฐบาล จึงใช้จังหวะนี้เตรียมยื่นซักฟอกรัฐบาลอีกรอบ

พรรคเพื่อไทย นำโดย สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จึงประกาศเตรียมรวบรวมเสียง ส.ส.พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้านในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 เพื่อเปิดโปงความเสียหายที่รัฐบาลบริหารราชการผิดพลาด

โดยในวันที่ 13 ก.ค.2564 พรรคเพื่อไทย จัดประชุมพรรคผ่านระบบ Zoom จะหารือกับ ส.ส. เพื่อขอมติในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ และจะปรึกษาหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านโดยเร็ว

แน่นอน จำนวนมือในสภาฯ ฝ่ายรัฐบาลมากกว่าฝ่ายค้าน อภิปรายอย่างไร เมื่อถึงตอนโหวตฝ่ายรัฐบาลก็ชนะ แต่"เพื่อไทย"แอบหวังลึกๆ ว่า การเปิดแผลกลางสภาฯ อาจทำให้พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคชิงถอนตัว หวังเก็บแต้มก่อนยุบสภาฯ 

จังหวะนี้ ถือว่าพรรคเพื่อไทยไม่ปล่อยให้เสียโอกาส เนื่องจากประเมินแล้ว รัฐบาลประยุทธ์ไปต่อลำบาก

เมื่อไม่นานมานี้ “ทักษิณ ชินวัตร” ได้โทรมาสอบถาม ส.ส.เพื่อไทย เกี่ยวกับความพร้อมเลือกตั้งครั้งใหม่ สะท้อนให้เห็นว่า “คนแดนไกล” ใส่ใจมากกว่าครั้งที่แล้ว ยุทธศาสตร์ครั้งนี้ไม่มีแตกแบงก์พันเหมือนเลือกตั้ง 2562 จึงทุ่มกับเพื่อไทยพรรคเดียว

เมื่อเดินยุทธศาสตร์พรรคเดียว ก็ต้องคิดกลยุทธ์หาเสียงที่จะทำให้เกิดชัยชนะแบบ “แลนด์สไลด์” ดังเช่นการเลือกตั้งปี 2554

วันอังคารที่ 13 ก.ค.2564 “โทนี่” จึงต้องมาพบกับแฟนๆ ที่ CARE Talk x CARE Clubhouse ในหัวข้อ “ล็อกดาวน์ แล้วยังไงต่อ? ประชาชนพร้อมรับคำสั่ง รัฐบาลพร้อมทำให้ประชาชนหรือยัง”

กลุ่มแคร์โหมโรงว่า การล็อกดาวน์รอบนี้ ไม่ใช่รอบแรกสำหรับประเทศไทยและทั่วโลก แต่ประชาชนทั้งประเทศไม่พอใจต่อการล็อกดาวน์แบบปล่อยประชาชนตามยถากรรม “สุดท้ายพวกเขาก็คำนึงถึงส่วนรวมเป็นหลัก จึงต้องจำใจปฏิบัติตาม เพื่อรอวันให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ และเพื่อรอให้รัฐบาลที่ฉลาดกว่านี้ เข้ามาแก้ปัญหาความทุกข์ยากในอนาคต”

รัฐบาลกำลังถูกรุกไล่จากสารพัดม็อบ ถูกต่อต้านจากกลุ่มเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ ที่ส่วนใหญ่เป็น “บุคลากรด่านหน้า” ที่กำลังสู้รบกับโควิด จังหวะที่รัฐบาลเพลี่ยงพล้ำ และศรัทธาประชาชนเสื่อมถอยลงทุกวัน จึงเป็นโอกาสที่ฝ่ายตรงข้ามเร่งเปิดเกมรุก 2 ขา ปลุกกระแส “ถอนตัวเพื่อชาติ” เพื่อหวัง “ล็อกดาวน์ประยุทธ์” ในจังหวะขาลงสุดนี้ให้ได้

เพราะเชื่อว่า ช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา ด้านนอกสภา พลังมวลชนจะลงท้องถนน โดยมีทั้งกลุ่มจัดตั้ง และมาเพราะความเดือดร้อนจริง วันนี้เสียงเรียกร้องให้ นายกฯประยุทธ์ลาออก กำลังดังกลบเสียงเชียร์มากขึ้นทุกที