วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569

Login
Login

สัญญาณล็อกดาวน์ อย่าให้มีครั้งที่3

สัญญาณล็อกดาวน์ อย่าให้มีครั้งที่3

สถานการณ์การระบาดของโควิดดูทรงแล้วอาจจะต้องล็อกดาวน์อีกครั้งเพราะมีการติดเชื้อที่เกินต้านทาน การเร่งฉีดวัคซีนที่ดีคือสิ่งสำคัญ และอาจต้องดูประเทศตัวอย่างอื่นๆเพื่อปรับใช้ให้อยู่ร่วมกับโควิดเหมือนไข้หวัดใหญ่ได้ และทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวไวที่สุด

ข้อมูลการแพร่ระบาดกับวัคซีนโควิด19 ในการแถลงข่าวของ .คลินิก เกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร รองประธานคณะที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) (ศบค.) เมื่อวันที่ 6 ..64 ที่ผ่านมา เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างชัดว่า เร็วๆ นี้ ประเทศไทยบางพื้นที่จะต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ ถือเป็นครั้งที่2 นับตั้งแต่โควิดอุบัติขึ้น ครั้งแรกของล็อกดาวน์ เกิดขึ้นเมื่อเดือน เม..63

คุณหมออุดมอธิบายข้อมูลสำคัญ ความจำเป็นต้องล็อกดาวน์ อัตราการติดเชื้อที่มากขึ้นและต่อเนื่อง หากไม่ดำเนินการระบบสาธารณสุขจะล่มสลาย ความเสียหายคือชีวิตคนจำนวนมากที่ประเมินค่ามิได้ หลังการออกมาส่งสัญญาณข้างต้น วันที่ 7 ..64 พล..ณัฐพล นาคพาณิชย์ ผอ. ศปก.ศบค. ออกมายอมรับว่า ศบค.พร้อมรับพิจารณาข้อเสนอล็อกดาวน์อย่างเป็นทางการ เนื่องจากในณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่อาจรอดูสถานการณ์ให้ครบ 15 วัน เพื่อประเมินให้ครบถ้วน รอบด้าน และต้องดำเนินการอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น ควบคุมการเคลื่อนย้ายคน หรือการแก้ปัญหาเรื่องเตียงไม่พอ

บ่ายวันเดียวกัน ศบค.โดย พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ แถลงข่าวคาดการณ์ว่าสัปดาห์หน้ายอดการติดเชื้อในประเทศจะสูงถึงหมื่นราย เสมือนการส่งสัญญาณให้ประชาชน หากมีการล็อกดาวน์ จะได้ไม่ตื่นตระหนก ขณะเดียวกันจะได้ระวังกันมากขึ้น มองในแง่ดีถือว่าทางการให้เวลาในการปรับตัว ก่อนงัดมาตรการยาขมออกมาใช้ แต่หากพิจารณาข้อมูลที่คุณหมออุดมนำออกมาอธิบาย เป็นข้อมูลที่หลายฝ่ายโดยเฉพาะกลุ่มหมอด้านต่างๆ เผยแพร่มาแล้ว

การแก้ปัญหาเรื่องโควิดทั้งในมิติการสกัดการแพร่ระบาด หรือการบริหารจัดการวัคซีนที่ผ่านมา ถือว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นมองอีกมุม เหมือนกับภาครัฐกำลังยื้อเวลาในการตัดสินใจล็อกดาวน์ ออกไปให้นานที่สุด โดยหวังว่าอัตราการติดเชื้อลดลง ลุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากการคิกออฟเปิดประเทศที่ .ภูเก็ต เห็นได้จากเหตุผลที่ พล..ณัฐพลระบุว่าการล็อกดาวน์จะทำให้มีภาระทางด้านงบประมาณ เนื่องจากครั้งก่อนหรือ เม.. 63 เพียง 1 เดือนที่ล็อกดาวน์ รัฐใช้เงินเกือบ 3 แสนล้านบาท

เราเห็นว่าการเดินไปข้างหน้า อาจจะต้องดูตัวอย่างในต่างประเทศ อย่างสิงคโปร์และอังกฤษ วันนี้ได้ยกระดับในการอยู่ร่วมกับโควิดโดยการเลิกสวมหน้ากาก เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตประจำวันเป็นปกติมากที่สุด สิ่งสำคัญที่ประเทศข้างต้นดำเนินการได้คือได้ฉีดวัคซีนเกิน 70% ถูกหรือผิดเวลาจะตัดสิน แต่นั่นคือสิ่งที่ลี เซียนลุง กับบอริส จอห์นสัน กล้าคิดและทำ เราเห็นว่าข้อมูลทั้งฝ่ายแพทย์ งบประมาณและข้อจำกัดต่างๆ จำเป็นต้องนำมาบริหารจัดการโดยผู้มีอำนาจ เพื่อรักษาชีวิตของคนไทยเป็นลำดับแรก เรากำลังอยู่ในวิกฤต การทำงานต้องยืนอยู่บนวิธีคิดแบบวิกฤต หากตัดสินใจแล้วจะต้องสำเร็จเทานั้น ทำอย่างไรให้คุ้มค่ากับความเจ็บปวดหรืองบประมาณ ที่สำคัญ จะต้องไม่มีการล็อกดาวน์ครั้งที่3.