'รมว.ยุติธรรม' เผยกลางสภาฯ เตรียมนิรโทษกรรม ผู้ต้องคดีพืชกระท่อม 8พันราย หลัง24สิงหา

'รมว.ยุติธรรม' เผยกลางสภาฯ เตรียมนิรโทษกรรม ผู้ต้องคดีพืชกระท่อม 8พันราย หลัง24สิงหา

สภาฯ รับหลักการร่างพ.ร.บ.พืชกระท่อม แล้ว "สมศักดิ์" แจงเหตุผลต้องมีกฎหมายเพื่อควบคุมการส่งออก-นำเข้า ใบกระท่อม มีมาตรการกันอันตรายหากใช้เกินเหมาะสม พร้อมเผย ผู้ต้องคดีพืชกระท่อม8พันราย จ่อพ้นผิด

       การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้ลงมติรับหลักการแห่ง  ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พืชกระท่อม พ.ศ... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ  ด้วยเสียงข้างมาก 256 เสียง ต่อ 18 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง หลังจากที่พิจารณาเนื้อหาในวาระแรก
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการชี้แจงหลักการและเหตุผล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม  กล่าวกับสภาฯ ตอนหนึ่งด้วยว่า วันที่ 24 สิงหาคม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่8  ซึ่งปลดล็อคพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด จะมีผบบังคับใช้ ดังนั้นมีความจำเป็นต้องตรากฎหมายเพื่อควบคุมรายละเอียด โดยมีสาระสำคัญ คือ 1.การปลูกพืชกระท่อม นำเข้า และส่งออกเชิงอุตสาหกรรม รวมถึงการขายในระบบอุตสาหกรรมที่มีเกินปริมาณที่กำหนดต้องได้รับอนุญาต , 2.กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต เพาะปลูก ขาย นำเข้าและส่งออก พืชกระท่อม และกำหนดหน้าที่ผู้ไดัรับใบอนุญาตเพื่อควบคุม กำกับการเพาะปลูก การขาย การนำเข้าและการส่งออก   3.กำหนดมาตรการควบคุมผู้รับใบอนุญาต กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะถูกสั่งพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้ 
       นายสมศักดิ์ ชี้แจงด้วยว่า 4.กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ที่อาจได้รับอันตรายจากการบริโภคที่มากเกินสมควร 5.กำหนดข้อห้ามเพื่อป้องกันใช้ในทางที่ผิด เช่น ห้ามขายใบกระท่อม น้ำต้มกระท่อม หรือ อาหารที่มีส่วนผสมของใบกระท่อมให้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18ปี สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร , ห้ามขายใบกระท่อม น้ำต้มกระท่อม ในสถานศึกษา หอพัก หรือขายด้วยวิธีที่ไม่สามารถควบคุมดูแลได้ เช่น เครื่องขาย หรือขายโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์  ห้ามบริโภคน้ำต้มที่ผสมกับยาเสพติดให้โทษ วัตถุอันตราย ยกเว้นเพื่อศึกษาวิจัย หรือรักษา 6. แต่งตั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ควบคุม กำกับการเพาะปลูก นำเข้า ส่งออก เพื่อป้องกันใช้ในทางที่ผิด 7. กำหนดบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนเพาะปลูก นำเข้าส่งออก ขายที่ไม่ได้รับอนุญาติ หรือฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย ทั้งนี้ ยืนยันว่าการควบคุมและกำกับการใช้พืชกระท่อมนั้น เพื่อประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมและประโยชน์ตามวิถีชุมชน
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการอภิปรายของส.ส.ส่วนใหญ่สนับสนุนและรับหลักการร่างกฎหมายดังกล่าว เพราะเห็นความจำเป็นต่อการกำกับและควบคุม อย่างไรก็ดีมีข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงเนื้อหาของร่างกฎหมาย เช่น การควบคุมเมล็ดพันธุ์เพื่อให้คุณภาพในสรรพคุณทางรักษาโรค, นิรโทษกรรมผู้ที่ปลูกกระท่อมอยู่ก่อนที่กฎหมายมีผลบังคับใช้, แก้ไขมาตรการห้ามขายทางอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบออนไลน์  เพราะอาจเข้าข่ายเอื้อต่อนายทุน และตัดตอนวิถีชุมชน ที่รวมตัวเพื่อการรวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชนในการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อม
       ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ ชี้แจงด้วยว่า การออกกฎหมายเพื่อปลดล็อคกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่5 หลังติดในกฎหมายกว่า 78 ปี ตนยอมรับว่าไม่สามารถตัดขาดจากกฎหมายได้ 100% เพราะปัจจุบันมีการนำเข้าและลักลอบนำเข้าใบกระท่อม เพราะปริมาณกระท่อมในประเทศมีจำนวนน้อย และกว่าจะทำให้ใบกระท่อมไปสู่ระบบอุตสาหกรรมต้องใช้เวลา 4 ปี  
       “ผมอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีอีกไม่นาน อาจ 2  ปีกว่าเท่านั้น ไม่มีทางที่จะเอื้อประโยชน์เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง สำหรับการออกกฎหมายพืชกระท่อม 19 มาตรา แต่เมื่อถึงกฤษฎีกา พบว่าขัดรัฐธรรมนูญ เช่น สามารถปลูกต้นกระท่อมในครอบครัว ไม่เกิน 3 ต้นเพื่อไม่ให้ล้นตลาด และราคาตก ทำให้ทำไม่ได้ ดังนั้นร่างพ.ร.บ.พืชกระท่อม ไม่จำกัดจำนวนไร่การปลูกสำหรับเกษตร แต่หากจะส่งออกต้องขออนุญาต เพื่อให้เกิดการควบคุมในระบบอุตสหากรรม” นายสมศักดิ์ กล่าว
       รมว.ยุติธรรม ชี้แจงด้วยว่า สำหรับบุคคลที่ต้องคดีกระท่อม จากการตรวจสอบพบว่ามี 8,000 ราย ดังนั้นเมื่อ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ปลดล็อคกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ในวันที่ 24 สิงหาคม บุคคลที่ต้องคดีจะพ้นโทษด้วยความตั้งใจของพวกเราจะดำเนินการต่อไป และหลายเรื่องตนยืนยันว่าทำด้วยใจอย่างแท้จริง 
       จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติ ผลปรากฎว่า ส.ส.รับหลักการ จำนวน 256 เสียง ไม่รับหลักการ 18 เสียง งดออกเสียง 2 เสียงยและไม่ลงคะแนน 1 เสียง จากนั้นได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ  จำนวน 25 คน เพื่อพิจารณาเนื้อหาต่อไป.