3แกนนำพรรคไทยสร้างไทย แสดงจุดยืน หนุนสร้างไทยใหม่ "ศิธา" ชี้สังคมไทยเหลื่อมล้ำสูง คนมีเงินไม่สามารถรักษาชีวิต จี้ รัฐบาลเร่งนำเข้าวัคซีนที่หลากหลาย-มีประสิทธิภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงงานแถลงของพรรคไทยสร้างไทย ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เป็นประธาน เพื่อประกาศภารกิจและพันธกิจสำคัญของพรรคไทยสร้างไทย เพื่อย้ำถึงเป้าหมายของพรรคต่อการเดินหน้าสร้างประเทศไทย มีแกนนำและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคได้ร่วมประกาศวิสัยทัศน์ของพรรค อาทิ นายโภคิน พลกุล, นายวัฒนา เมืองสุข, น.ต.ศิธา ทิวารี แกนนำพรรคไทยสร้างไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวทีดังกล่าว น.ต.ศิธา ได้ประกาศตัวเป็นครั้งแรก ต่อการหวนคืนสู่วงการการเมือง อีกครั้งในรอบ 15 ปี เพราะเห็นความสำคัญต่อการร่วมสร้างอนาคตให้ประเทศไทย พร้อมสนับสนับการก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทยของ คุณหญิงสุดารัตน์
น.ต.ศิธา กล่าวด้วยว่า การรัฐประหาร ปี 2549 ที่ตนถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ฐานะเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ทั้งที่ไม่ได้ร่วมกระทำความผิด และต่อมามีคำพิพากษายกฟ้องการกระทำที่เป็นต้นเหตุให้ 111 กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิทางการเมือง ทำให้เห็นว่าในยุคดังกล่าวสามารถทำสิ่งที่ถูกให้เป็นผิดได้ แต่การเมืองปัจจุบันพบว่าสิ่งที่ผิดนั้นทำให้เป็นถูกได้ ผู้นำไม่ต้องยึดโยงกับประชาชน ฝังกลไกไว้ในรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ตั้งคนของตนเอง เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี แม้ผู้นำไม่ทำสิ่งที่ถูกใจประชาชน ยังสามารถดำรงตำแหน่งได้ และยุคที่การตรวจสอบถ่วงดุลในสภาฯ ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 วัน3 คืน แฉความผิดให้เห็นชัดเจน ไม่โปร่งใส มีพฤติกรรมไม่ชอบ แต่การชี้แจงของผู้นำพูดเพียง 3 ประโยค ว่า สิ่งที่พูด 3 วัน 3 คืนนั้นโกหก และได้คะแนนไว้วางใจบริหารประเทศต่อไปได้
น.ต.ศิธา กล่าวด้วยว่า สำหรับสถานการณ์โควิด-19 คนไทยมีเงินสามารถซื้อวัคซีนดีๆ เสียสละจ่ายเงินตนเองเพื่อประกอบอาชีพได้ แต่มีเงินไม่สามารถซื้อได้ ต้องฉีดวัคซีนที่ไม่ได้ผล ซึ่งคนไทยมาถึงยยุคที่มีเงินไม่สามารถรักษาชีวิตตนเองได้ ต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน กับการประกอบอาชีพ พบผู้คน ซึ่งการเดินพันด้วยชีวิตหากพลาดต้องเสียชีวิต
“ปัจจุบันคนเดือดร้อนถ้วนหน้า แต่ผู้นำทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ทำทุกอย่างเพื่อรักษาตัวเอง ออกกฎหมายพิเศษ เขียน รัฐธรรมนูญ เอื้อให้พรรคพวกและการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่จำเป็นสำหรับประชาชน คือ การนำเข้าวัคซีนให้รวดเร็ว หลากหลาย เพื่อให้ประชาชนมีตัวเลือกไม่สามารถทำได้ ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันบริหารประเทศที่ทำให้สังคมมีความเหลื่อมล้ำสูงสุดในโลก หากคนไทยมองว่าการเมืองสกปรก เป็นขยะที่เน่าเหม็น ขอให้กลั้นใจมาช่วยเก็บขะ เพราะประเทศที่เป็นประชาธิปไตต้องดำเนินด้วยนักการเมือง จะปฏิเสธนักการเมืองไม่ได้ ดังนั้นหากไม่อยากให้มนุษย์ลุงปู้ยี้ปู้ยำ ต้องกลั้นใจมาช่วยกันเก็บขยะที่เน่าเหม็น” น.ต.ศิธา กล่าว
ขณะที่นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงวิสัยทัศน์ต่อการสร้างประเทศหลังโควิด ตอนหนึ่งว่า ต้องตั้งกองทุนเพื่อคนตัวเล็ก ทั้ง กองทุนสตาร์ทอัพ, กองทุนท่องเที่ยว, กองทุกวิสาหกิจชุมชน โดยนำเงินกู้เพื่อเอสเอ็มอี ที่ใช้ไม่หมด จัดสรรให้กองทุนละ ห้าหมื่นล้านบาท เพื่อให้กลุ่มคนตัวเล็กสามารถเข้าถึงการกู้เงินส่วนดังกล่าวจากเดิมที่การกู้เงินตามกฎหมายกู้เงินนั้นทุกกลุ่มไม่สามารถเข้าถึงได้ นอกจากนั้น ต้องปล่อยคนออกจากระบบราชการ ผ่านการขออนุญาต ด้วยการออกกฎหมาเพื่อขอพักการอนุญาต 3 ปี ขณะที่แผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปต่างๆ ของประเทศที่มีจำนวนมากต้องมุ่งสู่ศักยภาพและความเข้มแข็งให้ตรงเป้าหมาย เช่น สุขภาพ อาหาร การท่องเที่ยว
ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ประเทศไทยปัจจุบันกลายเป็นหมาป่วยของเอเชีย ไม่ใช่เสือตัวที่ห้าของอาเซียนอีกต่อไป เพราะผู้นำของประเทศไม่มีความสามารถ สำหรับการแก้ปัญหาวิกฤตเห็นชัดเจนว่าใช้การบริหารแบบอำนาจนิยมให้คนยศพล.อ.ที่เป็นเลขาสมช. นั่งบริหารแทนหมอ ดังนั้นทางออกของประเทศหากไม่สามารถย้ายคนออกจากประเทศได้หมด ต้องเปลี่ยนตัวผู้บริหารเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเปลี่ยนประเทศจากรัฐราชการ เป็นรัฐประชาชน เพราะรัฐราชการสร้างภาระทางงบประมาณให้ประเทศ รัฐควบคุมประชาชนมากกว่าคิดถึงการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ประชากรมีคุณภาพ
"รัฐบาลไม่เคยเห็นหัวประชาชนเพราะประชาชนทุกข์ยาก ผู้นำนั่งหัวเราะ ประชาชนต้องการเงิน แต่ผู้นำเอาเงินซื้ออาวุธเพื่อสร้างความเกรียงไกรให้กองทัพ ทั้งนี้พรรคไทยสร้างไทยมีนักบริหาร ที่มีประสบการณ์ แต่หากไม่มีมือ ยกเท่าไรไม่ชนะ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมสร้างประเทศไทยใหม่ หากปล่อยให้อยู่กับพวกนี้ ล้มละลายแน่นอน” นายวัฒนา กล่าว.





