วุฒิสภา อนุมัติ พ.ร.ก.แก้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ปรับอัตราดอกเบี้ย-การผิดนัด พร้อมแนะ ให้รัฐบาล ออกประมวลกฎหมายกู้หนี้ยืมสิน หวังช่วยลูกหนี้ทุกกลุ่มธุรกิจ
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติอนุมัติ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 ด้วยเสียงเห็นชอบ 201 เสียง และงดออกเสียง 5 เสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการอภิปรายของส.ว. นั้น แม้ส่วนใหญ่สนับสนุนหลักการและลงมติเห็นชอบอย่างเอกฉันท์ แต่พบว่าในการอภิปรายของส.ว.นั้น ได้ทักท้วงต่อการปรับปรุงเนื้อหาที่ยังขาดรายละเอียดและการครอบคลุมถึงการช่วยเหลือประชาชน พร้อมมองว่า พ.ร.ก.แก้ไข ป.แพ่งดังกล่าว หลักการดี แต่ไปไม่สุดทาง
อาทิ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามพ.ร.ก. ทำให้ประชาชนเพียงส่วนเดียวได้รับประโยชน์ เพราะไม่ใช่ด้านที่ประชาชนซึ่งเดือดร้อนนต้องการ กล่าวคือ ธนาคารสถาบันการเงินยังเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจและทางการเงินของประเทศ และเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยกู้เงินสูง คือ ร้อยละ 5 ขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ร้อยละ 0.25 ส่วนที่แก้ไขตามพ.ร.ก.มาตรา7 แม้จะแก้ไขหลักการสำคัญในการเสียดอกเบี้ย ที่เกิดจากนิติธรรมและสัญญา แต่ประชาชนยังต้องชำระดอกเบี้ยแบบเดิม ดังนั้นขอให้รัฐบาลรับฟัง และใส่รายละเอียการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ขณะที่ พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว. อภิปรายว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวหลักการมาถูกทางแต่ไปไม่สุดทาง เนื่องจากมีช่องว่างให้กับสถาบันการเงิน กำหนดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่า 15% ได้ ตามกฎหมายว่ากำหนดอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523 หรือไม่มีเพดาน ทั้งนี้ยังรองรับว่าไม่ให้นำมาตรา 654 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้ จึงไม่มีการกำหนดเพดานการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาและ ดอกเบี้ยค่าปรับ ทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่ได้เยียวยาแก้ไข จากการทำให้กฎหมายฉบับดังกล่าวสมบูรณ์ที่สุด โดยต้องทำประมวลกฎหมายว่าด้วยการกู้หนี้ยืมสิน ออกมาบังคับใช้





