วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วุฒิสภา' ท้วง พ.ร.ก. แก้อัตราดอกเบี้ย ป.แพ่ง เปิดช่อง 'เจ้าหนี้' เรียกดอกเบี้ยผิดนัดสูง

ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณา พ.ร.ก.แก้ป.แพ่ง ว่าด้วยปรับอัตราดอกเบี้ยผิดนัดไม่เกิน 5% ต่อปี ด้าน 2กมธ.สามัญ ชี้เนื้อหายังเปิดช่อง เจ้าหนี้ เรียกเก็บดอกเบี้ยสูง หากพบเหตุอื่นที่ชอบด้วยกฎหมาย

       เมื่อเวลา 10.30 น. การประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานที่ประชุม ได้พิจารณา พระราชกำหนด (พ.ร.ก.)  แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎร ได้อนุมัติ พ.ร.ก. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
       โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ชี้แจงสาระสำคัญต่อที่ประชุมวุฒิสภา ว่า การแก้ไข พ.ร.ก. เพื่อบรรเทาภาระของลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบจากการคำนวณอัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่ไม่สมควร เป็นธรรม และรักษาความมั่นคงของเศรษฐกิจของประเทศ โดยเนื้อหาได้ปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยที่ไม่ได้ระบุไว้ในนิติกรรม ลดจาก 7.5% ต่อปี  เหลือ 3% และกำหนดอัตราที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ด้วยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาในกรอบเวลา 3 ปี ขณะที่อัตราดอกเบี้ยผิดนัด ได้ปรับให้เป็น 5% ต่อปี จากเดิมที่กำหนด 7.5% ต่อปี
       ต่อจากนั้นน.ส.ปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม ส.ว. ฐานะรองโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรม และการตำรวจ วุฒิสภา นำเสนอผลการศึกษา พ.ร.ก. ด้วยว่า การปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยที่ไม่ได้ทำนิติกรรมหรือมีกฎหมายกำหนด และการคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดตามที่ปรับปรุงใน พ.ร.ก. จะครอบคลุมถึงบทบัญญัติอื่นในนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ เช่นกรณีที่แก้ไขอัตราดอกเบี้ยผิดนัด 3% ต่อปี และมีอัตราเพิ่ม 2% รวมเป็น 5% แต่มาตรา 244 วรรคหนึ่งของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดให้สิทธิ์เจ้าหนี้เรียกดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราดังกล่าวหากมีเหตุที่ชอบด้วยกฎหมาย และในกรณีที่มีเหตุที่ชอบด้วยกฎหมาย อาจทำให้การคิดดอกเบี้ยผิดนัดสูงเกินกว่าการปรับอัตราที่แก้ไขในกฎหมาย เช่น มีเหตุที่ทำให้ต้องปรับดอกเบี้ย ที่ 10% ต่อปี หากผิดชำระต้องใช้อัตรา 5% ต่อปี ดังนั้นหากมีเหตุอื่นจะทำให้ลูกหนี้ต้องชำระดอกเบี้ยตามกำหนดเดิมที่เจ้าหนี้เรียกหรือไม่
 

      "ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย มาตรา 654 กำหนดห้ามเพดานการคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ซึ่งบังคับใช้กว่า 92 ปี และไม่กำหนดรายละเอียดของการปรับดอกเบี้ยผิดนนัด ดังนั้นหาจะปรับอัตราดอกเบี้ยควรปรับดอกเบี้ยขั้นสูงดังกล่าวให้สอดคล้องด้วย” น.ส.ปิยฉัฎฐ์ กล่าว
 
      น.ส.ปิยฉัฏฐ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้น มาตรา 224/1 ในพ.ร.ก.ที่แก้ไข กำหนนดว่า หากลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้งวดใด เจ้าหนี้ให้คำนวณดอกเบี้ยผิดนัดเป็นงวดๆ ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่าไม่กระทบสิทธิของเจ้าหนี้ที่จะร้องขอต่อศาลให้ชำหนี้ของลูกหนี้ทั้งหมดได้ เพราะมีข้อตกลงที่ว่าลูกหนี้ผิดนัดชำระะงวดใดให้สิทธิเจ้าหนี้เรียกเงินงวดทั้งหมดได้ในคราวเดียวกัน แม้จะทำส้ญญาประนีประนอมในศาลได้ แต่เมื่อพ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวใช้บังคับ จะถือว่าการผิดนัดงวดเดียว ให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมดได้หรือไม่
 

      ขณะที่นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ  ส.ว. ฐานะ ประธาน กมธ. การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ชี้แจงรายงานที่ได้ศึกษารายละเอียดด้วยว่า เพื่อให้การแก้ไขกฎหมายเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง และในโอกาสต่อไป ควรการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ควรแก้ไขอัตราดอกเบี้ยปกติ  เพราะมาตรา 654 หรือ พ.ร.บ.เรียกดอกเบี้ยของสถาบันการเงิน ที่เรียกได้มากกว่า  15% รวมถึงการแก้ไขอัตราดอกเบี้ยอื่นๆ เช่น สินเชื่อทะเบียนรถยนต์  และในกลุ่มนอนแบงค์ ควรแก้ไขโดยให้มีเพดานที่เหมาะสมสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำไว้ในระยะเวลาพอสมควร เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ลดการฟ้องร้อง และเกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจ
 
        “การแก้ไขของกฎหมาย ให้ความสำคัญต่อการกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในสัญญา ที่ผ่านมาพบการกำหนดดอัตรานัดสูงสุด และเมื่อเข้าสู่ศาล ศาลจะใช้ดุลยพินิจ หากปรับเกินส่วนจะพิจารณาปรับลด แต่ไม่ได้กำหนดไว้ในกฎหมาย ดังนั้นควรกำหนดให้ชัดเจนไว้ในสัญญา รวมถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยให้ชัดเจนด้วย” นายวิสุทธิ์