วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

"สภาฯ" ชิ่งปิดประชุม หลัง ส.ส.ร่วมรัฐบาล ไม่ลงรอย ร่างกม.ถอดถอนนักการเมืองท้องถิ่น

ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เห็นไม่ลงรอย ร่างกม.รัฐบาล ให้ถอดถอนนักการเมืองท้องถิ่น หวั่นเปิดช่องให้กลั่นแกล้ง ฝ่ายเลือกตั้ง ด้าน "นิพนธ์" ขอให้รับหลักการก่อน ค่อยแก้ แต่ยังมีคนติดใจ

     ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาาง พ.ร.บ.การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) นำเสนอ เพื่อให้สิทธิกับประชาชนมีส่วนร่วมต่อการปกครองท้องถิ่นและการตรวจสอบนักการเมืองท้องถิ่น

     ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับ ร่าง พ.ร.บ.การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มีการอภิปรายของส.ส.ที่เสนอแนะต่อการปรับปรุงเนื้อหาที่น่าสนใจ อาทิ การอำนวยความสะดวกให้ประชาชน และมีกลไกกำกับการลงลายมือชื่อของประชาชนให้ถูกต้อง และลงโทษผู้แอบอ้างลายมือชื่อประชาชนเพื่อกลั่นแกล้ง ,วางบทกำหนดโทษบุคคลที่ใช้กลไกดังกล่าวกลั่นแกล้งทางการเมือง โดยเฉพาะบุคคลที่แพ้การเลือกตั้ง, กำหนดบทลงโทษสำหรับสมาชิกท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่ไม่สามารถพัฒนาพื้นที่ได้, กำหนดให้การลงคะแนนถอดถอนเป็นไปโดยตรงจากประชาชนและเป็นการลงคะแนนลับ เพื่อคุ้มครองประชาชน รวมถึงกำหนดเกณฑ์ที่ประชาชนจะเข้าชื่อถอดถอนให้ชัดเจน จากที่ร่างกฎหมายกำหนดพฤติกรรม อาทิ ทอดทิ้งหรือละเลยการทำหน้าที่และอำนาจที่ทำให้ราชการเสียหาย, สร้างความเสื่อมเสีย ก่อความไม่สงบในองค์กร, ทุจริต, ทำการขัดผลประโยชน์ขององค์กร

    ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการประชุม นั้น พบการอภิปรายทักท้วงต่อการให้อำนาจประชาชนเข้าชื่อถอดถอนที่ ส.ส.หลายคน โดยเฉพาะ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล จากพรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังท้องถิ่นไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา กังวลว่าบทบัญญัตินั้นกำหนดให้ประชาชนเปิดเผยชื่อ บัตรประชาชน ที่อาจส่งผลกระทบและเป็นอันตรายกับประชาชนได้ รวมถึงการถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น ที่ให้สิทธิผู้กำกับดูแล ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น นายอำเภอ, ปลัดอำเภอ, ผู้ว่าราชการจังหวัด, รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยสำหรับกรุงเทพมหานคร ตรวจสอบการเข้าชื่อถอดถอน ตั้งกรรมการสอบสวนพฤติกรรมตามที่ถูกประชาชนเข้าชื่อ อาจมีผลกระทบต่อประเด็นที่ผู้ซึ่งมาจากการเลือกตั้งท้องถิ่น ถูกผู้ที่มาจากการแต่งตั้งขับให้พ้นจากตำแหน่งได้

    ทั้งนี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ชี้แจงในรายละเอียดตอนหนึ่งด้วยว่า ร่างพ.ร.บ.เข้าชื่อถอดถอนฯ เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น โดยใช้เสียง 5,000 คนหรือ 1 ใน 5 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งใจเขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นร่างกฎหมายให้อำนาจกับประชาชน ส่วนการตรวจสอบการบริหารองค์กรนั้นมีกฎหมายอีกฉบับที่บังคับใช้ ซึ่งมีรายละเอียดให้หน่วยงานกำกับ ตรวจสอบตามกฎหมายบริหารองค์กร อย่างไรก็ดีรายละเอียดของการอภิปราย พร้อมจะนำไปปรับแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ

161234623044

    “ในร่างกฎหมายที่ให้อำนาจผู้กำกับสอบสวน นั้น ไม่ใช่การให้อำนาจสอบสวนโดยตรง แต่ต้องให้ประชาชนเป็นผู้เข้าชื่อยื่นเรื่อง อย่างไรก็ดีประเด็นที่อภิปรายนั้นกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาและเห็นว่ามีประเด็นที่ควรปรับแก้ จึงขอไปปรับในชั้นกรรมการธิการ แต่เมื่อหลักการเห็นตรงกันคือให้อำนาจประชาชนตรวจสอบนักการเมืองท้องถิ่นควรรับร่างกฎหมายไปพิจารณา” นายนิพนธ์ กล่าว

    อย่างไรก็ตามข้อถกเถียงยังคงเกิดขึ้น ทำให้นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ หารือต่อที่ประชุมสภาฯ ให้ปิดการประชุมเพื่อให้ส.ส.ได้ทบทวนรายละเอียดก่อนลงมติในสัปดาห์หน้า เนื่องจากเนื้อหาของร่างกฎหมายอาจมีผลรกทะบต่อการเมืองท้องถิ่นอย่างรุนแรง

    ทำให้นายศุภชัย กล่าวว่า ฟังการอภิปราย ค้านและรัฐบาลมีความเห็นแตกต่างกันไป ขอปิดประชุม

    ทั้งนี้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวทักท้วงว่าอย่าปิดประชุมหนี แต่ไม่เป็นผล การประชุมสภาฯ ได้ยุติลงเมื่อเวลา 16.40 น. หลังจากที่ใช้เวลาพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กว่า 2 ชั่วโมง.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ สภาฯ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับท้องถิ่นที่สำคัญ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ  ร่าง พ.ร.บ.การเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ... ด้วยเสียงเอกฉันท์ 307 เสียง และตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา.