วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

งดประชุม กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ "นิกร" บอกต้องนัดวันเพื่อชดเชย-ไม่รวบรัด

กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ รัฐสภา เลื่อนประชุมสัปดาห์นี้ออกไป ตามที่มติฝ่ายต่างๆ ของรัฐสภาให้เลื่อนประชุมสภาฯ

       นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ฐานะเลขานุการกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่...) พ.ศ... ของรัฐสภา  เปิดเผยว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะประธานกมธ.ฯ ให้งดประชุมวันที่  7-8 มกราคมนี้ หลังจากที่มติที่ประชุมกลุ่มต่างๆ ของรัฐสภาและพรรคการเมืองให้งดประชุมสภาฯ จำนวน 2 สัปดาห์ ส่วนในสัปดาห์หน้าจะนัดประชุมได้หรือไม่ เบื้องต้นต้องหารือกับกมธ.ฯอีกครั้ง โดยใช้ช่องทางหารือผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ 

       นายนิกร กล่าวด้วยว่าส่วนกรณีที่การประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) นั้นยังสามารถทำได้ แต่ให้พิจารณางดเชิญบุคคลภายนอกนั้น  ประเด็นสำคัญคือการประชุมกรรมาธิการที่มีคนจำนวนไม่มาก สามารถทำได้ เพราะห้องประชุมกรรมาธิการสามารถรองรับ แต่กรรมาธิการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นคณะใหญ่ มีกรรมาธิการ มาก 45 คนและเมื่อรวมกับเจ้าหน้าที่ ทำให้มีคนร่วมประชุมไม่ต่ำกว่า 60 คน ดังนั้นอาจมีปัญหาที่ไม่สามารถหาห้องประชุมเพื่อรองรับได้

        เมื่อถามว่าหากงดประชุมจะกระทบต่อกรอบเวลาทำงานที่กำหนดไว้หรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า ต้องจัดวันประชุมเพื่อชดเชยวันที่หายไป เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปตามกรอบเวลา โดยจะไม่ให้เกิดการรวบรัด

 

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับไทม์ไลน์ของกมธ.แก้รัฐธรรมนูญ รัฐสภา เดิมจะพิจารณาในชั้นกรรมาธิการให้เสร็จภายในเดือนมกราคมนี้ ก่อนส่งรัฐสภาพิจารณาพิจารณาวาระสอง ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ และเมื่อผ่านวาระสองแล้ว ต้องเว้นระยะ 15 วัน ก่อนลงมติวาระสาม ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นวันเกือบสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุม วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 

       โดยความคืบหน้าของการการทำงานล่าสุด คือ การเร่ิมต้นพิจารณากระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มีข้อเสนอแตกต่างกัน โดยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เสนอให้เลือกตั้งตรงโดยประชาชน จำนวน 200 คน ขณะที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคร่วมรัฐบาล เสนอให้มาจากการเลือกตั้ง 150 คน และคัดสรรคจากองค์กรต่างๆ 50คน 

       ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ในประเด็นดังกล่าวได้เชิญตัวแทนกลุ่มโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนให้ความเห็นต่อกระบวนการได้มาซึ่งส.ส.ร. ของภาคประชาชน ที่เสนอให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง และใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง อย่างไรก็ดีกรรมาธิการฯ ต้องหารือร่วมกันอีกครั้งว่าจะใช้แนวทางใดเพื่อให้ได้บุคคลทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ดีที่สุด และประชาชนยอมรับ.