วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ก้าวไกล' พร้อมลงมติรับร่างรธน. 7 ฉบับ

'ก้าวไกล' พร้อมลงมติรับร่างรธน. 7 ฉบับ เตือนส.ส.ต้องทำหน้าที่ตัวเอง มิเช่นนั้นอย่าเรียกตัวเองผู้แทนราษฎร

ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยส.ส.ของพรรค ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อแสดงท่าทีและจุดยืนต่อการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 7 ฉบับ โดยนายพิธา กล่าวว่า พรรคก้าวไกลมีความพร้อมในการทำงานหน้าที่และเตรียมส.ส.ที่จะดำเนินการอภิปรายไว้อย่างหลากหลาย 

นายพิธา กล่าวว่า สำหรับการลงมติของพรรคก้าวไกลนั้นพรรคจะรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ และจะเสนอให้เอาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์เป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับหลักสำหรับการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการของรัฐสภา เพราะเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาครอบคลุมมากที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้รับสิ่งที่ต้องการ

"ขอส่งสารไปถึงส.ส. หากไม่ทำหน้าที่เพื่อพิทักษ์สิทธิเสรีภาพก็อย่าเรียกตัวเองว่าเป็นผู้แทนราษฎร ส่วนส.ว.ถือเป็นโอกาสสำคัญของพวกท่านในการส่งสัญญาณไปยังประชาชนเพื่อแสดงสปิริตทางการเมืองร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศไทยต่อไป และขอให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนชื่อการส่งไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อแสดงความจริงใจในการบรรเทาสถานการณ์" นายพิธา กล่าว 

นายพิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกัน 4 ฝ่ายยังมีความหนักใจต่อท่าทีของส.ว. โดยมาจากการที่ส.ว.กังวลและไม่ต้องการลงมติในช่วงเย็นที่ต้องใช้เวลานานถึง4ชั่วโมงด้วยวิธีการขานชื่อ แปลความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่าจะไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์ จึงอยากเรียกร้องไปยังส.ว.เพื่อเห็นแก่บ้านเมืองด้วยละทิ้งคำสั่งที่ไม่ว่าจะรับมาจากทางไหน แต่ควรกลับมารับฟังเสียงของประชาชน หวังว่าการประชุมรัฐสภาจะเป็นการอภิปรายบนความถ้อยทีถ้อยอาศัยกันและดำเนินการลงมติ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ารัฐสภาจะมีมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใด พรรคก้าวไกลในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเสนอชื่อส.ส.ของพรรคจำนวน 3 คนเข้าไปทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่า ประเมินท่าทีรัฐบาลในการออกเสียงอย่างไร นายพิธา กล่าวว่า  พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความชัดเจนว่าจะเน้นไปร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน แต่ไม่ตอบสนองร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชน ซึ่งน่าเป็นห่วงต่อสถานการณ์บ้านเมืองที่จะเกิดขึ้นต่อไป 

"น่าเสียดายมากเพราะพวกเราก้าวไกลพยายามเสนอทางออกเพื่อบรรเทาปัญหาทางการเมือง ให้รัฐสภาเป็นต้นแบบในการพูดคุยและพล.อ.ประยุทธ์ กลับโยนโอกาสเหล่านั้นทิ้งไป มีแต่เพียงการเปลี่ยนจุดยืนไปมาและการยื้อด้วยการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ" นายพิธา กล่าว 

หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวอีกว่า การลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นผลดีมากกว่าการตั้งคณะกรรมการปรองดอง ไม่มีทางไหนลดอุณหภูมิได้ดีเท่ากับการรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกแล้ว โดยสามารถนำทุกอย่างไปคุยกันในรายละเอียด เพื่อให้รัฐสภาเป็นพื้นที่ปลอดภัย