'ฝ่ายค้าน' เปิดเวทีรับฟังเสียงสะท้อนภาคแรงงาน-ท่องเที่ยว-เกษตร-ส่งออก กลุ่มเปราะบางวิกฤติโควิด
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวในงานฝ่ายค้านรับฟัง 4 กลุ่มเปราะบางจากวิกฤติโควิด-19 : ความเดือดร้อนต่อภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกจากวิกฤติโควิด-19 ว่า โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างแสนสาหัส ทุกด้าน ทุกภาคส่วนของประเทศ และยังไม่มีแนวโน้มจะจบลงในเร็ววัน พรรคเพื่อไทยได้ร่วมกับพรรคฝ่ายค้านจึงเห็นความสำคัญ ในการเป็นปากเป็นเสียงสะท้อนความเดือดร้อนและร่วมกันหาทางออก จึงได้เป็นจุดเริ่มต้นของการจัด “เวทีแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นจากได้รับผลกระทบโดยตรงจากโควิด-19” ซึ่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบหลักๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
1.ภาคแรงงานในระบบและนอกระบบ ที่กรุงเทพฯในวันที่ 15 ส.ค.
2.ภาคการท่องเที่ยวและบริการ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 29 ส.ค.
3.ภาคการเกษตร ที่จังหวัดหนองคาย ในวันที่ 12 ก.ย.
4.ภาคอุตสาหกรรมและการส่งออก ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นเวทีสุดท้ายในวันนี้
นายสมพงษ์ กล่าวว่า หากพูดถึงผลกระทบจากโควิด-19 แล้ว ภาคการผลิตที่ได้ผลกระทบหนักที่สุด หนีไม่พ้นภาคการท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรมทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับการส่งออก ทั้งนี้ การส่งออกซึ่งเป็นเครื่องยนต์ใหญ่ที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ต้องเป็นอัมพาต เกิดขึ้นจาก 2 สาเหตุใหญ่ 1.ด้านอุปทาน ห่วงโซ่อุปทานถูกดตัดขาดในช่วงต้นๆของการระบาด ทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบ และ 2.ด้านอุปสงค์ กำลังซื้อของตลาดโลกแทบจะอยู่ในภาวะหยุดนิ่ง เมื่อกำลังซื้อไม่มี การส่งออกจึงมีปัญหา ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยนี้ทำให้ภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกไทยอยู่ในอาการโคม่า เพราะตลาดส่งออกสำคัญของไทยมูลค่ากว่าครึ่งเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อจากโควิดสูงทั้งจีน EU สหรัฐฯ ตะวันออกกลาง เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นทั้งหมดอยู่ในภาวะหยุดชะงัก และไม่มีแนวโน้มว่าจะคลี่คลายลงในระยะอันใกล้
"นอกจากนั้น ปัญหาค่าเงินบาทแข็งก็เป็นปัญหามานาน และยิ่งหนักขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงโควิด ที่ประเทศมหาอำนาจต่างใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ใช้การพิมพ์เงินเข้าสู่ระบบมากเป็นประวัติการณ์ ทำให้ค่าเงินต่างประเทศอ่อนและทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้น เป็นอุปสรรคต่อภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกไทย ทำให้การแข่งขันด้านราคาของไทยทำได้ลำบาก ผมเห็นว่าธนาคารแห่งประเทศไทยควรมุ่งเน้นด้านสามารถในการแข่งขันด้านราคาของผู้ส่งออกมากกว่าเน้นด้านเสถียรภาพเพียงอย่างเดียว"นายสมพงษ์กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวว่า ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านพร้อมด้วยหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน จึงเป็นห่วงความทุกข์ร้อนของภาคอุตสาหกรรมและการส่งออก จึงจัดเวทีในวันนี้ขึ้น ในวันนี้การเสวนาจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงที่ 1 เป็นการประเมินผลกระทบจากโควิด-19 ที่มีต่อภาคอุตสาหกรรมและการส่งออก รวมถึงแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม ปัญหาการห่วงโซ่อุปทานถูกตัดขาด ปัญหากำลังซื้อในตลาดโลกและในประเทศ ปัญหาการว่างงาน การเข้าถึงสินเชื่อตามมาตรการของรัฐบาล และปัญหาค่าเงินบาทแข็ง รวมถึงการเสนอแนวทางแก้ไขของแต่ละพรรค (10 นาที) และช่วงที่ 2 จะเป็นการรับฟังความเห็นของประชาชน ตอบคำถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในเสวนา “ฝ่ายค้านรับฟัง 4 กลุ่มเปราะบางจากวิกฤติโควิด” เวทีที่ 4 : ความเดือดร้อนภาคอุตสาหกรรมและการส่งออก ซึ่งเป็นเวทีสุดท้ายสำหรับการเดินสายรับฟังประชาชนในปีนี้





