"เพื่อไทย" ปูดเรื่องรัฐบาลเตรียมยุทธวิธีปราบม็อบ ที่สะพานมัฆวานฯ "นายกฯ" โต้ทันที ไม่มี
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายในที่ประชุมสภาฯ ซึ่งพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤตทางทางาเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ตอนหนึ่งว่า สำหรับการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเยาวชน วันที่ 19 กันยายน ที่พบว่าจะมีการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพักค้าง รวมถึงจะเคลื่อนปิดถนนราชดำเนินการ และเดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นข้อเรียกร้องกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ตนทราบว่าจะมีการใช้ยุทธการสะพานมัฆวานรังสรรค์ 19 กันยา ปิดสวิตช์ลูกหลานประชาชน ซึ่งยุทธการดังกล่าวเป็นกับดัก การแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพของเยาวชน หากไม่มีการยั่วยยุจะไม่มีเหตุการณ์จราจลวุ่นวาย แต่หากมีการยั่วยุขึ้นเวที ปราศรัยประเด็นละเอียดอ่อน สร้างสิ่งเร้า จะเป็นสิ่งที่สร้างกลไกให้จัดการเยาวชน โดยทราบว่าจะมีมือที่สามขึ้นปราศรัยบนเวทีและใช้คำว่ายึดสนามหลวง จากนั้นจะมีการเคลื่อนพลมายังทำเนียบรัฐบาลที่ประกาศให้เป็นเขตพระราชฐาน
“อย่าให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้นกับเยาวชนเหมือนกับเหตุการณ์ชุมนุมในอดีตที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์เป็นจุดปะทะ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นตราบาปประเทศ และของนายยกฯ อย่าให้เกิดขึ้น นายกฯ ควรออกมารับข้อเสนอของเยาวชน ทั้งนี้ผมเชื่อว่าเยาวชนคนไม่ฆ่า หรือทำร้ายนายกฯ แน่นอน ทั้งนี้สิ่งที่เป็นต้นตอปัญหา คือนายกฯ วิสัยทัศน์ของนายก และการแสดงออก ผมได้รับข้อความทางเฟซบุ๊คจากประชาชนระบุว่านายกฯ คือโมฆะบุรุษ ทั้งนี้ผมไม่อยากให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น และ ทราบมาว่ามีการวางแผนให้ปะทะ ชุลมุน จากนั้นจะประกาศกฎอัยการศึก หากเป็นเช่นนั้นประเทศจะเกิดหายนะทันที” นพ.ชลน่าน อภิปราย
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงทันทีว่า ตนเข้าใจวิธีการอภิปราย แต่เหมือนกับเร่งสถานการณ์ให้เกิดขึ้น ซึ่งยุทธการสะพานมัฆวานไม่เคยคิด ส่วนเรื่องในอดีตคืออดีต ขณะที่วันนี้ต้องแก้ปัญหาให้ได้ อย่างไรก็ตามที่ตั้งประเด็นเรื่องเคลื่อนกำลัง เคลื่อนรถถังนั้นเป็นการวิเคราะห์ไปเรื่อย ทั้งนี้ปี 2557 ไม่ได้ยิงปืนสักนัดและไม่มีรถถังยึดใคร ดังนั้นอย่าพยายามปลุกระดม และให้เรื่องนี้เป็นไปอย่างสันติและรัฐบาลยืนยันต่อสภาฯ ว่าไม่ทำแน่นอน ส่วนใครทำนั้นต้องหาให้เจอ อย่างไรก็ดีเรื่องที่เกิดขึ้นมีคนอยู่เบื้องหลังพอสมควร
“สิ่งที่ผมห่วงคือเด็ก นักศึกษา และไม่กลัวใครทั้งสิ้น แต่กลัวคนข้างหลัง ที่ทำให้เรื่องลุกลามบานปลาย ทั้งนี้รัฐบาลไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับนักศึกษา ส่วนทหาร ตำรวจเขาดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งผมย้ำขอให้ทำแบบนุ่มนวล ดูแลความปลอดภัยให้มากที่สุด กลัวที่สุดคือมือที่สาม เหมือนปี 2553 ดังนั้นขอให้ฟังทั้ง 2 ข้างบ้าง ทั้งนี้ไม่อยากเปิดประเด็น แต่ทำไมให้ประกันตัวแล้วไม่ขอรับ ขอติดคุก มีใครยุแหย่หรือไม่ ผมรักลูกหลาน ผมมีลูกและอบรมลูกในทางที่ดี ให้ซื่อสัตย์ ไม่ยุ่งเกี่ยวงานพ่อ ไม่รับประโยชน์ ไม่เปิดเผยตัว อย่างไรก็ตามรัฐบาลต้องดูแลให้ปลอดภัย” พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจง





