วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซื้อเรือดำน้ำ 2.2 หมื่นล้าน วัดพลังรัฐบาล-พรรคร่วม

การจัดซื้อ “เรือดำน้ำ” ของกองทัพเรือ มูลค่า 2.2 หมื่นล้าน จากเดิมที่บอกว่า มีไว้เพื่อ “เสริมเขี้ยวเล็บ” ป้องกันภัยคุกคามทางน่านน้ำไทย เห็นได้จากท่าที “ 2 บิ๊กรัฐบาล”

อย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ออกมาตอกย้ำว่า “มีความจำเป็นอย่างยิ่ง”

ทว่า เวลานี้ดูเหมือนจะกลับกลายเป็น “ภัยคุกคาม” ที่สะท้อนกลับมายังรัฐบาล และอาจกลายเป็นมรสุมที่ทำให้รัฐนาวาประยุทธ์ต้องสั่นคลอนอีกครั้ง

นอกเหนือจากข้อถกเถียงกันในเรื่อง “ความจำเป็น” แล้ว ยังมีข้อครหาเกี่ยวกับการลงนามแบบรัฐต่อรัฐ หรือ “จีทูจี” ที่ลงนามโดย พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร.ในขณะที่เป็น “เสธ.ทร.” ว่าได้รับมอบอำนาจจากนายกรัฐมนตรีโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ขณะเดียวกัน ในส่วนของรัฐบาล และพรรคการเมืองในขั้วรัฐบาล ขณะนี้กำลังเผชิญแรงกระเพื่อมระลอกใหม่จากปัญหา “ความไม่เป็นเอกภาพ” ทั้งกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแถลงจุดยืนเรียกร้องให้รัฐบาลและกองทัพชะลอเรื่องดังกล่าวออกไปก่อน มิเช่นนั้นกรรมาธิการในซีกประชาธิปัตย์ อาจตัดสินใจ “โหวตคว่ำ” ในการพิจารณาในวาระ 2-3 สะท้อนให้เห็นปัญหาภายในขั้วรัฐบาลที่ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งแรก

ไม่ต่างจากกลเกมการเมืองภายใน “ค่ายประชาธิปัตย์” ที่มี “เกมลองของ” ระหว่าง “กลุ่ม ส.ส.และ กมธ.งบฯ” ที่ไม่เอาเรือดำน้ำ ซึ่งมี “บัญญัติ บรรทัดฐาน” กรรมการที่ปรึกษาพรรคเป็นแบ็ค เห็นได้ชัดจากการลุกขึ้นเปิดเกมเสนอกลางที่ประชุมพรรคให้มีมติเสนอให้ กมธ.งบฯ ชะลอเรื่องดังกล่าวออกไปก่อน

ตามมาด้วย “องอาจ คล้ามไพบูลย์” รองหัวหน้า และประธาน ส.ส.พรรค ที่พาดพิงไปยังมติอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ ที่ “แม่เลี้ยงติ๊ก” ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู โหวตสนับสนุนจัดซื้อเรือดำน้ำรวมอยู่

ต่อด้วย “อันวาร์ สาและ” รองเลขาธิการพรรค ที่ถึงขึ้นประกาศกร้าว ขู่โหวตคว่ำในวาระ 2-3 โดยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ท้าชนกับ “กลุ่มรัฐมนตรีและวิปพรรค” ทั้ง “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์”รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รมว.เกษตรฯ เลขาธิการพรรค และ “ชินวรณ์ บุณยเกียรติ” ประธานวิปพรรค ที่ “เปิดดีล” สนับสนุนเรือดำน้ำกับรัฐบาลไว้แล้ว

เห็นได้ชัดจากคำให้สัมภาษณ์ของ “หัวหน้าอู๊ดด้า” ที่แม้จะไม่ได้เชียร์สุดลิ่ม แต่ก็พูดอย่างชัดเจนว่า ให้คำนึงถึงความสมดุล “เรื่องความมั่นคงและเศรษฐกิจ”

 

ศึกภายในประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ถือเป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำว่า “หัวหน้าอู๊ดด้า” อยู่ในสภาวะที่ “คุมไม่อยู่ !”

นอกจากนี้ แม้รัฐบาลจะมั่นใจว่า สามารถคุมเสียงในคณะกรรมาธิการได้ แต่บางทีอาจไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมีรายงานว่า ในอีกด้านก็มีกรรมาธิการในซีกของรัฐบาลที่ไม่ค่อยพอใจเช่นกัน แต่จะแสดงออกด้วยการงดออกเสียงแทนลงมติไม่เห็นชอบ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เรือดำน้ำ 2.2 หมื่นล้าน” ถือเป็นเกมวัดพลังรัฐบาลว่า ท้ายที่สุดจะ ยังจะฝ่าคลื่นลม “ไปต่อ” หรือ “ชะลอ” ไว้ก่อน !!

หากสถานการณ์บานปลาย ถึงขั้นคุยกันไม่รู้เรื่องขึ้นมา การยุบสภาผู้แทนราษฎรที่ “บิ๊กรัฐบาล” ออกมายืนยันว่า“เป็นไปไม่ได้” นั้น อาจกลายเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด สำหรับการแก้ไขปัญหาการเมืองก็เป็นได้