ยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญต่อประธานสภาฯ เสนอปลดล็อกมาตรา 256 เปิดทางตั้งส.ส.ร "ชวน" มั่นใจพิจารณาทันสมัยประชุมนี้ ยอมรับแก้ ม.256 ไม่ง่าย ด้านประธานวุฒิสภาชี้ข้อเสนอม็อบขีดเส้นเริ่มแก้ภายใน ก.ย. เป็นไปไม่ได้
ท่าทีจากภาคส่วนต่างๆ หลังการชุมนุมคณะประชาชนปลดแอก เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2563 โดยผู้ชุมนุมยังคงเน้นย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง โดยเฉพาะการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมขีดเส้นให้ผู้มีอำนาจให้ความชัดเจนภายในเดือน ก.ย.นี้
ล่าสุด วานนี้ (17 ส.ค.) นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ส.ส.ของพรรค และตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมกันยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร
โดยนายสมพงษ์ ระบุว่า ฝ่ายค้านได้ประชุมร่วมกันและมีฉันทานุมัติว่า มีความจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากที่ผ่านมาการดำเนินงานต่างๆ ภายใต้รัฐธรรนูญฉบับนี้ มีข้อบกพร่องจำนวนมาก ฉะนั้นจึงเห็นว่า จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และต้องตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) ให้มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในโอกาสต่อไป
ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า แม้วันนี้จะไม่มีตัวแทนของ ส.ส.พรรคก้าวไกล มายื่น แต่พวกเราได้ประชุมร่วมกัน และ ส.ส.พรรคก้าวไกล ก็ได้ลงชื่อในญัตติของพวกเราด้วยไม่น้อยกว่า 30 คน
หลังจากนี้ อาจมีอีกหลายร่างตามมา ซึ่งถ้าหากว่าแนวทางไม่สอดคล้อง เราก็จะไม่ร่วมลงชื่อสนับสนุน แต่ไม่น่าจะเป็นแบบนั้น ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ประชามติของคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของพวกเรา และอีกไม่นานในเวลาที่เหมาะสมพวกเราจะยื่นมาตามอีกครั้งในภายหลัง
ด้านนายชวน เปิดเผยว่า ตามระเบียบข้อบังคับ เมื่อมีการยื่นญัตติจะต้องส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบความถูกต้อง เพราะการแก้มาตรา 256 อยู่ในหมวดพิเศษ และมีเงื่อนไขหลายข้อ เช่น จะต้องใช้เสียงของ 1 ใน 5 ของสมาชิกที่มีอยู่ทั้งหมด หรือ 98 คนเป็นต้น เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องบรรจุเป็นระเบียบวาระภายใน 15 วัน
ก่อนหน้านั้น นายชวนยังกล่าวว่า มั่นใจว่าจะจะสามารถบรรจุญญัติแก้รัฐธรรมนูญทันในสมัยการประชุมนี้ แต่ยอมรับว่ากระบวนการในการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา256 (2)จะต้องเริ่มตั้งแต่วาระที่ 1 ไปถึงวาระ 2 และ 3 ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2563 เดิมจะมีการปิดประชุมในวันที่ 18 ก.ย.แต่เนื่องจากรัฐสภายังมีร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ค้างอยู่ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุติสภา ทำให้การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้เห็นชอบอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.) ขยายเวลาการประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ.2563 ซึ่งล่าสุดกฎหมายฉบับดังกล่าวได้มีการประกาศในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ข้อเสนอม็อบ ก.ย. เป็นไปไม่ได้
ด้านนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ข้อเรียกร้องคณะประชาชนปลดแอกให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิก ส.ว. 250 ภายในเดือน ก.ย.นี้ว่า ไม่สามารถทำได้ทัน ตามข้อเรียกร้อง เพราะมีกฎหมายที่เป็นขั้นตอนปฏิบัติ ดังนั้นขอให้กลุ่มนิสิตนักศึกษาเข้าใจ
ขณะที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.ระบุว่า กรณีที่พรรคเพื่อไทยเสนอญัติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภา เป็นการโหนกระแสสังคม และกลุ่มนักศึกษาที่เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ตนมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรเริ่มต้นจากการพูดคุยถึงประเด็นและเหตุผลที่ขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญ เพราะตนเป็นบุคคลที่ลงประชามติไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และเห็นปัญหาหลายอย่างในรัฐธรรมนูญ แต่จุดเริ่มต้นของการแก้ไขควรตั้งต้นจากการเคารพเสียง 16ล้านเสียงที่ผ่านประชามติ
ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มคณะประชาชนปลดแอก ที่เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ในมาตราว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. และให้โละ ส.ว.ปัจจุบันนั้นตนมองถึงเหตุผลที่ต้องการยกเลิก เพราะเขาไม่สามารถเข้ามาเป็นนายกฯ ได้ใช่หรือไม่ เนื่องจากส.ว.ตามบทเฉพาะการมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี ดังนั้นเขาจึงต้องการยกเลิก เพื่อให้ได้อำนาจบริหารประเทศใช่หรือไม่.
“คำนูณ” เชื่อส.ว.ยึดประโยชน์ปชช.
เช่นเดียวกับนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.กล่าวถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 269 ถึง 272 เพื่อตัด ส.ว.ตามบทเฉพาะกาล 250 คนออก ส่วนตัวเห็นว่า สมาชิกทุกคนเข้ามาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แต่แน่นอนว่าเมื่อมีเสียงเรียกร้องจากประชาชนก็ต้องรับฟัง แต่ในขณะนี้ก็ต้องให้เกิดความชัดเจน ปฏิเสธไม่ได้ว่า หากจะแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 จะต้องมีเสียงของ ส.ว.อย่างน้อย 1 ใน 3 คือ 84 คน ทั้งในวาระที่ 1 และวาระที่ 3
ไม่เช่นนั้นก็มีแค่ 2 วิธี คือการรัฐประหารอีกครั้ง เพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญแล้วร่างกันใหม่ หรือไม่เช่นนั้นก็เกิดการปฏิวัติประชาชน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้เชื่อว่าสมาชิกทุกคนพร้อมลงมติตามผลประโยชน์ของประชาชนอย่างรอบคอบ
“ประวิตร”รอชงเข้ากก.บห.เคาะ
ส่วนท่าทีจากฝั่งรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของพรรคว่า ตนยังไม่ทราบ รอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องของพรรคเสนอมาก่อน หากมีการเสนอมาอย่างไรก็จะนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคพิจารณาต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า พปชร.พร้อมแก้ไขไปในทิศทางเดียวกันกับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เราพร้อมแก้อยู่แล้วเพราะเป็นข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย และจากการติดตามการชุมนุมก็ไม่มีอะไรเพราะเราทำให้ปลอดภัยทุกฝ่าย” พล.อ.ประวิตร ระบุ
ปชป.ดันเพิ่ม 5 ประเด็น
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงแนวทางของพรรคว่า นอกจากชัดเจนเรื่องข้อเสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 256 แล้ว พรรคยังมีความเห็นว่า ประเด็นใดก็ตามที่นำประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น พรรคพร้อมสนับสนุน ในฐานะหัวหน้าพรรคได้มอบหมายให้ทั้งตัวแทนพรรคในกรรมาธิการแก้รัฐธรรมนูญของสภาและวิปของพรรคเร่งหาข้อสรุปกับพรรคร่วมรัฐบาลโดยเร็ว ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วที่จะต้องเดินหน้าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
“ส่วนประเด็นที่ได้มอบหมายให้นำไปหารือนั้น ประกอบด้วย 1.การตั้ง ส.ส.ร. 2.สิทธิเสรีภาพของประชาชน 3.การกระจายอำนาจสู่การปกครองส่วนท้องถิ่น 4.ระบบการเลือกตั้งที่ควรยกเลิกระบบบัตรใบเดียว เพราะนำไปสู่ผลการเลือกตั้งที่เป็นเบี้ยหัวแตกเป็นระบบบัตร 2 ใบ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกและสะท้อนเจตนารมณ์ประชาชนได้แจ่มชัดขึ้นและ 5. เรื่องการทบทวนบทเฉพาะกาล ซึ่งคาดว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะหาข้อสรุปได้โดยเร็ว” นายจุรินทร์กล่าว





