“สุริยะ” นั่งรมว.พลังงาน “ไพรินทร์” รองนายกฯควบการอุดมฯ เพิ่ม1โควตารมช.มหาดไทย “ธรรมนัส” ปาดหน้านั่งมท.4 สลับ “สุชาติ” รมช.เกษตร ด้านกลุ่มกทม.ถูกหั่น1โควตา ริบคืนรมว.ดีอี “ฐากร” จ่อเสียบ
ขณะที่ปชป.ถกเดือด “อันวาร์ สาแระ” ชงวาระร้อนจี้ทบทวนจุดยืน เจอ “เฉลิมชัย” สวนกลับช่วยพรรคดีกว่าตอกย้ำ
ความเคลื่อนไหวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกมาเปิดเผยความชัดเจนในการทาบทามบุคคล-ภายนอกข้อมูลบางส่วน โดยเฉพาะในส่วนของรมว.คมนาคมที่มีชื่อของนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรมช.คมนาคม และอดีตผู้บริหาร ปตท.ที่มีชื่อในโผจะมานั่งเป็นรมว.พลังงานนั้น ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่ความพยายามเสนอชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และรองหัวหน้าพรรค เป็นรมว.พลังงาน ให้นายกฯ พิจารณา โดยมองว่า โควตาดังกล่าวควรเป็นของพรรค และทางกลุ่มสามมิตร เองก็ย้ำว่า พล.อ.ประวิตร ได้ให้สัญญาใจไว้ โดยอาจเป็นการนั่งไปก่อน 6 เดือนและปรับครม. อีกครั้ง
ล่าสุดมีรายงานว่าแกนนำพปชร. ยังพยายามกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม ปรับครม.ตามที่พรรคพปชร.เสนอ โดยในการประชุมพรรควันที่ 21 ก.ค.นี้ จะขอให้พรรคมีมติส่งชื่อผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในโควตาของพรรค
จากนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. จะนำมติพรรคดังกล่าวไปเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อพิจารณาปรับครม. โดยอาจจะมีความเห็นแนบไปด้วยว่าการปรับครม.ควรยึดมติพรรค เหมือนกับที่พรรคการเมืองอื่นยึดถือปฏิบัติกัน
สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีในโควตาของพรรคพปชร.ที่จะให้ปรับเปลี่ยนใหม่ อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม โยกไปเป็นรมว.พลังงาน แม้ก่อนหน้านี้จะมีชื่อนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ไปเป็นรมว.พลังงาน แต่มีการเสนอให้นายไพรินทร์ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
นอกจากนี้จะสลับนายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรรคพปชร. ไปดำรงตำแหน่งรมว.อุตสาหกรรม แทนนายสุริยะ ทำให้มีปัญหากับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่ต้องการดำรงตำแหน่งรมว. โดยก่อนหน้านี้เจรจาให้นายสันติไปดำรงตำแหน่งรมว.การอุดมศึกษาฯ แต่นายสันติไม่ไปขอดำรงตำแหน่งรมช.คลังเหมือนเดิม
“ธรรมนัส”เบียด“สุชาติ”ชิงมท.4
ส่วนนายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี พยายามต่อรองดำรงตำแหน่งรมว.แรงงาน แต่มีความเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคร่วมพลังประชาชาติไทย ไม่ยอมหลีกทางให้ พร้อมยืนยันจะไม่ส่งนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ไปดำรงตำแหน่งรมว.การอุดมศึกษาฯตามที่มีกระแสข่าวอย่างไรก็ตามเพื่อหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้นายสุชาติ ซึ่งเดิมทีมีแนวคิดเปิดตำแหน่งรมช.มหาดไทยเพิ่มอีก 1 ตำแหน่งจากเดิมที่มีรัฐมนตรี3คน
แต่เมื่อมีการเพิ่มตำแหน่งรมช.มหาดไทย ทำให้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และรองหัวหน้าพรรค พปชร. ขอโยกจากกระทรวงเกษตรฯ ไปนั่งเป็น รมช.มหาดไทย ทำให้นายสุชาติ รองหัวหน้าพรรคอีกคน อาจจะต้องไปนั่งเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ แทนที่ร.อ.ธรรมนัส
ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล ก็ลุ้นเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยเช่นกัน โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพปชร.สนับสนุนเต็มตัว อย่างไรก็ตาม กรณีของนางนฤมล ยังถือว่าต้องลุ้นเพราะมีโอกาสสูงเช่นกันที่จะไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรีเลย
ริบโควตากทม.“ฐากร”เสียบดีอี
ขณะที่โควตารมต.สัดส่วนกทม.ที่เดิมทีมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เป็นรมว.ศึกษาธิการ และ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นรมว.ดีอี ในส่วนนี้อาจจะถูกหั่นเหลือ1ตำแหน่งเนื่งจากส.ส.ที่สังกัดเหลือเพียง4-5 คน โดยส.ส.กทม.คนอื่น แตกไปอยู่กลุ่มการเมืองอื่นภายในพปชร. อีกทั้งสัดส่วนของส.ส.ต่อรัฐมนตรี1เก้าอี้อยู่ที่7-8คน จึงทำให้โควตาภาคกทม.อาจจะเหลือแค่นายณัฏฐพลเพียงคนเดียว
ส่วนตำแหน่งรมว.ดีอี ล่าสุดมีชื่อของนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ อดีตเลขากสทช.เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน เนื่องจากนายฐากรสนิทสนมกับพล.ประวิตรและได้รับการผลักดันมากเป็นพิเศษโดยมองว่ามีการทำงานจะตอบโจทย์รัฐบาลในภาพรวมได้ อย่างไรก็ดีรายชื่อในส่วนของพปชร.ในวันที่ 21 ก.ค. นี้พรรคจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อลงมติในการเสนอชื่อส่งให้นายกฯพิจารณาต่อไป
นอกจากนี้ที่ประชุมพรรคพปชร.จะเปิดตัวพล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชานิยม ที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐแล้วภายหลังจากที่กกต.ประกาศให้พรรคประชานิยมสิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมืองมาร่วมงานกับพรรคพปชร.อย่างเป็นทางการต่อที่ประชุมส.ส.พรรคพปชร.ในวันเดียวกันด้วย
ปชป.เดือด“อันวาร์”จี้ทบทวนจุดยืน
วันเดียวกันที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี2563โดยมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคเป็นประธานคณะกรรมการจัดการประชุมใหญ่สามัญ
ทั้งนี้ก่อนการประชุมพบว่านายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ในฐานะรองเลขาธิการพรรค ได้แจกเอกสารข่าวให้กับสื่อมวลชนโดยระบุว่า“อันวาร์ชำแหละแผล-เปิดแผนยุทธศาสตร์ติดปีกประชาธิปัตย์”โดยมีเนื้อหาระบุถึงความตกต่ำของพรรคที่มาจากความผิดหวังกับการกระทำของพรรคที่ไม่สามารถลบล้างได้เลยตั้งแต่เรื่องดีแต่พูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นดังนั้นถึงเวลาต้องยกเครื่องนโยบายพรรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกเพื่อให้พรรคหลุดพ้นจากความตกต่ำและกลับมาครองใจประชาชนได้
เมื่อเข้าสู่การประชุมนายอันวาร์ ได้ลุกขึ้นถามถึงยุทธศาสตร์และแนวทางของพรรคในอนาคตว่าหลายคนไม่สบายใจที่ตนออกมาขับเคลื่อนแต่ยืนยันสิ่งที่ทำเพื่อให้พรรคกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งจากที่สมาชิกหลายคนเดินออกจากพรรคไปหรือการถูกพูดถึงตั้งแต่การเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ผู้อื่นไม่มีจุดยืนชัดเจนหรือตั้งรัฐบาลในค่ายทหารส่วนที่นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะอดีตหัวหน้าพรรคประกาศไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ แต่กลายเป็นว่าหัวหน้าประกาศไว้อีกทาง แต่มติพรรคเป็นอีกทางทำให้ประชาชนสงสัยจุดยืนนี้ว่าเป็นอย่างไร
ส่อวุ่น!ถล่ม4รัฐมนตรีพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่นายอันวาร์ได้กล่าวในที่ประชุมโดยพูดถึงการทำงานในแต่ละกระทรวงของรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคมกระทรวงมหาดไทยนั้น แต่นายชัยชนะ เดชเดโชส.ส.นครศรีธรรมราชได้ลุกขึ้นประท้วงการอภิปรายของนายอันวาร์ว่าเกี่ยวข้องกับวาระการประชุมหรือไม่
ขณะเดียวกันนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรีได้ลุกขึ้นประท้วงนายอันวาร์ที่พาดพิงรัฐมนตรีของพรรคซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวาระยุทธ์ศาสตร์พรรคเป็นการพูดเรื่องส่วนตัวและไม่เกี่ยวข้องกับพรรคทำให้นายจุรินทร์ต้องเร่งรัดให้นายอันวาร์อภิปรายอย่างกระชับมากกว่าเดิมและได้เตือนให้นายอันวาร์ใช้ดุลพินิจในการพูดด้วยว่าอะไรควรไม่ควรจะพูด
กระทั่งนายอันวาร์ยังอภิปรายไปถึงหัวใจหลักของยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟูพรรค1.ยึดมั่นอุดมการณ์ของพรรคในวันก่อตั้งอย่างเคร่งครัด2.ยึดมั่นสัญญาที่ให้กับประชาชน3.ยึดมั่นการปกครองในระบบประชาธิปไตย
“เฉลิมชัย”สวนช่วยกันดีกว่าตอกย้ำ
ต่อมานายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคได้ชี้แจงว่าการทำงานคงไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์แต่กรรมการบริหารพรรคพร้อมรับมาปรับปรุงยืนยันว่าวันนี้กรรมการบริหารพรรคทุกคนพร้อมรับฟังสมาชิกและนำไปปฏิบัติแก้ไขขอเพียงอย่าพูดเพียงอย่างเดียวให้มาช่วยกันที่ผ่านมาที่มีคนพูดว่าพรรคดีแต่พูดหรือเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นดังนั้นถ้าไม่ให้คนอื่นด่าพรรคเรา เราก็ต้องไม่ทำตัวเองเพราะจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์คือทุกคนเป็นเจ้าของถ้าคิดว่าพรรคตกต่ำก็ต้องมาช่วยกันดีกว่ามาตอกย้ำเพราะทำให้พรรคตกต่ำมากกว่าขอยืนยันจะพาพรรคไปให้ดีที่สุด
“ผมต้องมีเพื่อนร่วมทางถ้าโดดเดี่ยววันไหนคงลาการเมืองวันนั้นแต่ขอเดินทางไปกับผม ผมรักษาประชาธิปัตย์ผมสู้อย่างเต็มที่”นายเฉลิมชัยกล่าว
ขณะที่ธนา ชีรวินิจ อดีตส.ส.กทม.กล่าวว่า สิ่งที่นายอันวาร์พูดทำให้หลายคนไม่สบายใจแต่ถือว่าเป็นพรรคการเมืองเดียวที่แสดงออกทางประชาธิปไตยส่วนผลเลือกตั้งที่ออกมาต้องยอมรับและตั้งใจทำงานให้พรรคเข้มแข็ง แต่เสียใจที่นายอันวาร์ให้ฟังความเห็นของตัวเองแต่กลับไม่เคารพความคิดเห็นคนอื่น
จากนั้นยังมีส.ส.อดีตผู้สมัครส.ส.สมาชิกพรรคสลับกันลุกขึ้นชี้แจงและประท้วงนายอันวาร์ที่กล่าวพาดพิงจนเวลาล่วงเลยกำหนดเวลากำหนดการประชุมใหญ่ต้องแล้วเสร็จในช่วง12.30น.ทำให้นายชัยวุฒิบรรณวัฒน์ ส.ส.ตากเสนอให้จบวาระแผนยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อข้ามไปวาระการเลือกเหรัญญิกพรรคที่ว่างลงอย่างไรก็ตามประชุมพรรคได้ลงคะแนนเลือกนายสุทธิปัญญาสกุลวงศ์ อดีต ส.ส.กทม.เป็นเหรัญญิกพรรคคนใหม่





