วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พปชร.ยึดมติพรรค บีบปรับ ครม.

“สุริยะ” นั่งรมว.พลังงาน “ไพรินทร์” รองนายกฯควบการอุดมฯ เพิ่ม1โควตารมช.มหาดไทย “ธรรมนัส” ปาดหน้านั่งมท.4 สลับ “สุชาติ” รมช.เกษตร ด้านกลุ่มกทม.ถูกหั่น1โควตา ริบคืนรมว.ดีอี “ฐากร” จ่อเสียบ

ขณะที่ปชป.ถกเดือด “อันวาร์ สาแระ” ชงวาระร้อนจี้ทบทวนจุดยืน เจอ “เฉลิมชัย” สวนกลับช่วยพรรคดีกว่าตอกย้ำ

ความเคลื่อนไหวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกมาเปิดเผยความชัดเจนในการทาบทามบุคคล-ภายนอกข้อมูลบางส่วน โดยเฉพาะในส่วนของรมว.คมนาคมที่มีชื่อของนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรมช.คมนาคม และอดีตผู้บริหาร ปตท.ที่มีชื่อในโผจะมานั่งเป็นรมว.พลังงานนั้น ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่ความพยายามเสนอชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และรองหัวหน้าพรรค เป็นรมว.พลังงาน ให้นายกฯ พิจารณา โดยมองว่า โควตาดังกล่าวควรเป็นของพรรค และทางกลุ่มสามมิตร เองก็ย้ำว่า พล.อ.ประวิตร ได้ให้สัญญาใจไว้ โดยอาจเป็นการนั่งไปก่อน 6 เดือนและปรับครม. อีกครั้ง

ล่าสุดมีรายงานว่าแกนนำพปชร. ยังพยายามกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม ปรับครม.ตามที่พรรคพปชร.เสนอ โดยในการประชุมพรรควันที่ 21 ก.ค.นี้ จะขอให้พรรคมีมติส่งชื่อผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในโควตาของพรรค

จากนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. จะนำมติพรรคดังกล่าวไปเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อพิจารณาปรับครม. โดยอาจจะมีความเห็นแนบไปด้วยว่าการปรับครม.ควรยึดมติพรรค เหมือนกับที่พรรคการเมืองอื่นยึดถือปฏิบัติกัน
สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีในโควตาของพรรคพปชร.ที่จะให้ปรับเปลี่ยนใหม่ อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม โยกไปเป็นรมว.พลังงาน แม้ก่อนหน้านี้จะมีชื่อนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ไปเป็นรมว.พลังงาน แต่มีการเสนอให้นายไพรินทร์ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

นอกจากนี้จะสลับนายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรรคพปชร. ไปดำรงตำแหน่งรมว.อุตสาหกรรม แทนนายสุริยะ ทำให้มีปัญหากับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่ต้องการดำรงตำแหน่งรมว. โดยก่อนหน้านี้เจรจาให้นายสันติไปดำรงตำแหน่งรมว.การอุดมศึกษาฯ แต่นายสันติไม่ไปขอดำรงตำแหน่งรมช.คลังเหมือนเดิม

“ธรรมนัส”เบียด“สุชาติ”ชิงมท.4

ส่วนนายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี พยายามต่อรองดำรงตำแหน่งรมว.แรงงาน แต่มีความเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคร่วมพลังประชาชาติไทย ไม่ยอมหลีกทางให้ พร้อมยืนยันจะไม่ส่งนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ไปดำรงตำแหน่งรมว.การอุดมศึกษาฯตามที่มีกระแสข่าวอย่างไรก็ตามเพื่อหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้นายสุชาติ ซึ่งเดิมทีมีแนวคิดเปิดตำแหน่งรมช.มหาดไทยเพิ่มอีก 1 ตำแหน่งจากเดิมที่มีรัฐมนตรี3คน

แต่เมื่อมีการเพิ่มตำแหน่งรมช.มหาดไทย ทำให้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และรองหัวหน้าพรรค พปชร. ขอโยกจากกระทรวงเกษตรฯ ไปนั่งเป็น รมช.มหาดไทย ทำให้นายสุชาติ รองหัวหน้าพรรคอีกคน อาจจะต้องไปนั่งเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ แทนที่ร.อ.ธรรมนัส

ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล ก็ลุ้นเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยเช่นกัน โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพปชร.สนับสนุนเต็มตัว อย่างไรก็ตาม กรณีของนางนฤมล ยังถือว่าต้องลุ้นเพราะมีโอกาสสูงเช่นกันที่จะไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรีเลย

ริบโควตากทม.“ฐากร”เสียบดีอี

ขณะที่โควตารมต.สัดส่วนกทม.ที่เดิมทีมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เป็นรมว.ศึกษาธิการ และ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นรมว.ดีอี ในส่วนนี้อาจจะถูกหั่นเหลือ1ตำแหน่งเนื่งจากส.ส.ที่สังกัดเหลือเพียง4-5 คน โดยส.ส.กทม.คนอื่น แตกไปอยู่กลุ่มการเมืองอื่นภายในพปชร. อีกทั้งสัดส่วนของส.ส.ต่อรัฐมนตรี1เก้าอี้อยู่ที่7-8คน จึงทำให้โควตาภาคกทม.อาจจะเหลือแค่นายณัฏฐพลเพียงคนเดียว

ส่วนตำแหน่งรมว.ดีอี ล่าสุดมีชื่อของนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ อดีตเลขากสทช.เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน เนื่องจากนายฐากรสนิทสนมกับพล.ประวิตรและได้รับการผลักดันมากเป็นพิเศษโดยมองว่ามีการทำงานจะตอบโจทย์รัฐบาลในภาพรวมได้ อย่างไรก็ดีรายชื่อในส่วนของพปชร.ในวันที่ 21 ก.ค. นี้พรรคจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อลงมติในการเสนอชื่อส่งให้นายกฯพิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมพรรคพปชร.จะเปิดตัวพล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชานิยม ที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐแล้วภายหลังจากที่กกต.ประกาศให้พรรคประชานิยมสิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมืองมาร่วมงานกับพรรคพปชร.อย่างเป็นทางการต่อที่ประชุมส.ส.พรรคพปชร.ในวันเดียวกันด้วย

ปชป.เดือด“อันวาร์”จี้ทบทวนจุดยืน

วันเดียวกันที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี2563โดยมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคเป็นประธานคณะกรรมการจัดการประชุมใหญ่สามัญ

ทั้งนี้ก่อนการประชุมพบว่านายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ในฐานะรองเลขาธิการพรรค ได้แจกเอกสารข่าวให้กับสื่อมวลชนโดยระบุว่า“อันวาร์ชำแหละแผล-เปิดแผนยุทธศาสตร์ติดปีกประชาธิปัตย์”โดยมีเนื้อหาระบุถึงความตกต่ำของพรรคที่มาจากความผิดหวังกับการกระทำของพรรคที่ไม่สามารถลบล้างได้เลยตั้งแต่เรื่องดีแต่พูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นดังนั้นถึงเวลาต้องยกเครื่องนโยบายพรรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกเพื่อให้พรรคหลุดพ้นจากความตกต่ำและกลับมาครองใจประชาชนได้

เมื่อเข้าสู่การประชุมนายอันวาร์ ได้ลุกขึ้นถามถึงยุทธศาสตร์และแนวทางของพรรคในอนาคตว่าหลายคนไม่สบายใจที่ตนออกมาขับเคลื่อนแต่ยืนยันสิ่งที่ทำเพื่อให้พรรคกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งจากที่สมาชิกหลายคนเดินออกจากพรรคไปหรือการถูกพูดถึงตั้งแต่การเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ผู้อื่นไม่มีจุดยืนชัดเจนหรือตั้งรัฐบาลในค่ายทหารส่วนที่นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะอดีตหัวหน้าพรรคประกาศไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ แต่กลายเป็นว่าหัวหน้าประกาศไว้อีกทาง แต่มติพรรคเป็นอีกทางทำให้ประชาชนสงสัยจุดยืนนี้ว่าเป็นอย่างไร

ส่อวุ่น!ถล่ม4รัฐมนตรีพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่นายอันวาร์ได้กล่าวในที่ประชุมโดยพูดถึงการทำงานในแต่ละกระทรวงของรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคมกระทรวงมหาดไทยนั้น แต่นายชัยชนะ เดชเดโชส.ส.นครศรีธรรมราชได้ลุกขึ้นประท้วงการอภิปรายของนายอันวาร์ว่าเกี่ยวข้องกับวาระการประชุมหรือไม่

ขณะเดียวกันนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรีได้ลุกขึ้นประท้วงนายอันวาร์ที่พาดพิงรัฐมนตรีของพรรคซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวาระยุทธ์ศาสตร์พรรคเป็นการพูดเรื่องส่วนตัวและไม่เกี่ยวข้องกับพรรคทำให้นายจุรินทร์ต้องเร่งรัดให้นายอันวาร์อภิปรายอย่างกระชับมากกว่าเดิมและได้เตือนให้นายอันวาร์ใช้ดุลพินิจในการพูดด้วยว่าอะไรควรไม่ควรจะพูด

กระทั่งนายอันวาร์ยังอภิปรายไปถึงหัวใจหลักของยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟูพรรค1.ยึดมั่นอุดมการณ์ของพรรคในวันก่อตั้งอย่างเคร่งครัด2.ยึดมั่นสัญญาที่ให้กับประชาชน3.ยึดมั่นการปกครองในระบบประชาธิปไตย

“เฉลิมชัย”สวนช่วยกันดีกว่าตอกย้ำ

ต่อมานายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคได้ชี้แจงว่าการทำงานคงไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์แต่กรรมการบริหารพรรคพร้อมรับมาปรับปรุงยืนยันว่าวันนี้กรรมการบริหารพรรคทุกคนพร้อมรับฟังสมาชิกและนำไปปฏิบัติแก้ไขขอเพียงอย่าพูดเพียงอย่างเดียวให้มาช่วยกันที่ผ่านมาที่มีคนพูดว่าพรรคดีแต่พูดหรือเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นดังนั้นถ้าไม่ให้คนอื่นด่าพรรคเรา เราก็ต้องไม่ทำตัวเองเพราะจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์คือทุกคนเป็นเจ้าของถ้าคิดว่าพรรคตกต่ำก็ต้องมาช่วยกันดีกว่ามาตอกย้ำเพราะทำให้พรรคตกต่ำมากกว่าขอยืนยันจะพาพรรคไปให้ดีที่สุด

“ผมต้องมีเพื่อนร่วมทางถ้าโดดเดี่ยววันไหนคงลาการเมืองวันนั้นแต่ขอเดินทางไปกับผม ผมรักษาประชาธิปัตย์ผมสู้อย่างเต็มที่”นายเฉลิมชัยกล่าว

ขณะที่ธนา ชีรวินิจ อดีตส.ส.กทม.กล่าวว่า สิ่งที่นายอันวาร์พูดทำให้หลายคนไม่สบายใจแต่ถือว่าเป็นพรรคการเมืองเดียวที่แสดงออกทางประชาธิปไตยส่วนผลเลือกตั้งที่ออกมาต้องยอมรับและตั้งใจทำงานให้พรรคเข้มแข็ง แต่เสียใจที่นายอันวาร์ให้ฟังความเห็นของตัวเองแต่กลับไม่เคารพความคิดเห็นคนอื่น

จากนั้นยังมีส.ส.อดีตผู้สมัครส.ส.สมาชิกพรรคสลับกันลุกขึ้นชี้แจงและประท้วงนายอันวาร์ที่กล่าวพาดพิงจนเวลาล่วงเลยกำหนดเวลากำหนดการประชุมใหญ่ต้องแล้วเสร็จในช่วง12.30น.ทำให้นายชัยวุฒิบรรณวัฒน์ ส.ส.ตากเสนอให้จบวาระแผนยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อข้ามไปวาระการเลือกเหรัญญิกพรรคที่ว่างลงอย่างไรก็ตามประชุมพรรคได้ลงคะแนนเลือกนายสุทธิปัญญาสกุลวงศ์ อดีต ส.ส.กทม.เป็นเหรัญญิกพรรคคนใหม่