วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยันคุมอำนาจแก้โควิด ลั่นใช้เงินกู้4แสนล้านคุ้มค่า

นายกฯ ส่งสัญญาณขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวบศูนย์อำนาจแก้โควิด พร้อมกำชับการใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน ให้มีประสิทธิภาพต่อประชาชนและภาคธุรกิจ

 ศบค. แถลงติดเชื้อใหม่เพิ่ม 2 ราย State Quarantine ชี้แม้ไม่พบผู้ป่วยในประเทศ 14 วัน แต่ยังต้องเฝ้าระวังให้ครบ 28 วัน หรือ 2 เท่าของระยะฟักตัว แนะพนักงานออฟฟิศเหลื่อมเวลา ลดแออัดช่วงพักกลางวัน ส่วนแนวทางบริการโรงภาพยนตร์ ให้ใช้นวัตกรรมจองตั๋วลดสัมผัส

หลังจากที่รัฐบาลรวมถึงศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 (ศบค.) เตรียมพิจารณามาตรการคลายล็อกในระยะที่ 4 วานนี้ (9 มิ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า เป็นวันที่น่ายินดีเนื่องจากเป็นการเข้าวันที่ 14 แล้วที่ไม่พบผู้ติดเชื้อภายนอกสถานกักกันของรัฐ หรือพื้นที่ทั่วไปหลายจังหวัดก็มีการเปิดธุรกิจธุรกรรมต่างๆตามมาตรการผ่อนปรนระยะ 3 ซึ่งหากทำระยะ 3 ดีก็สามารถไป 4 ได้ ยกเว้นถ้ายังไม่ดีก็ไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม รู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อน แต่ต้องเข้าใจในสถานการณ์สุขภาพด้วย
“แม้หลายคนจะบอกว่าไม่มีการแพร่ระบาดแล้วจะเลิกโน่นเลิกนี่ได้หรือไม่ ก็ต้องเห็นใจด้วยว่าต้องมีกฎหมายสักตัวที่ให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ยืนยันไม่ได้ปิดกั้นประชาชนและไม่ต้องการใช้อำนาจไปทิศทางอื่นย้ำว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น” พ,อ.ประยุทธ์กล่าว

ยันเข้มเงินกู้ 4 แสนล้านให้โปร่งใส

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการใช้งบประมาณเงินกู้ 4 แสนล้านบาทว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจะดำเนินการให้เกิดความโปร่งใสมีประสิทธิภาพตรวจสอบได้ตนได้กำชับกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วว่างบประมาณในส่วนนี้มีความสำคัญกับช่วงไตรมาส4 ของปีนี้ ไปจนถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปี64 ซึ่งจะพิจารณากันต่อไปในสภาผู้แทนราษฎร

“ไม่ควรใช้งบส่วนนี้ในการลงทุนภายใต้งบปกติ ที่เป็นระยะยาวภายใต้แผนงานประจำปีอยู่แล้ว เงินนี้เป็นเงินที่ได้มายากลำบากกู้เขามา เพื่อฟื้นฟูให้เกิดสภาพคล่องมีประสิทธิภาพ เพื่อประชาชนไม่เดือดร้อนกิจการไม่ล้มเลิก” นายกฯกล่าว

ทั้งนี้ มีการเร่งรัดให้ดำเนินการ โดยตั้งกรอบการใช้ในส่วนใด ขั้นตอนดำเนินการให้ตรงตามความต้องการของประชาชนอาจจะมากบ้างน้อยบ้างตามความจำเป็น ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป เพื่อเน้นการบริโภคการท่องเที่ยวให้กลไกตลาดกลับมาได้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีแหล่งเงินทุนกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และมีการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่มีงานทำ

พบติดเชื้ออิมพอร์ตเพิ่ม 2 ราย

ที่กระทรวงสาธารณสุข พ.ญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ว่า ประเทศไทยพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 2 ราย รวมยอดสะสม 3,121 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิตรายใหม่ เสียชีวิตรวม 58 ราย รักษาหายกลับบ้านเพิ่ม 1 ราย รวมรักษาหายกลับบ้าน 2,973 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 90 ราย ติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ 184 ราย ผู้ป่วยยืนยันจำแนกตามพื้นที่รักษา แบ่งเป็น กรุงเทพฯ นนทบุรี 1,744 ราย ภาคเหนือ 95 ราย ภาคกลาง 436 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 115 ราย และ ภาคใต้ 744 ราย

สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ วันที่ 9 มิถุนายน จำนวน 2 ราย ได้แก่ รายที่ 1 เดินทางมาจากประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นเพศชาย อายุ 22 ปี อาชีพนักศึกษา วันที่ 25 พ.ค. มีอาการไข้ ตรวจครั้งที่ 1 ผลไม่พบเชื้อ และตรวจครั้งที่ 2 วันที่ 7 มิ.ย. (14 วัน) ผลพบเชื้อ รายที่ 2 เดินทางมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุ 31 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางถึงไทย วันที่ 3 มิ.ย. เข้าพักโรงแรมใน กทม. ตรวจวันที่ 3 มิ.ย. ผลบวกไม่ชัดเจน เข้ารับการรักษา ที่ รพ.นพรัตน์ กทม. วันที่ 8 มิ.ย. เก็บตัวอย่างส่งตรวจซ้ำ ผลพบเชื้อผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 จำแนกตามอาชีพ 2 สัปดาห์ล่าสุด ได้แก่ นักเรียนนักศึกษา 28.36% รับจ้างทั่วไป/ฟรีแลนซ์ 20.9% พนักงานประเภทนวด/สปา 19.4% พนักงานบริษัท/โรงงาน 17.91% นักท่องเที่ยว 2.99% งานช่าง 2.99% พ่อบ้าน/แม่บ้าน/ดูแลบ้าน 2.99% ว่างงาน 2.99% และ ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว 1.49%

ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวเสริมว่า สถานการณ์ในประเทศตอนนี้ ผู้ติดเชื้อในประเทศ 0 ราย ติดต่อกันเป็นเวลา 15 วัน แต่ในหลักการระบาดวิทยาจะใช้ 2 เท่าของระยะการฟักตัวของโรค “ถึงจะเป็นระยะเสี่ยงต่ำ” ดังนั้น โควิด-19 มีระยะฟักตัว 14 วัน ต้องเฝ้าระวังเพิ่มขึ้นเป็น 28 วัน หลังจากนั้น ถึงจะเรียกว่าเป็นระยะเวลาเสี่ยงต่ำในการแพร่ระบาดของเชื้อซ้ำใหม่

ห่วงคนออฟฟิศพักเที่ยงพร้อมกัน

ขณะนี้เข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 3 พนักงานบริษัท เริ่มกลับมาทำงาน ตอนนี้ปัญหาที่อาจจะพบได้ คือ การรับประทานอาหารกลางวัน การขายอาหารตามศูนย์อาหาร หรือสถานที่ขายอาหาร อาจจะมีความหนาแน่น ของผู้คนเพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการบริษัทต่างๆ อาจจะต้องกำหนดเวลาพัก เหลื่อมเวลาการรับประทานอาหาร เพื่อลดความหนาแน่น สุดท้าย อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่าย รักษาระยะห่างทางสังคม

ด้าน พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เผยรายงานผลสำรวจการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในระหว่างมาตรการผ่อนปรน โดยสำรวจความคิดเห็นจากประชาชน ที่ร่วมตอบแบบสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ จำนวน 25,623 คน ระหว่างวันที่ 22 – 28 พฤษภาคม 2563 พบว่า ประชาชนยังคงใส่หน้ากากอนามัยผ้าตลอดเวลากว่า 91.5% ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล 83.2% กินอาหารร้อนและใช้ช้อนกลางของตนเอง 82.7% ภาพรวมพฤติกรรมป้องกันตนเอง 74.8% ระวังไม่อยู่ใกล้คนอื่นในระยะน้อยกว่า 2 เมตร และ ระวังไม่เอามือจับหน้า จมูก ปาก 56.9%

เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจเดือนเมษายน พบว่า ประชาชนมีการป้องกันตนเองเท่าเดิม 71.1% ทำมากขึ้น 15.7% และทำน้อยลง 13.1% ทั้งนี้ เหตุผลที่การ์ดตก 3 ข้อสำคัญ คือ เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง ควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดได้ดีขึ้น 57.4% รู้สึกว่าตัวเองมีความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ 36.6% และกิจวัตรประจำวันไม่เอื้ออำนวย 28.4%

ทั้งนี้ เตรียมการเข้าสู่ มาตรการผ่อนปรนระยะที่ 4 ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ ผู้ใช้บริการ ยังเน้นการสวมหน้ากากผ้าในการพื้นที่สาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้มือแตะสัมผัสหน้า ระวังในการสัมผัสพื้นผิวสัมผัส เว้นระยะห่างไม่แออัดจนเกินไป สิ่งสำคัญคือ การติดตาม ในการลงทะเบียนแพลตฟอร์มไทยชนะ เพื่อให้ทีมงานสุ่มสำรวจ และแก้ไขให้มีความปลอดภัยมากขึ้น.

แนะโรงหนังใช้นวัตกรรมจองตั๋ว

พญ.พรรณพิมล ยังกล่าวถึงโรงภาพยนตร์ นอกจากมาตรการหลัก ได้แก่ เรื่องการทำความสะอาดพื้นผิว จัดที่นั่งเว้นแถว สลับแถว ควบคุมจำนวนคน หรือการลงทะเบียนแล้ว ต้องมี “มาตรการเฉพาะ” สำหรับโรงภาพยนตร์ ดังนี้1. การคัดกรองพนักงานและผู้ใช้บริการทุกครั้ง หากพบว่ามีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูกหรือเหนื่อยหอบ แจ้งงดให้บริการ งดปฏิบัติงาน และแนะนำไปพบแพทย์ 2. ควบคุม งดกิจกรรม งดเว้นการจัดกิจกรรมแสดงดนตรีหรือคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมอื่นๆ 3. จัดที่ชมภาพยนตร์ โดยเว้นระยะห่างระหว่างที่นั่ง รูปแบบ 2 เว้น 2 และ ระยะห่างแถวเว้นแถว

4. ระบบระบายอาการ จัดให้มีการระบายอาการที่ดีและทำความสะอาดเครื่องปรับอาการอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งขณะนี้ โรงภาพยนตร์หลายที่ ได้เพิ่มเติมอุปกรณ์ในการฆ่าเชื้อระหว่างรอบ 5 สถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในบริเวณโรงภาพยนตร์ ต้องปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาล กำหนดจุดรอคิว จัดโต๊ะ เก้าอี้ 6. ประชาสัมพันธ์ ขั้นตอนวิธีปฏิบัติในการเข้าใช้บริการสถานที่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 และ 7. มีนวัตกรรม ใช้เทคโนโลยีเพื่อการลดการแพร่ระบาด เช่น ระบบการจองคิวแบบออนไลน์ และการจ่ายเงิน