“อุตตม” แจงรัฐบาลกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เยียวยาเหยื่อโควิด เป็นความจำเป็น และไม่เกินเพดานงบตามกฎหมาย
บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาพ.ร.ก. 3 ฉบับ รวมพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อเยีวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 เริ่มมีความเข้มข้นขึ้นมา เมื่อพลพรรคฝ่ายค้านออกมาอภิปราย และเป็นห่วงเรื่องความโปร่งใส
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ขึ้นชี้แจงว่า รัฐบาลกู้เงินจำนวน 1 ล้านล้านบาทเท่านั้น ส่วนอีก 9 แสนล้านบาท ไม่ได้ใช้เงินกู้ แต่เป็นสภาพคล่องที่มีอยู่ในระบบอยู่แล้ว โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยนำสภาพคล่องมาใช้แก้ไขปัญหาเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับประเทศเท่านั้น
สถานการณ์โควิด-19 เป็นวิกฤติทางสาธารณสุข ที่ส่งผลมาถึงเศรษฐกิจ เป้าหมายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา คือ 1.การดูแลเยียวยาผลกระทบที่เกิดกับประชาชนและผู้ประกอบการในทันที 2.การดูแลผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก เป็นผู้จ้างงานกว่า 80% ของการจ้างงานทั้งประเทศ และ 3.การพยายามปกป้องและรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจทั้งตลาดการเงินและตลาดทุนของประเทศ ทุกภาคส่วนวันนี้มีความเชื่อมโยงถึงกันหมด
ขอย้ำว่า การกู้เงินเรามีกรอบที่รัดกุมการประเมินผลงาน ก็ใช้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะและสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้ามาดำเนินการ
“ถามว่าการกู้เงินครั้งนี้สมเหตุสมผลหรือไม่นั้นรัฐบาลได้พิจารณาด้วยความรอบคอบ การเยียวยาและการเพิ่มสภาพคล่องเข้าไปในระบบ การกู้เงินครั้งนี้คิดเป็น 6% ต่อจีดีพี หรือ 31%ของงบประมาณประเทศ เรามีสัดส่วนการกู้เงินครั้งนี้ไม่ได้กระโดดจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้น เพราะเป็นการกู้เงินในภาวะวิกฤติ”





