วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บิ๊กตู่' โดนเข้าให้ 'ชายนิรนาม' ชูป้ายต้านก่อนขบวนรถเลี้ยวเข้าทำเนียบฯ

"ประยุทธ์" ใส่แมสผ้า ลายเดียวกับเสื้อ รับ ซูบผอมลง ปัดตอบ "มาเลย์" ปิดประเทศ สู้ "โควิด-19" ก่อนขบวนรถเลี้ยวเข้าทำเนียบฯ เจอ "ชายนิรนาม" ชูป้ายต่อต้าน

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 63 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายกรัฐมนตรี ได้สวมหน้ากากอนามัยแบบผ้าลายไทย ซึ่งเป็นลายแบบเดียวกับเสื้อที่สวมใส่ เป็นการนำผ้าส่วนที่เหลือจากการตัดเสื้อมาทำเป็นหน้ากาก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าช่วงนี้นายกรัฐมนตรีดูผอมลง นายกรัฐมนตรีกล่าวพร้อมกับพยักหน้ายอมรับ โดยกล่าวว่า “อืม”

เมื่อถามว่า มาเลเซียประกาศปิดประเทศ 2 สัปดาห์เพื่อรับมือการระบาดของโควิด-19 นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่มองหน้าผู้สื่อข่าวที่ถามเท่านั้น

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ขบวนรถของ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงบริเวณหน้าป้ายหยุดรถประจำทาง บริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้มีชายไม่ทราบชื่อชูป้ายในลักษณะต่อต้านนายกรัฐมนตรี จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่รุดไปตรวจสอบปรากฏว่าชายคนดังกล่าวได้ขึ้นรถเมล์หายไปแล้ว ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเป็นคนกลุ่มไหน

โดยก่อนการประชุมสมาคมที่ห้องรับรองตึกบัญชาการ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อมอบเงินสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อโควิด-19 ในนามของ มูลนิธิ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง จำนวน 10 ล้านบาท ขณะเดียวกัน นายแสงชัย โสตถีวรกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ได้มอบเงินสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 จำนวน 5 ล้านบาท เพื่อเข้ากองทุนสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

พล.ต.อ.สมยศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐบาลมีมาตราการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยให้ยกเลิกการแข่งขันกีฬาทุกประเภท ว่า ถ้าเป็นนโยบายรัฐบาลเราไม่สามารถฝ่าฝืนได้ แต่ที่จริงแล้วเราก็มีมาตรการเข้มงวดเป็นขั้นเป็นตอนอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการคัดกรองและให้แข่งขันแบบปิดที่มีแต่นักกีฬา ทีมงาน และผู้สื่อข่าวเข้าสนามเท่านั้น

ทั้งนี้ ที่ประชุมจะมีการพิจารณามาตราการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น แม้จะยังคงในสถานการณ์​แพร่ระบาดในระยะที่ 2 และยังไม่การประกาศเป็นระยะที่ 3 ก็จำเป็นต้องเพิ่มมาตราการอย่างเข้มข้น เพื่อหยุดการแพร่กระจายเชื้อ โดยงดกิจกรรมในสถานที่ที่มีการชุมนุมจำนวนมาก ปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สถานบันเทิง สนามกีฬา และสถานศึกษา ยกระดับการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศอย่างเข้มข้น โดยที่ประชุมจะเสนอยกเลิกชั่วคราว การตรวจลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ Visa on Arrival (VOA) ใน 18 ประเทศ กับ 1 เขตเศรษฐกิจ และการยกเว้นการตรวจลงตรา หรือ free Visa ของประเทศมีความเสี่ยงสูง ได้แก่ เกาหลีใต้ ฮ่องกง และ อิตาลี โดยเฉพาะประเทศกลุ่ม ผ.30 ซึ่งเป็นมาตรการที่ไทยให้แต่ฝ่ายเดียว เพราะการให้หรือยกเลิกจะสามารถทำได้ทันที เมื่อต้องมีมาตรการคัดกรองโรคอย่างเข้มงวด เช่นเดียวกับ 80 ประเทศที่ทำในลักษณะเดียวกัน

นอกจากนี้ จะมีการพิจารณาเลื่อนวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 13-15 เม.ย.นี้ ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รวมถึงพิจารณามาตราการเยียวยาประชาชนที่ออกตั๋วเดินทางกลับภูมิลำเนาด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า จากการยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในส่วนของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดและการติดเชื้อ โดยปรับเปลี่ยนวิธีการสัมภาษณ์แหล่งข่าวโดยจากนี้ไปจะไม่มีการรุมและเบียดกันสัมภาษณ์ แต่ใช้วิธีการเชิญแหล่งข่าวมายืนที่ไมโครโฟนหรือในระยะห่างเกิน 2 เมตรเพื่อให้สัมภาษณ์หรือตอบคำถาม โดยได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตั้งไมโครโฟนตามจุด ซึ่งมาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายและการสัมผัสกับเชื้อโรค ซึ่งถือเป็นการรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น นอกจากนี้สื่อมวลชนทำเนียบฯ ได้เน้นย้ำการปฏิบัติตนของผู้สื่อข่าวกันเองในเรื่องการกินร้อน ช้อนตัวเอง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย รวมถึงหลีกเลี่ยงอยู่ในที่ที่มีคนจำนวนมาก