"เพื่อไทย" ชี้พฤติกรรม "ครม.ประยุทธ์" เพิ่มเงินอสม. จูงใจเอื้อเลือกตั้งให้ "พปชร." ชัดเจน "ชูศักดิ์" บอกกกต.ต้องพิสูจน์ให้ทราบ ตามประเด็นที่ชี้ไป แม้ รบ.คสช. มีอำนาจเต็ม
นายนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย แถลงว่าวันนี้ (1 พ.ค.) เวลา 13.00 น. พรรคเพื่อไทยจะส่งตัวแทนเพื่อยื่นเรื่องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบและไต่สวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( ครม.) พร้อมกับรัฐมนตรีที่ร่วมประชุมเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 ที่มติให้จ่ายงบกลาง วงเงิน 4,200 ล้านบาท เพื่อใช้ในกรณีเพิ่มค่าตอบแทนให้กับ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) จำนวน 1ล้านคนทั่วประเทศ จากเดือนละ 600 บาท เป็น 1,000 บาท และจ่ายเงินย้อนหลัง 3 เดือนรวมเป็นคนละ 3,000 บาท เมื่อช่วงวันที่ 20- 22 มีนาคม 2562 หรือก่อนการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 เพียง 2-3วัน กรณีที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ทางการเมือง และจูงใจให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกพรรคพลังประชารัฐ ฐานะพรรคการเมืองที่เสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนนิเดตนายกฯ หรือไม่
"พฤติกรรมที่เกิดขึ้นที่เชื่อมโยงระหว่างรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ กับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งในช่วงที่ ครม. อนุมัติงบเพิ่มค่าตอบแทนให้ อสม. ผู้บริหารของพรรคพลังประชารัฐหลายคนยังอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรี ดังนั้นการไต่สวนต้องของกกต.ต้องไปตรวจสอบความเชื่อมโยงให้ได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยชี้ให้เห็นแล้วว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นส่อว่าคือการใช้อำนาจของครม. เพื่อเอื้ออำนวยในการเลือกตั้งและเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง ซึ่งส่อว่าทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยมิชอบ และการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม"นายชูศักดิ์ กล่าว
นายชูศักดิ์ กล่าวด้วยว่าแม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไปฐานะรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ แต่พฤติกรรมที่ ครม.มีมติเรื่องดังกล่าว และพรรคพลังประชารัฐนำไปหาเสียง สังคมสามารถพิจารณาได้ว่าคือความเชื่อมโยง ที่เอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองในการหาเสียงเลือกตั้ง อีกทั้งยังมีประเด็นการใช้งบกลาง ผิดวัตถุประสงค์ที่ต้องใช้จ่ายเพื่อการฉุกเฉิน เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนเท่านั้น ทั้งนี้ตนเชื่อว่า กกต.จะรับเรื่องนี้ไว้พิจารณา
ด้านนายภูมิธรรม เวชชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้อำนาจของตนเองได้แบบไม่รู้จบ ซึ่งขัดต่อธรรมเนียมปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งตนขอประณามผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่ตีความกฎหมายเพื่อประโยชน์ของบางฝ่าย กรณีการใช้งบกลางเพื่อจ่ายค่าตอบแทนให้ อสม. ก่อนการเลือกตั้งเพียง 2 วัน หากเป็นรัฐบาลที่ผ่านมา หรือรัฐบาลปกติพฤติกรรมดังกล่าวต้องถูกลงโทษด้วยการจำคุก
"ผู้มีอำนาจพยายามใช้กลไกกฎหมาย ตีความกฎหมายเพื่อประโยชน์ รวมถึงใช้วิจารญาณ ที่แยกไม่ออกระหว่างตามอำเภอใจกับดุลยพินิจ เพื่อขยายการสืบทอดอำนาจของตน แทนการหาทางออก แก้วิกฤตให้ประเทศและประชาชน ต่อจากนี้พรรคเพื่อไทยจะเตรียมชี้ให้สังคมได้เห็นว่ามีการใช้กฎหมายเพื่อเข้าสู่อำนาจ และเอาเปรียบเพื่อให้ได้มาซึ่งการกลับมาเป็นรัฐบาลของฝ่ายตนเอง ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามหรือผู้ที่เห็นต่างถูกกลไกทางกฎหมายบังคับใช้อย่างไม่เป็นธรรม" นายภูมิธรรม กล่าว
ทางด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ว่าที่ ส.ส.นครพนม กล่าวยืนยันว่าพฤติกรรมที่เชื่อมโยงกับพรรคพลังประชารัฐ กับการอนุมัติงบประมาณของรัฐบาลนั้นมีความสอดคล้องกัน เพราะการหาเสียงในพื้นที่ตัวแทนของพรรคพลังประชาชนระบุว่าจะมีการจ่ายเงินให้ อสม. ตามมาตรการปฏิบัติการเชิงรุก และก่อนการเลือกตั้งเพียง 2 วันพบการจ่ายเงินดังกล่าวจริง ผ่านทางบัญชีธนาคาร





