"ปกรณ์" ควง "ฐิติเชฏฐ์" เปิดใจหลังเลือกตั้ง แจงทุกประเด็นที่สังคมข้องใจ เหตุยังทยอยประกาศผลไม่ได้ เพราะกฎหมายกำหนดต้องประกาศพร้อมกันที่ 95% ผู้ชนะใน 66 เขต ถูกร้อง ขอให้มั่นใจไม่มีสูตรคำนวณ 1,2,3 มีวิธีเดียวตามกฎหมาย
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 5 เม.ย.62 เวลา 11.30 น. นายปกรณ์ มหรรณพ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมพูดคุยกับสื่อมวลชนถึงประเด็นคำถามและข้อสงสัยต่างๆเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.
นายปกรณ์ กล่าวว่า อยากให้สื่อแยกการทำงานระหว่างสำนักงานกกต. กับคณะกรรมการกกต. เพราะกฎหมายใหม่ ให้กกต.มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายบทบาทเท่านั้น ซึ่งภารกิจสำคัญของกกต.คือทำให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม ที่ผ่านมาจึงพยายามสืบสวนสอบสวนเรื่องที่มีการร้องเรียนในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะมาจากประชาชน หรือฝ่ายใดๆ เราพร้อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ ยืนยันว่ามีหลายเรื่องที่เราไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายไม่ให้อำนาจ เช่น เรื่องการประกาศผลการเลือกตั้งในเขตที่ไม่มีการร้องเรียนหรือตรวจสอบแล้ว ที่มีหลายเขตแต่ พ.ร.ป.ส.ส.มาตรา 127 ไม่ให้อำนาจกกต.ทำเช่นนั้นอย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเกือบ 300 เรื่อง ในจำนวนนี้มีผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดใน 66 เขต ถูกร้องเรียน ซึ่งจะต้องตรวจสอบทั้งหมด และกกต.มีการสั่งให้นับคะแนนใหม่ในจังหวัดขอนแก่น 2 หน่วยเลือกตั้ง และสั่งเลือกตั้งใหม่รวม 6 หน่วยเลือกตั้ง ใน 5 จังหวัด ซึ่งทั้งหมดจะมีผลต่อการประกาศผลรวมถึงคะแนนที่จะนำมาคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ
นายปกรณ์ กล่าวถึงเรื่องการคิดคำนวณจำนวนส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ว่า ไม่มีสูตร 1 ,2, 3 มีวิธีเดียวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ประกอบพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 128 , 129 โดยก่อนที่สำนักงานกกต.จะเสนอให้กรรมการ กกต.พิจารณา เพื่อให้เกิดความรอบคอบจึงเชิญกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาให้ความเห็น ซึ่งแนวทางก็สอดคล้องต้องกัน และสำนักงานกกต.ได้ขอหลักฐานจากกรธ.ที่มีการคำนวณรองรับทุกกรณีที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แม้กระทั่งการคิดคำนวณหากประกาศส.ส.ที่ร้อยละ 95 แต่ที่เรายังไม่ประกาศว่าคำนวณได้เท่าไรนั้น เพราะขณะนี้คะแนนทั่วประเทศที่จะนำมาใช้คำนวณจะยังมีการเปลี่ยนแปลงจากการสั่งนับคะแนนใหม่และเลือกตั้งใหม่ โดยเฉพาะเรื่องร้องเรียนผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 66 เขต ถ้าสอบสวนแล้วเป็นจริงจะมีผลต่อการให้ใบส้ม (ระงับสิทธิสมัครชั่วคราว 1 ปี) คะแนนที่จะมาคำนวณจะต่างไปทันที ถ้าประเด็นเหล่านี้ยุติลง เราสามารถประกาศผลส.ส.บัญชีรายชื่อได้ภายใน 10 นาที
เรากำลังเร่งทำและพิสูจน์ว่าการเลือกตั้งสุจริตและเป็นธรรม จึงอยากให้สบายใจ แต่หากท่านใดที่เห็นว่าไม่สุจริตไม่เป็นธรรมให้ร้องเรียนมาได้เลย ถ้าเราสอบสวนไม่ชัดเจนไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ค่อยมากล่าวหา ยืนยันว่าเราไม่ได้ลอยตัว เราทำงานตลอด เมื่อเรามาเป็นบุคคลสาธารณะแล้ว เราพร้อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ แม้ถูกรวบรวมรายชื่อยื่นถอดถอน หรือเรียกร้องให้ลาออกก็ไม่รู้สึกกดดัน ไม่ได้เสียกำลังใจ เพราะการยื่นถอดถอนเป็นสิทธิ ซึ่งเราก็รับฟัง แต่หน้าที่ของเราคือต้องทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม ทำให้สำเร็จและเมื่อถึงวันนั้นเราจึงค่อยมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนายปกรณ์กล่าว
เมื่อถามว่าปัญหาเรื่องสูตรต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดกันไปถึงตรงนั้น เรามีวิธีคิดและให้สำนักงานกกต.ไปดำเนินการ ซึ่งข้อถกเถียงทางกฎหมายในขณะนี้ อยากให้ทุกคนอย่าตีความตามเป็นคำๆ แต่ให้ตีความเป็นบรรทัด ยืนยันว่าเราไม่มีความกังวลเรื่องวิธีคิด แต่ที่ไม่สามารถตอบได้เพราะขณะนี้วงเล็บหนึ่ง วงเล็บสองเรื่องคะแนนรวมยังไม่เป็นที่ยุติเลย ถ้าถึงเวลาจะตอบได้ทันที แต่ขณะนี้ได้ในสำนักงานกกต.จัดทำไว้ทุกรูปแบบเพื่อรองรับไว้ทั้งหมดแล้ว
เคยมีคนพูดว่าตรงนี้(สื่อ)มันน่ากลัวมาก แต่เมื่อผมมาพบกับพวกเราแล้วไม่น่ากลัวเลย คำถาม ข้อวิจารณ์ต่างๆ ทั้งจากนักวิชาการและสื่อ ทำให้รู้ว่ากล่าวหาเราในมาตราไหน จะได้นำไปคิดพิจารณาว่าเราทำผิดตามที่เขากล่าวหาหรือไม่ แต่ไม่ค่อยมีเวลามาชี้แจง เพราะขณะนี้เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน เราต้องรีบทำงานให้เสร็จ ก่อนวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งต้องประกาศรับรองส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 หรือ 333 เขต ส่วนอีก 17 เขตถ้าไม่เสร็จก็จะทำต่อไปนายปกรณ์กล่าว




