วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พปชร.ขอเวลาอีกนิด ศก.จะงอกงามทั้งแผ่นดิน ชี้อยู่ดีกินดีแน่

"เลขาธิการ พปชร." เผยอาสาเป็นขั้วที่3 ย้ำขอเวลาอีกนิด เศรษฐกิจจะงอกงามทั้งแผ่นดิน ลั่นอยู่ดีกินดีแน่

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่โรงยิมเนเซียม สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ขึ้นเวทีปราศรัยระบุว่า พปชร.เป็นพรรคใหม่ถอดด้าม อาสามาช่วยเปลี่ยนผ่านประเทศ จ.เชียงใหม่ เป็นเมืองแห่งความสามัคคี ร่วมมือกันสร้างเมืองตั้งแต่ครั้งประวัติศาสตร์ เราจึงอาสามารวมใจคนเชียงใหม่ คนภาคเหนือ และคนทั้งประเทศมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน หลายปีที่ผ่านมาสิ่งเหล่านี้ถูกการเมืองทำให้เราแบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย

"เมื่อวานนี้ที่เขตหนองจอก ผมไปปราศรัยเปิดศูนย์ประสานงานของพรรค ผมบอกว่าประเทศไทยที่เคยสงบเรียบร้อย ทำไมหลายปีที่ผ่านมา ก่อนหน้าที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นรัฐบาลปัจจุบัน ผมได้บอกคนกรุงเทพฯว่า ไม่น่าเชื่อว่าพื้นที่ในกรุงเทพฯ และหลทยจังหวัดทั่วประเทศกลายเป็นสนามที่มีความขัดแย้ง ผมพูดไปถึงว่ากรุงเทพฯสมัยก่อน ไม่เคยมีเรื่องรุนแรงก็มีเรื่องรุนแรง มีสื่อบางฉบับ เอาไปเขียนว่า ผมประกาศแตกหักชูความขัดแย้งเพื่อจะชนะเลือกตั้ง ผมหยิบความขัดแย้ง การต่อสู้ ความรุนแรง การแตกเป็นก๊ก เป็นสีขึ้นมาด้วยหัวใจ ด้วยความรู้สึกว่าผมและพปชร.ไม่มีวันให้เกิดขึ้นอีก เราไม่ใช่คนรักความรุนแรง ไม่ต้องการเห็นพี่น้องลุกขึ้นมาต่อสู้กันเอง หรืออยู่บ้านหลังเดียวกันแล้วคุยกันไม่ได้ ผมไม่ได้ปราถนาเอาความแตกแยกขัดแย้งมาเป็นประโยชน์หรือชัยชนะกับพปชร.แน่นอน แต่ปราถนาเตือนใจผู้คน ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ขอร้องเถอะ เห็นแก่ลูกหลานของเรา อย่าเอาประเทศแตกแยกกลับไปเหมือนเดิมอีก "นายสนธิรัตน์ กล่าว

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า 4 ปีกว่าบ้านเมืองสงบ คนไทยอยู่ด้วยความมั่นใจและอบอุ่น ใครจะบอกยาวนาน ไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ที่รู้ได้คือ อบอุ่นใจ ไม่ต้องกังวลจะมีอะไรเกิดขึ้น แล้วมาทำร้ายพี่น้อง 4ปีแห่งความสงบ ความมั่นใจ 4 ปีแห่งความอบอุ่นใจ และต่อจากนี้จะมีแต่ความอบอุ่นใจ ไม่มีอะไรให้ตระหนก เราอาสาเข้ามาก้าวข้ามความขัดแย้ง

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งเหมือนเพื่อน2คนหรือ หรือสามีภรรยาทะเลาะกัน ไม่ยอมกัน คุยกันไม่รู้เรื่อง มันถึงต้องเกิดพปชร. มันต้องมีคนกลาง โซ่กลาง ถ้าไม่มีมันก็แตกหักอย่าร้าง ทั้งนี้ พปชร. ไม่คิดเป็นศัตรูกับใคร ไม่ได้เกิดมาถ่างความขัดแย้ง แต่หวังเป็นโซ่กลางคล้องใจเชื่อมคนที่ขัดแย้งมาร่วมนำพาประเทศก้าวไปให้ได้

"บ้านเมืองวันนี้ไม่มีคำตอบอื่น คำตอบเดียวไม่ให้บ้านเมืองกลับไปที่เดิม ต้องช่วยกันหาทางออก พปชร.อาสาเป็นทางเลือกที่ 3 ของการเมืองไทย ที่ผ่านมามี2ขั้วยาวนาน พิสูจน์แล้ว 2 ขั้วไม่มีทางออก รอขั้วที่3 มาเป็น10 ปี ยังไม่เคยเกิดพรรคที่จะสามารถเป็นแกนนำการเมืองไทยได้เลย ขอให้เชื่อมั่นพปชร. ผมมาด้วยความตั้งใจ ถือเป็นหน้าที่ของพรรคทางเลือกที่3 เป็นตัวแปรการเมืองไม่ใช่พรรคเล็ก พรรคน้อย ไม่มีประสบการณ์ จะพูดคุยเชื่อมโยงให้เดินหน้าไปข้างหน้าให้ได้ วันนีดีใจที่พี่น้องเปิดใจรับการเกิดขึ้นของพปชร." นายสนธิรัตน์ กล่าว
นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า การเมืองที่เดินหน้าสำคัญที่สุด ประเทศไหนเดินไม่ได้ ล้มลุกแบบนี้ ต่อให้ประเทศเก่งแค่ไหนไม่มีทางก้าวทันเพื่อนบ้านหรือประเทศอื่นในโลก จึงต้องเดินให้ต่อเนื่องเป็นหัวใจสำคัญ เราอาสาก้าวไปข้างหน้า ถ้ามีโอกาสรับใช้พี่น้องจะทำนโยบายให้ต่อเนื่อง จะดูสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว 4 ปีที่ผ่านมา มีสิ่งดีๆ เยอะแยะ เหมือนปลูกไว้ ต้นไม้ต้นนี้4ปีกำลังเติบโต

"หลายคนบอกทำไมเศรษฐกิจตอนนี้ไม่ดีอย่างที่ควร ต้นไม้เศรษฐกิจเมื่อตอนเราทะเลาะกัน รากแทบจะไม่เหลืออยู่แล้ว ช้าอีกหน่อยรากก็ไม่เหลือ จากต้นไม้ที่เหลือแต่ราก เราค่อยฟูมฟักทะนุถนอม ใส่ปุ๋ย 4ปีกว่าด้วยความอดทน ตอนนี้ต้นไม้เศรษฐกิจถึงยังไม่งาม ถึงจะยังให้ดอกผลไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่พปชร.จะปลูกต้นไม้ต้นนี้ต่อ และขอเวลาอีกนิดเดียว ดอกผลของต้นไม้ต้นนี้จะงอกงามทั้งแผ่นดิน ถ้าพปชร.มีโอกาส ทีมเศรษฐกิจของพรรคมั่นใจว่าจะทำให้พี่น้องประชาชนกินดีอยู่ดีแน่นอน" นายสนธิรัตน์ กล่าว

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า วาทกรรรมที่ทำให้ประชาชนเกลียดชัง พปชร.ต่อต้านกระบวนการเหล่านี้อย่างสุดชีวิต ในโซเชียลมีเดียเขียนคนเขียนไม่ต้องรับผิดชอบ แล้วทำเป็นกระบวนการ ทำให้ต้องพูดอย่าให้เป็นสงครามอีกเลย อย่าปลุกปั่นจนรบกันอีกเลย อย่าทำประเทศให้เป็นประเทศที่ไม่ใช่ประเทศไทยอีกเลย ประเทศไหนมีสงคราม ไม่มีใครอยากอยู่ในสงครามเลย พปชร.จะยืนหยัดช่วยประเทศไทยไม่ไปสู่จุดนั้น และต่อต้านการใช้วาทกรรมแบ่งแยกประชาชน ทั้งนี้ ตนพูดเพื่อไม่ให้คนไทยลืมเหตุการณ์ที่ผ่านมาและเมามันกับการมุ่งชัยชนะของแต่ละพรรคการเมือง แล้วยอมทำทุกอย่างเพื่อแยกประชาชนออกจากกัน

"พปชร.รวมคนทุกสีเข้าสู่ชายคา ทำไมต้องทำแบบนี้หลายคนบอกเราเที่ยวไปดูดชาวบ้านเขามา ไม่ใช่ หนูเปล่านา เขามาเอง เพราะเห็นเหมือนที่ผมพูดว่าถ้าอยู่ที่เดิม ก็ไม่แคล้วไปต่อสู้กันแบบเดิม เขาก็มองว่าที่ไหนบ้างที่จะมาอยู่แล้วไม่เป็นส่วนนึงที่นำประชาชนไปขัดแย้งกัน ก็พบว่าพปชร.นี่แหละที่ประกาศตัวชัด เป็นดินแดนนำความสามัคคีกลับสู่ประเทศไทย" นายสนธิรัตน์ กล่าว

เลขาฯ พปชร. กล่าวอีกว่า วันนี้ตั้งใจชวนพี่น้อง ถ้าเห็นสิ่งที่ตนพูด สามารถพาประเทศไปข้างหน้าอย่างแท้จริง ก็มาร่วมกันสร้างพปชร.ด้วยกัน จับมือกัน พปชร.อาสาพาประเทศไม่ขัดแย้ง มุ่งมั่นทำให้สำเร็จ