วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คุยสันติสุขชายแดนใต้ ก้าวหน้าเป็นลำดับ

"พล.อ.ประยุทธ์" เผยคุยสันติสุขชายแดนใต้ ก้าวหน้าเป็นลำดับ ยัน "รบ." ยึดกม. ไม่ทำอะไรให้เสียเปรียบ แจงพื้นที่ปลอดภัย ขึ้นกับอีกฝ่ายรับรองแล้วมั่นใจได้หรือไม่

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.61 เวลา 14.15น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลังการประชุมครม. ถึงกรณีนายสุกรี ฮารี หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฝ่ายมาราปาตานี ออกมาแสดงความมั่นใจในรัฐบาลทหารมากกว่ารัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยเกี่ยวกับกระบวนการพูดคุย คิดว่าเป็นสัญญาณที่ดี ว่า การพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ มีความก้าวหน้าไปตามลำดับ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับข้อตกลงของคู่เจรจาไทยมีหลักการของไทยอยู่แล้ว ว่าจะถือเจตนาไว้แค่นั้นอย่างไร ซึ่งนโยบายของรัฐบาลต้องการให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ เป็นคนโดยสมบูรณ์ เรามีมาตรการหลายอย่าง ทั้งโครงการพาคนกลับบ้านการใช้กระบวนการตามมาตรา21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระบวนการยุติธรรม ของกระทรวงยุติธรรม ถ้าทุกคนมีเจตนาดีและหวังดีก็ต้องกลับออกมาร่วมกันทำงาน มาหากลไกขับเคลื่อนให้เป็นไปตามที่ทุกคนต้องการ อย่างวันนี้ก็มีการหารือในระดับพื้นที่ทุกส่วน ไม่ใช่พูดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องของคณะกรรมการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ ที่เหลือไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพูดคุย เป็นเรื่องการสร้างสภาวะแวดล้อมให้เกิดบรรยากาศในการพูดคุย ซึ่งการพูดคุยก็ต้องมีฝ่ายเห็นต่างและฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลต้องยืนยันกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นหลัก จะไม่ทำให้อะไรให้เสียเปรียบ

“ถ้ามาถามว่า รัฐบาลหน้า รัฐบาลประชาธิปไตยจะทำได้หรือไม่ ก็ท่านเป็นคนเลือกรัฐบาลประชาธิปไตยมาไม่ใช่หรือ ก็ไปคาดหวังรัฐบาลประชาธิปไตย วันนี้ผมยืนยันว่า ผมเป็นรัฐบาลแบบนี้ก็จะทำแบบนี้ ทำให้เกิดความชัดเจน ส่วนคิดว่าจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไร ก็เอาข้อเท็จจริงมาดำเนินการ” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่าแกนนำมาราปาตานี ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบทบาทของแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งสวนทางกับกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ ที่มีพล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องแม่ทัพภาคที่ 4 ตนได้กำชับไปแล้ว ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 อยู่ในบทบาทการสร้างสภาวะแวดล้อมให้ปลอดภัย ส่วนเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย การพัฒนา การเจรจา เป็นเรื่องของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ฝ่ายความมั่นคง ของกระทรวงกลาโหม และเรื่องของคณะพูดคุยที่พูดในกรอบของรัฐบาลที่มีการกำหนดชัดเจน อย่าไปพูดจนเสียหาย

เมื่อถามว่า พื้นที่ปลอดภัยจะสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ จะมีโอกาสเห็นก่อนที่รัฐบาลนี้จะหมดวาระหรือไม่ นายฯ กล่าวว่า เรื่องพื้นที่ปลอดภัยไม่ได้อยู่ที่เรา และเราเองก็ต้องการความปลอดภัยอยู่แล้ว เร็วเท่าไร่ยิ่งดี แต่ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายว่าจะสามารถรับรองได้หรือไม่ หากรับรองแล้วจะมั่นใจได้หรือไม่ว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้น เพราะรัฐบาลจะไม่เป็นผู้เปิดฉากใช้ความรุนแรง ไม่ได้ต้องการให้ใครบาดเจ็บทั้งสิ้น ต้องเป็นห่วงทหาร พลเรือนที่ทำงานอยู่ข้างล่างบ้าง ทำอะไรก็ตามอย่าให้เหมือนกับต่อสู้กับรัฐบาล มันไม่ใช่ นโยบายรัฐบาลนี้นิ่งอยู่แล้ว รัฐบาลเป็นคนแก้เรื่องนี้ ไม่ได้ไปแก้จากที่ไหน และจะไม่ส่งผลอะไรกับรัฐบาลหน้า ขึ้นอยู่ว่าเลือกใครเข้ามา และไม่ใช่เฉพาะเรื่องพูดคุยยังมีอีกหลายเรื่อง