กลุ่มนิวบลัด พรรคชาติไทยพัฒนา แนะ "สนช." ปรับทัศนคติ เลิกสาดโคลนสไตล์การเมืองเก่า ดักคออย่าใช้อภินิหารทางกฎหมายเลื่อนเลือกตั้งอีก
ที่ร้านกาแฟพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำกลุ่มนิวบลัด พรรคชาติไทยพัฒนา เรียกร้องต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ปรับแนวความคิด ให้เป็นความคิดใหม่ ลดการใช้รูปแบบการเมืองแบบเก่า ผ่านการอภิปรายสาดโคลนกับนักการเมืองในที่ประชุมสภา เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่ร่วมพัฒนาประเทศร่วมกับนักการเมืองรุ่นใหม่ หลังจากที่ได้ฟังการอภิปรายของสมาชิก สนช. ระหว่างการอภิปรายร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา พบการอภิปรายโจมตีฝ่ายการเมือง
นายวราวุธ กล่าวด้วยว่าสำหรับการแก้ไข ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในหลายประเด็น เช่น การอนุญาตให้จัดมหรสพเพื่อกระตุ้นความสนใจของประชาชนต่อเวทีหาเสียงของพรรคการเมือง และจำกัดวงเงินเพื่อใช้จัดงานดังกล่าว, การลงโทษบุคคลที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผ่านการตัดสิทธิเป็นข้าราชการรัฐสภา สะท้อนให้เห็นว่าขาดความเข้าใจและประสบการณ์ทางด้านการเมือง ซึ่งตนเข้าใจว่า สนช. ไม่เคยผ่านสนามเลือกตั้ง ไม่เคยลงพื้นที่หาเสียงจึงตรากฎหมายให้เป็นผลในลักษณะเหมือนตาบอดคลำช้าง
ขณะที่ประเด็นการขยายเวลาบังคับใช้ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ออกไป 90 วัน จะทำให้โรดแม็พเลือกตั้ง เดือนพ.ย. 61 ต้องเลื่อนออกไปนั้น นายวราวุธ ปฏิเสธให้ความเห็น ระบุเพียงว่า เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองทีต้องเตรียมความพร้อม ต่อวันเลือกตั้งที่จะมาถึง เพื่อไม่ให้ประเด็นความไม่พร้อมเป็นปัจจัยที่ทำให้เป็นปัญหาต่อการเลือกตั้ง ทั้งนี้ตนเชื่อว่าเมื่อมีกฎหมายบังคับใช้ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยไม่สร้างปัจจัยที่จะทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปอีก ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่า ประเด็นดังกล่าวจะสร้างผลกระทบต่อรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนกลายเป็นวิกฤตศรัทธาหรือนั้น ตนฐานะอดีต ส.ส.ตอบไม่ได้ ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
ทางด้านนายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวด้วยว่าคสช. เลื่อนกำหนดเลือกตั้ง ถึง 4 ครั้งภายใน 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นที่เกิดขึ้นผ่านที่ประชุมสนช. ตนหวังให้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะเลื่อนเลือกตั้งออกไป ทั้งนี้ตนขอฝากไปยัง สนช. ด้วยว่า ประชาชนต้องการเห็นการทำงานที่มีธรรมาภิบาลและใช้จริยธรรมในการทำหน้าที่มากกว่าการใช้อภินิหารเพื่อตรากฎหมาย




